วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

โจ๋กาฬสินธุ์โหด แค่ไม่พอใจชักปืนซัดลูกชาย ผญบ.ดับคาที่

กาฬสินธุ์ - โจ๋กาฬสินธุ์โหด แค่ตะโกนถาม ไม่พอใจชักปืนยิงสวนพลทหารฯ
ลูกผู้ใหญ่บ้านดับ
ด้านร้อยเวรฯระบุเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีปัญหากันมาตั้งแต่สงกรานต์
คาดปมยิงจากแค้นส่วนตัว

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (27 ก.ค.) ที่ห้องพักศพ
โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ร.ต.ท.ชูชาติ อุทธิสิน พนักงานสอบสวน
สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมแพทย์เวรฯ ชันสูตร รพ.กาฬสินธุ์
ทำการชันสูตรพลิกศพหนุ่มวัยรุ่นถูกยิงในงานบุญหมู่บ้าน
และถูกส่งตัวมารับการรักษาที่โรงพยาบาลฯ
โดยพบว่าผู้ตายถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 1 นัด
บริเวณช่องท้องด้านบนกระสุนเข้าไปตรงขั้วลิ้นปี่ขาด
ซึ่งแพทย์พยายามที่จะช่วยเหลือแต่ผู้ตายทนพิษบาดแผลไม่ไหวจเสียชีวิตในเวลา
ต่อมา

โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับนายสวัสดิ์ กันทา อายุ 42 ปี
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.คำใหญ่ อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพ่อผู้ตาย
พร้อมญาติและเพื่อนที่อยู่ในอาการเศร้าโศก
และได้สอบถามทราบว่าผู้ตายชื่อนายวิชิต กันทา อายุ 21 ปี
ซึ่งเป็นลูกชายของนาสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2
และถูกยิงอยู่ที่หน้าบ้าเลขที่ 182 หมู่ 2 ต.คำใหญ่ อ.ห้วยเม็ก ฯ
ซึ่งเป็นบ้านของผู้ตาย
เมื่อคืนที่ผ่านมาหลังมีเรื่องเขม่นกันกับวัยรุ่นในหมู่บ้านเดียวกัน

นายสวัสดิ์ กันทา อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.คำใหญ่
อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เพราะลูกชายกำลังจะเป็นหลักให้กลับครอบครัว
แต่ต้องมาตายไปอย่างน่าเสียดาย
และเท่าที่ทราบมาคนที่ยิงก็เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน
เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่แต่ก่อนก็เป็นเพื่อเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ
ส่วนสาเหตุความไม่พอใจจนกระทั่งยิงกันกันน่าจะมาจากความฝังใจที่มีเรื่องทะ
เลากันมาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์

ส่วนในเรื่องคดีทางญาติคงจะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย
แต่ก็อยากให้เร่งติดตามตัวและจับคนร้ายมาให้รวดเร็วที่สุด
เพราะพฤติกรรมมันโหดเกินไป
เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อชาวบ้านทั่วไปเพราะมีอาวุธในมือ
ส่วนตอนนี้ก็คงนำศพลูกชายไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี
และต้องแจ้งไปยังต้นสังกัดฯ เนื่องจากลูกชายเป็นพลทหารฯ
ในค่ายเปรมติณสูลานนท์ จ.ขอนแก่น

ขณะที่ นายโกวิท รังไชย อายุ 21 ปี
เพื่อนของผู้ตายที่อยู่ในที่เกิดเหตุเล่าว่า
ก่อนเกิดเหตุตนและผู้ตายไปดูหนังกลางแปลงในงานบุญบริเวณใกล้ๆ
กับบ้านของนายวิชิต
สักพักก็มีวัยรุ่นแต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใครโยนกีตาร์มาในวงของตนและนายวิชิต
ก็ไม่ว่าอะไรจึงพากันกลับบ้าน และสักพักมีวัยรุ่น 3
คนเดินมานายวิชิตจึงตะโกนถามและเดินเข้าไปหาวัยรุ่นทั้ง 3 คนกลางถนน
ส่วนตนรออยู่หน้าบ้านและก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 ครั้งจึงวิ่งเข้าไปดู
พบนายวิชิตนอนจมกองเลือดจึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนคนร้ายทั้ง 3
คนรู้ว่าเป็นใคร เพราะเดิมทีเป็นเพื่อนเก่ากันมาก่อน

ด้าน พ.ต.ท.รัฐพงษ์ ทองชื่นตระกูล พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยเม็ก
กล่าวว่า ขณะนี้ทราบตัวคนร้ายทั้ง 3 คนแล้ว
และกำลังออกหมายจับเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว
ซึ่งพฤติกรรมของวัยรุ่นครั้งนี้ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่อุกอาจ โหดร้ายมาก
เบื้องแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งวัยรุ่นทั้ง 2
กลุ่มมีปัญหาทะเลาะวิวาทกันมาตั้งแต่สงกรานต์
ซึ่งการยิงอริเก่าครั้งนี้น่าจะมาจากความแค้นส่วนตัว

อย่าง ไรก็ตาม ทางผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบประวัตินายวิชิต
ซึ่งเป็นพลทหารในสังกัดกองพันทหารม้าที่ 6 ค่าเปรมติณสูลานนท์ จ.ขอนแก่น
แต่ขณะนี้กำลังถูกต้นสังกัดดำเนินคดีหลังหนีราชการมา 2-3 เดือนแล้ว

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เมืองน้ำดำจัดมหกรรมวิจิตรแพรวาฯ ยิ่งใหญ่ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ 12 สิงหา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กรกฎาคม 2552 13:59 น.
กาฬสินธุ์ - จังหวัดกาฬสินธุ์ร่วม
ททท.จัดงานมหกรรมวิจิตรแพรวาราชินีแห่งไหม ประจำปี 52
เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม
และเผยแพร่ผ้าไหมแพรวา และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกาฬสินธุ์

นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า
จังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
กำหนดจัดงานมหกรรมวิจิตรแพรวาราชินีแห่งไหมในระหว่างวันที่ 7-12 สิงหาคม
2552 ที่โรงแรมริมปาว หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
และสนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ขึ้น
เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนผ้าไหมไทย และในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12
สิงหาคม 2552

นอกจากนี้ยังเป็นการเผยแพร่ผ้าไหมแพรวา
ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งผ้าไหม เนื่องจากมีความวิจิตรงดงาม
และเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์
ให้เป็นที่รู้จักและนิยมของผู้ชอบสวมใส่ผ้าไหมทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าโอทอป
ของจังหวัดกาฬสินธุ์
ตลอดจนเผยแพร่ชื่อเสียงและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกาฬสินธุ์อีกด้วย

นายเดชากล่าวอีกว่า
สำหรับกิจกรรมการจัดงานในปีนี้ได้จัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปี โดยในวันที่ 6-7
สิงหาคม เป็นการประกวดธิดาแพรวา รอบแรก และรอบตัดสินชิงเงินรางวัล 50,000
บาท พร้อมสายสะพายและถ้วยรางวัล ณ โรงแรมริมปาว
มีการแสดงแบบผ้าไหมแพรวาหลากสี หลายสไตล์ โดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์
การแสดงแสง สี เสียง ตำนานผ้าไหมแพรวา
เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 7-12 สิงหาคม 2552
ยังมีการแสดงจำหน่ายผ้าไหมแพรวา และสินค้า OTOP ราคาถูก
การประกวดวรรณศิลปเกี่ยวกับผ้าไหมแพรวา การแสดงดนตรี ศิลปะ
วัฒนธรรมพื้นบ้าน ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
และสนามหน้าศาลกาลางจังหวัดกาฬสินธุ์

ในคืนวันสุดท้ายของงานนี้ คือวันที่ 12 สิงหาคม 2552
ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดให้มีการจุดเทียนชัยถวายพระพร ณ
สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างยิ่งใหญ่ของพสกนิกรชาวกาฬสินธุ์

กรมกร๊วกติวเข้มเยาวชนเรียนรู้การปกครองระบอบ ปชต.

กาฬสินธุ์ - กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับโรงเรียนหนองสอพิทยาคมจัดอบรมส่งเสริมการปกครอง
ระบอบประชา ธิปไตย เพื่อให้ความรู้
และส่งเสริมการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 6
ก.ย.52 แก่นักเรียนระดับมัธยมปลาย

เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (24 ก.ค.) นายประสิทธิ์ คชโคตร
ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์
เป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการปกครองระบบประชาธิปไตย
ให้แก่นักเรียน ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับโรงเรียนหนองสอพิทยาคมจัดขึ้น
เพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจให้กับเยาวชนในสถานศึกษาเกี่ยวกับการปกครองใน
ระบบประชาธิปไตยและร่วมเป็นเครือข่ายในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ต่อครอบครัว
หมู่บ้าน ชุมชน เพื่อให้การเลือกตั้งทุกระดับ

โดยเฉพาะการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความโปร่งใส
สุจริต ยุติธรรม ปราศจากการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง โดยนายสมพงษ์ ปัตตานี
ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ หัวหน้าส่วนราชการ ครู
นักเรียนเข้าร่วมกว่า 300 คน ที่ห้องประชุมโรงเรียนหนองสอพิทยาคม
ต.หนองสอ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์

นายสมพงษ์ ปัตตานี ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการประชาสัมพันธ์
โดยได้เล็งเห็นความสำคัญของการประชาสัมพันธ์ในการส่งเสริมการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตย จึงได้จัดสรรงบประมาณให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์
จัดทำกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่เยาวชนในสถานศึกษา
ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยให้กับ
เยาวชนนักเรียน นักศึกษา

เพื่อ รณรงค์สร้างความเข้าใจให้กับเยาวชนในสถานศึกษาเกี่ยวกับความสำคัญของการ
ปกครองในระบบประชาธิปไตย
และร่วมเป็นเครือข่ายในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ต่อครอบครัว หมู่บ้าน
ชุมชน เพื่อให้การเลือกตั้งทุกระดับ

โดยเฉพาะ
การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะมีการเลือกตั้งพร้อมกันทั่ว
ประเทศ ในวันที่ 6 กันยายน 2552 นี้ ให้มีความโปร่งใส สุจริต ยุติธรรม
ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง
และได้คนดีมีคุณธรรมเข้าไปทำงานด้านการเมืองในระดับท้องถิ่น
และระดับประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

กองกำลัง อส.ทลายบ่อนวิ่งกลางเมืองกาฬสินธุ์

กาฬสินธุ์- กองกำลังผสม อส.จ.กาฬสินธุ์ กว่า 50 นาย
บุกทลายบ่อนวิ่งกลางเมืองกาฬสินธุ์ ได้นักพนันชาย-หญิงกว่า 15 คน
หลังชาวบ้านสุดทน ส่งจดหมายร้องเรียนถึงพ่อเมืองเมืองน้ำดำ
ให้ช่วยจัดการบ่อนวิ่ง

วันนี้ (21 ก.ค.) นายสุวัจน์ เข็มเพชร ป้องกันจังหวัดกาฬสินธุ์
นายสมชาย ฤาวิเศษไพบูลย์ ป้องกันอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นายพิชัยยา สุระซอง
ผู้ช่วยป้องกันจังหวัด
นำกองกำลังผสมอาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจังหวัดกาฬสินธุ์ (อส.)
จากหลายอำเภอกว่า 50 นาย บุกเข้าทลายบ่อนวิ่งที่ลักลอบเล่นพนัน
อยู่ข้างโรงเรียนหนองบัวราษฎรนิยม ตำบลโพนทอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์
โดยได้ของกลางไพ่และอุปกรณ์การเล่นโบก เงินของกลางจำนวนมาก
ทั้งจับกุมนักพนันชาย-หญิง 15 คน

นายสุวัจน์ เข็มเพชร ป้องกันจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
การเข้าจับกุมครั้งนี้ นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
ได้รับจดหมายร้องเรียนจากประชาชนในหลายอำเภอว่า
มีการลักลอบเล่นการพนันโดยจะเคลื่อนย้ายการเล่นไปตามชุมชนต่างๆ
ทั้งในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์และในอีกหลายอำเภอ
สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เพราะการเล่นพนันไม่เกรงกลัวกฎหมาย

จึงให้สายลับของ อส.เข้าติดตามหาข่าว จนทราบว่าการเล่นพนันทั้งไพ่
ไฮโล และโบก เกิดขึ้นจริง และสืบทราบมาว่ามีการลักลอบเล่นการพนัน
จึงได้จัดกำลังเข้าติดตามจับกุมจนได้นักพนันดังกล่าว
และหากประชาชนมีข้อมูลของการลักลอบเล่นพนัน สามารถแจ้งมาได้ที่
ป้องกันจังหวัดกาฬสินธุ์

ในส่วนของผู้ต้องทั้งหมด รวมถึงของกลางเจ้าหน้าที่
ได้นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ดำเนินคดีต่อไป


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000082408

ดึงยุวกาชาดร่วมเครือข่ายรณรงค์ป้องกันหวัด 2009

กาฬสินธุ์- โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์จัดงานพิธีเข้าประจำหมู่สมาชิกยุวกาชาดใหม่
ประจำปี 2552 พร้อมดึงให้ร่วมเป็นเครือข่ายสร้างความดีเพื่อสังคมและร่วมเฝ้าระวังเผยแพร่
วิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009

วันนี้ (21 ก.ค.) ที่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ นางพิไลลักษณ์ ตันติยวรงค์
นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์
เป็นประธานพิธีเข้าประจำหมู่และมอบเครื่องหมายให้กับสมาชิกยุวกาชาด
หมู่ยุวกาชาดโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ประจำปี 2552
ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จัดขึ้นเพื่อให้สมาชิกยุวกาชาดทุกคนได้เห็นความ
สำคัญของการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือสังคมและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม
โดยมีคณะอาจารย์ สมาชิกยุวกาชาดเข้าร่วมกว่า 200 คน

นางพิไลลักษณ์ ตันติยวรงค์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์
กล่าวว่า กิจการยุวกาชาดนั้นเป็นภารกิจที่สำคัญด้านหนึ่งของสภากาชาดไทย
เพราะสมาชิกยุวกาชาดเป็นเยาวชนที่เป็นกำลังของประเทศ

ดังนั้น การปลูกฝังให้เยาวชนได้เข้าใจในหลักการและอุดมการณ์ของกาชาดอย่างแพร่หลายจะ
ทำให้มีพลังของอาสาสมัครที่จะเข้ามาร่วมปฏิบัติงานกับสภากาชาด
เพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้
กิจกรรมเข้าประจำหมู่สมาชิกยุวกาชาดเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ต้องการให้สมาชิก
ยุวกาชาดทุกคนได้เล็งเห็นความสำคัญของการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือและบำเพ็ญ
ประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมพิธีเข้าประจำหมู่ยังก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและได้
รับเกียรติที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก

นางพิไลลักษณ์กล่าวอีกว่า
ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009
ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ฝนตกบ่อยครั้ง
ดังนั้นจึงฝากสมาชิกยุวกาชาดทุกคนซึ่งทำหน้าที่เพื่อสังคมอยู่แล้วต้องดูแล
รักษาสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง
ที่สำคัญให้ร่วมเป็นเครือข่ายนำข้อมูลข่าวสาร ความรู้
ตลอดจนวิธีการดูแลรักษาป้องกันโรคได้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009
กลับไปเผยแพร่ต่อกับครอบครัว เพื่อน และคนใกล้ชิด

โดย เฉพาะวิธีการป้องกันโรค
ควรหลีกเลี่ยงอยู่ในสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรค เช่นห้างสรรพสินค้า
โรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง หากจำเป็นควรที่สวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ
ทั้งนี้หากป่วยเป็นไข้สูง ไอ จาม เจ็บคอ
ต้องรีบเข้ารักษากับแพทย์ในโรงพยาบาลทันที

ชาวกาฬสินธุ์พอใจได้ดู "กบกินตะวัน" ครึ่งเสี้ยว

กาฬสินธุ์ - บรรยากาศเฝ้าชมปรากฏการณ์ธรรมชาติสุริยุปราคาที่ จ.กาฬสินธุ์
คึกคัก ประชาชนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น มหัศจรรย์ทั้งฟ้าปิดตั้งแต่เช้า
แต่ยังสามารถชมตั้งได้เวลา 08.11 น.
ชาวเมืองน้ำดำพอใจสุริยุปราคาถึงแม้จะดูได้ครึ่งเสี้ยว

นายสุประณีต ยศกลาง
ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด
กาฬสินกล่าวว่า ที่ห้องสมุดประชาชน จ.กาฬสินธุ์
เป็นจุดที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้มาชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาได้จัด
เตรียมอุปกรณ์ เช่น กล้องดูดาว ,
แผ่นกรองแสงพิเศษที่ใช้สำหรับดูพระอาทิตย์ แต่ช่วงเช้าท้องฟ้าเกิดปิด
มีเมฆปิดบังดวงอาทิตย์ ผู้ที่มารอตั้งแต่เช้าไม่สามารถดูสุริยุปราคาได้
จึงได้เข้าไปชมปรากฏการณ์จากประเทศอื่นแทนในอาคารกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี เพื่อรอท้องฟ้าเปิด

จนกระทั่งเวลา 08.11 น.
ท้องฟ้าได้เปิดจึงสามารถมองเห็นสุริยุปราคาครึ่งเสี้ยว
ทำให้ผู้มารอดูตั้งแต่เช้ารู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก
ส่วนความชื่อที่ว่าปรากฏการณ์อย่างนี้เป็นเรื่องที่ไม่ดี
ผู้ที่มาชมก็ไม่ได้เชื่อแต่อย่างใดเพราะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเท่านั้น
ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชน นักเรียน นักศึกษา
มาขออุปกรณ์เพื่อชมสุริยุปราคาจำนวนมาก ซึ่งอุปกรณ์ที่เตรียมไว้กว่า 300
ชุด หมดอย่างรวดเร็ว

ด้าน น.ส.สุรภา มหาพรม นักศึกษา จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ประทับใจมากถึงแม้ว่าจะได้ดูแบบครึ่งเสี้ยวก็ตาม
ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ดูสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นอย่างธรรมชาติ
ตั้งแต่เกิดมาเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัส
หลังจากเข้าไปศึกษาเรียนรู้และสอบถามจากผู้ใหญ่
รู้แต่เพียงว่าสุริยุปราคาเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อ 20 มิถุนายน 2498
เป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องจดจำในชีวิต ส่วนเรื่องความเชื่อเรื่องอัปมงคล
เป็นความเชื่อส่วนบุคคลก็ฟังหูไว้หู เชื่อก็ยึดถือปฏิบัติ
ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่

อย่าง ไรก็ตาม เมื่อถึงเวลา 08.11 น.
ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุริยุปราคาได้เกิดขึ้น
สร้างความตื่นตะลึงให้กับประชาชนที่เฝ้ารอคอยเป็นอย่างมาก
โดยบรรยากาศเริ่มสลัวไม่มืดสนิท และเป็นเวลานานกว่า 6 นาที
ซึ่งบรรยากาศการชมสุริยุปราคาที่ จ.กาฬสินธุ์
นับว่าคึกคักและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เพราะอีกนานมากจึงจะมีโอกาสได้ดูปรากฏการณ์ธรรมชาติเช่นนี้อีก

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000082825

งามหน้า! ตร.กาฬสินธุ์เมินรับแจ้งพ่อแม่บังคับลูกเร่ขอทาน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2552 16:10 น.
กาฬสินธุ์ - ภายหลังหัวหน้าบ้านเด็กและครอบครัวกาฬสินธุ์
ควบคุมตัวพ่อแม่บังคับลูกสาววัย 4 ขวบ และลูกชายวัย 7 ขวบ
เร่ขอทานในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
จนชุดคุ้มครองเด็กใช้เวลาติดตามแรมเดือน
สามารถจับได้ระหว่างถูกบังคับให้ขอทาน แต่กลับถูก ตร.เมืองกาฬสินธุ์
ปฏิเสธรับแจ้งความร้องทุกข์ ล่าสุดพ่อแม่พาเด็กหนีออกนอกจังหวัด
ลั่นงานนี้ตำรวจต้องรับผิดชอบ

วันนี้ (22 ก.ค.) ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์
นายสุพัฒน์ สุระดนัย หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์
ได้เชิญสื่อมวลชนเข้ารับฟังการปฏิบัติหน้าที่ ภายหลังจากที่กลางดึกวานนี้
หน่วยเฉพาะกิจคณะกรรมการคุ้มครองเด็กและสตรีจากทุกภาคส่วน
ได้ทำการช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 4 ขวบ และเด็กชายวัย 7 ขวบ
ซึ่งถูกพ่อแม่บังคับให้ไปขอทานในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

แต่ปรากฏว่า หลังจากเจ้าหน้าที่คณะกรรมการคุ้มครองเด็กฯ
เข้าทำการช่วยเหลือพร้อมกับควบคุมตัวพ่อแม่เด็กส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจ
ภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิเสธที่จะรับดำเนินคดี

นายสุพัฒน์ สุระดนัย หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์
กล่าวว่า การเข้าช่วยเหลือทั้งจากเจ้าหน้าที่รวมไปถึงนโยบายของรัฐบาลก็นับเป็นสิ่ง
ที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันแก้ไข
แต่ในกรณีนี้รู้สึกผิดหวังกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน

ทั้งนี้ เหตุการณ์เข้าช่วยเหลือนั้นเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของวันที่
21 กรกฎาคม 2552 โดยหน่วยเฉพาะกิจคณะกรรมการคุ้มครองเด็กและสตรี
จ.กาฬสินธุ์ นำโดยตนเองได้เข้าควบคุมตัวสองสามีภรรยาคือนายอุทิศ ภูครอง
อายุ 46 ปี และนางลำพูน ภูอาบทอง อายุ 26 ปี ชาว ต.คลองขาม อ.ยางตลาด
จ.กาฬสินธุ์

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม จนพบว่า
มีการบังคับเด็กชายวัย 7 ขวบ และเด็กหญิงวัย 4 ขวบ
สองพี่น้องซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ออกไปเร่ขอทานตามสะพานลอย
ตามร้านอาหารในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
จนทำให้ผู้ที่พบเห็นได้ไปแจ้งเรื่องเอาไว้ให้ติดตาม
จนสามารถสืบรู้และทำการควบคุมตัวมาได้ระหว่างนำเด็กทั้งสองคนไปปล่อยลงข้าง
สะพานลอยบริเวณตลาดทุ่งศรีเมือง

หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า
พฤติกรรมของเด็กสองคนที่ออกมาเร่ขอทานตามร้านอาหารต่างๆ ในเขตเทศบาลเมือง
จ.กาฬสินธุ์ สองพี่น้องนั้นจะเดินขอเงินกับประชาชนและเมื่อได้เงินก็จะวิ่งเอาเงินไปให้
พ่อและแม่ที่รออยู่บริเวณเดียวกัน จากนั้นก็จะไปขออีกเรื่อยๆ
ประชาชนที่พบเห็นก็รู้สึกเวทนา
จนได้ติดตามวางแผนเข้าช่วยเหลือได้เมื่อคืนนี้

แต่ ขณะที่กำลังนำตัวพ่อแม่เด็กส่งต่อพนักงานสอบสวน
สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กลับไม่รับแจ้งความทั้งนี้ร้อยเวรเมื่อคืนนี้ คือ
ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ เกกาคำ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์
ปฏิเสธที่จะไม่รับแจ้งความในคดีนี้

โดย อ้างว่าไม่มีในข้อกฎหมายไม่ใช่การค้ามนุษย์ ทั้งนี้
ตนได้พยายามอธิบายถึงสิทธิของมนุษยชนที่ต้องได้รับความคุ้มครองตามรัฐ
ธรรมนูญปี 2550 ซึ่งก็ได้ถกเถียงถึงข้อกฎหมายนานกว่า 1 ชั่วโมง
แต่ทางร้อยเวรก็ยังยืนยันที่จะไม่รับแจ้งความ
แม้จะมีผู้บังคับบัญชาระดับรองผู้กำกับการฯเข้ามาชี้แนะว่าสามารถดำเนินคดี
ได้ พนักงานสอบสวนยังได้สั่งให้ปล่อยตัวพ่อแม่เด็กไปด้วย

"ที่จริงแล้วพฤติกรรมของครอบครัวนี้ เราได้ติดตามมานานกว่า 1
เดือน มีลักษณะความผิดที่ชัดเจน บ้านเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์
ต้องการเพียงแค่คุ้มครองเด็กให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าการถูกทรมาน
ซึ่งตำรวจสามารถใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯเข้ามาแก้ปัญหานี้ได้
ทางเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปส่งเสริมอาชีพให้กับครอบครัว"

แต่การปฏิเสธการปฏิบัติหน้าที่ของร้อยเวร สภ.เมือง กาฬสินธุ์
ทำให้รู้สึกผิดหวังมาก
เหมือนกับสังคมขาดกำลังสำคัญในการดูแลเพราะเรื่องนี้ถือเป็นหน้าที่โดยตรง
เช่นกันของผู้พิทักษ์สันติราษฎร

นายสุพัฒน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้แจ้งไปทาง
นางอัจฉรา พุ่มมณีกร
หัวสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ทราบรายละเอียด
เพื่อทำหนังสือสอบถามไปยัง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์
ในฐานะรองประธานคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิเยาวชนและสตรีอีกครั้งว่าเรื่องนี้
เกิดขึ้นได้อย่างไร และจะต้องติดตามกรณีต่อไปจนถึงที่สุด
พร้อมกับจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรีจ.
กาฬสินธุ์ เพื่อแจ้งให้ทุกส่วนราชการได้รับทราบพฤติกรรมของพนักงานสอบสวนคนนี้

มีรายงานแจ้งว่า ภาย
หลังจากที่เมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปล่อยตัว
พ่อแม่และเด็กออกไปแล้ว เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กและสตรี
ได้ติดตามไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่บ้านพักปรากฏว่าครอบครัวนี้ได้หายไปจาก
จังหวัดกาฬสินธุ์
ซึ่งหลายฝ่ายจึงมีความเป็นห่วงชะตากรรมของเด็กทั้งสองคนนี้เป็นอย่างมาก

ชาวกาฬสินธุ์ตื่นงูเหลือมยักษ์-นอภ.เตือนระวังอสรพิษช่วงน้ำหลาก

กาฬสินธุ์ -งูเหลือมขนาดใหญ่น้ำหนัก กว่า 8 กิโลกรัม
โผล่หน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลลำพาน
สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
ขณะที่นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ประกาศเตือนอสรพิษมากับฤดูน้ำหลาก

ที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเต็กเก่า จี่สิ่งเกาะ
นำอุปกรณ์มาจับงูเหลือขนาดความยาวกว่า 3 เมตร น้ำหนักประมาณ 8 กิโลกรัม
ที่อาศัยบริเวณทางเข้าสำนักงานสร้างความแตกตื่นและความหวาดกลัวให้กับชาว
บ้านอย่างหนัก เพราะขนาดของงูที่ตัวใหญ่มากที่เกรงว่าจะเป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงและบุตร
หลานในหมู่บ้าน

ด.ต.สมคิด นันทสมบูรณ์ นายก อบต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
กล่าวว่า ในช่วงน้ำหลาก ต.ลำพาน หรือฤดูฝนในพื้นที่ ต.ลำพาน
มักจะมีงูเหลือม งูหลาม
ออกมาเลื้อยตามชุมชนจำนวนมากที่ทุกปีจะต้องแจ้งทางเจ้าหน้าที่เข้ามาจับทำ
การขนย้ายออกจากพื้นที่ไป
เพราะชาวบ้านเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและบุตรหลาน
เนื่องจากงูขนาดใหญ่ถึงแม้ว่าไม่มีพิษร้ายแต่ก็เป็นอันตรายต่อชีวิต

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านเชื่อว่า บริเวณสระน้ำของชุมชน
เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของงูเหลือม และงูหลาม
ซึ่งเพื่อความสบายใจของประชาชนจะมีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครองสัตว์ฯ
ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และกำจัดงูในพื้นที่

ด้าน นายนิคม ปัจวัจน์ นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์
ได้แจ้งข่าวไปยังหอกระจายข่าวหมู่บ้าน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เพื่อให้ประชาชนได้ระวังอันตรายจากอสรพิษไม่ว่าจะเป็นงู และ ตะขาบ
ที่มักจะมาในช่วงหน้าฝนนี้ ไม่ว่าจะเป็นตามบ้านเรือน หรือพื้นที่การเกษตร
พร้อมเปิดให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นกำลังหลักช่วยเหลือ
และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ส่วนรถกู้ภัยตำบลต้องพร้อมรับมือกับทุกปัญหาที่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะการขนย้ายคนเจ็บป่วยจากหมู่บ้านส่งโรงพยาบาล


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000082898

กศน.กมลาไสยต้นแบบสร้างอาชีพหลังฤดูทำนา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2552 14:49 น.
กาฬสินธุ์ - คณะ กรรมการประเมินศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.)
ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน และความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ควบคู่การสร้างอาชีพหลังฤดูทำนา
ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมชู
กศน.อำเภอกมลาไสย สุดยอดผู้นำสถานศึกษาผลงานเยี่ยม
มีสิทธิ์คว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อ.กมลาไสย
จ.กาฬสินธุ์ นายสุพจน์ จันทนาม
จากสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษา ที่ 7 จ.อุดรธานี และคณะ
ในฐานะคณะกรรมการประเมินสถานศึกษาพอเพียง
ตามแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่
ลงพื้นที่ประเมินฯ กศน.อำเภอกมลาไสย ที่ศูนย์เรียนรู้(ศรช.) ต.เจ้าท่า
และต.โพนงาม โดยมีนายสมมารถ คล้ายเลี่ยน ผอ.กศน.อำเภอกมลาไสย
ครูกศน.และชาวบ้านให้การต้อนรับและนำชมผลงาน

นายสุพจน์กล่าวว่า ตนและคณะ ประกอบด้วย นายนิวัฒน์ สวัสดิ์เอื้อ
ผอ.กศน.จ.ร้อยเอ็ด และนายคำตัน ถิ่นช่วง ผอ.กศน.อ.นามน จ.กาฬสินธุ์
ได้รับการแต่งตั้งจากกรมฯการศึกษานอกโรงเรียน
ทำหน้าที่คณะกรรมการประเมินศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
ที่มีผลงานดีเด่นด้านการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน
ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต
และเดินตามรอยพระยุคลบาทเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงผลสัมฤทธิ์ของการเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนากับชาวบ้านในเขตรับ
ผิดชอบ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามรอยพระยุคลบาทเศรษฐกิจพอเพียงฯ โดย
กศน.อำเภอกมลาไสย เป็นหนึ่ง ใน 40 แห่งทั่วภาคอีสาน
ที่จะได้รับการประเมินในครั้งนี้ ที่จากการลงพื้นที่ประเมิน ศรช.ของ
กศน.กมลาไสย 2 แห่ง คือศรช.บ้านแจ้งจม ต.เจ้าท่า
มีจุดเด่นด้านการเพาะเลี้ยงกบพันธุ์พื้นเมือง และตั้งร้านค้าชุมชน

ขณะที่ ศรช.บ้านโพนงาม ต.โพนงาม
มีจุดเด่นด้านการประกอบอาชีพแปรรูปผ้าลายขิต
และปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ปลอดสารพิษ
ที่สามารถต่อยอดการส่งเสริมสนับสนุนตรงนี้ให้เป็นอาชีพเสริมและสร้างรายได้
อย่างยั่งยืนหลังเสร็จสิ้นฤดูกาลทำนา
จึงมีโอกาสสูงที่จะได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดระดับประเทศ

ส่วนจะได้คะแนนระดับใดนั้น ต้องรอผลการประเมินศูนย์อื่นๆ
ให้ครบถ้วนก่อน จึงจะสามารถประกาศผลอย่างเป็นทางการ

น้ำหลากเข้าเขื่อนลำปาวไม่หยุด - เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2552 14:34 น.
กาฬสินธุ์ - ผลจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องกว่า 1 สัปดาห์
ทำให้มีน้ำกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลหลากเข้ามายังตัวเขื่อน
ถึงแม้จะอยู่ในระหว่างการก่อสร้างปรับปรุงเขื่อนก็ยังยืนยันถึงความแข็งแรง
สามารถที่จะรับน้ำได้
ขณะที่ความเสียหายน้ำป่าไหลหลากทำถนนถูกตัดขาดบ่อกุ้งเสียหายทั้งหมู่บ้าน

จ.ส.ต.อำพน บุตรโพธิ์ หัวหน้า อปพร.เทศบาตำบลบัวบาน อ.ยางตลาด
จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ฝนที่ตกหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์ทำให้ถนนภายในหมู่บ้านของเขตเทศบาลตำบลบัวบาน
ได้รับความเสียหาย ถนนกว่า 5 สายถูกน้ำท่วมการสัญจรไปมาลำบาก
เด็กนักเรียนในหมู่บ้าน ต้องลุยน้ำไป โรงเรียนแต่ที่หนักคือบ้านคำแมด
หมู่ที่ 13 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ติดกกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงระแนง
โดยน้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วมบ่อกุ้งเสียหายทั้งหมู่บ้านบ่อกุ้งเสียหายกว่า
300 บ่อนากว่าอีกกว่า 500 ไร่
และยังมีบ่อเลี้ยงปลาอีกจำนวนหนึ่งที่เสียหายทั้งหมด

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่าสาเหตุที่น้ำป่าไหลหลากสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาว
บ้านครั้งนี้เนื่องมาจากพนังดินกั้นน้ำที่ชาวบ้านร่วมกับทางจังหวัด
กาฬสินธุ์ และเทศบาลฯ
สร้างขึ้นน้ำได้ตัดขาดที่เบื้องต้นได้รายงานให้ทางเทศบาลได้รับทราบและให้มา
ตรวจสอบความเสียหายแล้ว

นอกจากนี้ จากสถิติของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว
จ.กาฬสินธุ์ พบว่า ตั้งแต่ วันที่ 17 ก.ค.จนถึงวันนี้ (23 ก.ค.)
มีปริมาณน้ำกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตรไหลหลากเข้ามายังตัวเขื่อนลำปาว
ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วที่ขณะนี้เขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำ
เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 63 หรือ ประมาณ 758 ล้านลูกบาศก์เมตร

ล่าสุด มีปริมาณน้ำไหลหลากเข้ามายังตัวเขื่อนลำปาวเมื่อคืนที่ผ่านมาประมาณ
16 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทางเขื่อนลำปาวยังทำการระบายน้ำอยู่วันละ 10
ล้านลูกบาศก์เมตร
ถึงแม้ว่าเขื่อนลำปาวที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างยังสามารถรองรับและกักเก็บ
น้ำได้อย่างสบาย

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

กักตัวผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ 7 วันหวั่นแพร่เชื้อ 2009 - เจ้าตัวยันแข็งแรงดี

กาฬสินธุ์ - ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์เปิดจวนยืนยันสุขภาพแข็งแรงดี
หลังติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ฝากขอบคุณพี่น้องประชาชนกาฬสินธุ์ไม่ต้องเป็นห่วง อาการดีขึ้นแล้ว
แต่แพทย์ให้กักตัวถึงวันจันทร์หน้า ขณะที่ภรรยาผู้ว่าฯ
หมอสั่งยาให้รับประทานพร้อมกับเก็บเสมหะตรวจรอลุ้นผล

วันนี้ (16 ก.ค.)
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์รายงานความคืบหน้าการรักษาของแพทย์โรง
พยาบาลกาฬสินธุ์ หลังจากที่ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์
ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดย นายเดชา ตันติยวรงค์
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
ได้เปิดจวนให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมอาการป่วย
ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดยังคงมีสุขภาพแข็งแรงไม่เหมือนคนป่วยทั่วไป
และได้ออกมาทักทายสื่อมวลชนด้วยท่าทางที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

นายเดชากล่าวว่า
ก่อนที่จะรู้และตรวจสุขภาพจนพบว่าตนเองมีเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 13 ก.ค.52 ตนเองรู้สึกเจ็บคอ
มีอาการไอแห้งและมึนหัว จึงได้ไปปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
ซึ่งแพทย์ก็ได้ให้ยามารับประทาน แต่หลังจากนั้นอาการก็ไม่ดีขึ้น
เพราะมีอาการเจ็บคอ อาการไอ คอแดง จึงได้ขอให้แพทย์ได้นำเสมหะจากคอไปตรวจ
จนมารู้ผลเมื่อวันที่ 15
กรกฎาคมว่าตนเองมีอาการป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

ในการป้องกันเบื้องต้น
ได้มอบหมายภารกิจให้กับรองผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ได้
ปฏิบัติหน้าที่แทนในส่วนครอบครัวได้จัดห้องแยกกับ
ภรรยาและให้ทุกคนในบ้านสวมหน้ากากและปฏิบัติตัวตามหลักง่ายๆ
ด้วยการกินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือให้สะอาด

"สาเหตุ ของการติดเชื้อนั้นคิดว่าน่าจะมาจากการปฏิบัติหน้าที่เพราะที่ผ่านมาก็ได้ลง
พื้นที่ติดตามพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องประกอบกับสภาพอากาศ
โดยทั่วไปที่จังหวัดกาฬสินธุ์ก็เกิดฝนตกทุกวันบางวันก็ครึ้มบางวันก็มีฝนตก
จึงอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนเองติดเชื้อได้" นายเดชากล่าว

นายเดชากล่าวอีกว่า
ในส่วนของอาการป่วยนั้นขอยืนยันว่าขณะนี้สุขภาพของตนแข็งแรงดี
โดยรวมแทบจะไม่มีอาการอะไรแล้ว
แต่แพทย์ต้องการให้รับประทานยาให้กักตัวอยู่ที่จวนผู้ว่าฯไปจนถึงวันที่
20 กรกฎาคม 2552
ในช่วงนี้เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายก็จะต้องพักผ่อนให้มากที่สุด
และขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่เป็นห่วง แต่ก็ขอให้ดูแลสุขภาพให้ดี
ทั้งนี้โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ด้าน นางพิไลลักษณ์ ตันติยวรงค์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์
กล่าวว่า หลังจากดูแลสุขภาพของ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
ส่วนตัวทำให้รู้ว่าก็เหมือนกับโรคไข้หวัดทั่วไป
แต่เนื่องจากเป็นผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วย
แพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ก็ได้สั่งยาให้รับประทานและได้เก็บเสมหะไปตรวจและจะ
รู้ผลในวันพรุ่งนี้ ซึ่งอาการก็ไม่รู้สึกอะไร
ในส่วนของงานนั้นก็ได้มอบหมายให้คณะกรรมการเหล่ากาชาดเข้าไปดูแลแทนไปก่อน

นพ.สมปอง เจริญวัฒน์ กล่าวว่า
อาการของผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วง
เพราะสุขภาพแข็งแรงดีมาก อีกทั้งก่อนหน้านี้สามารถรักษาและให้ยาได้ทัน
คาดว่าผู้ว่าฯ จะสามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ
ในส่วนของพี่น้องประชาชนที่มีอาการป่วยก็ขอให้ดูอาการก่อน
ไม่ว่าจะเป็นอาการป่วยตัวร้อน มีไข้ เจ็บคอ ไอ
หากรับประทานยาไม่หายก็ให้ไปมาหมอเพื่อเช็คสุขภาพ

ขณะ ที่ประชาชนในจังหวัดกาฬสินธุ์
หลังจากรู้ข่าวว่าผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ไม่สบายทุกคนแสดงความเป็น
ห่วงสุขภาพและขอพรให้ผู้ว่าราชจังหวัดกาฬสินธุ์หายโดยเร็ว

ผู้ว่าฯเมืองน้ำดำติดหวัดใหญ่2009

กาฬสินธุ์ - "เดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์"
ติดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่ยังแข็งแรงทำงานปกติ
เพียงแจกหน้ากากให้กับเจ้าหน้าที่
ขณะนี้แพทย์ชี้อาการไม่น่าห่วงไม่เหมือนติดหวัดทั่วไปเพราะมีอาการแค่เจ็บคอ
จากการติดเชื้อ

วันนี้ (15 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่า
นางพิไลลักษณ์ ตันติยวรงค์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า
นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
ติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยรู้ผลจากการตรวจสุขภาพของแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ผลการตรวจสุขภาพดังกล่าวได้รับการยืนยันจาก นพ.สมปอง เจริญวัฒน์
ผอ.รพ.กาฬสินธุ์ หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มีอาการเจ็บคอ
ไอแห้ง และสงสัยว่าติดเองอาจจะติดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
จึงได้ขอให้แพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ทำการเจาะเลือดตรวจโดยผลปรากฏว่า
มีเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่

แต่หลังจากที่รู้ว่าติดหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังคงทำงานปกติ
แต่ในวันนี้ได้พักผ่อนอยู่ในจวนผู้ว่าฯ พร้อมกับครอบครัวที่เดินทางเยี่ยม
โดยมีอาการแข็งแรงปกติ

ทั้งนี้ นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ โดยยืนยันว่า สุขภาพ
ยังดีแต่การพักผ่อนก็เป็นการพักฟื้น ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง
แต่ก็ยังสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ
ในส่วนสาเหตุของการติดเชื้อนั้น
คงจะเกิดจากการทำงานที่ต้องเดินทางไปในหลายๆอำเภอ

แต่ เมื่อรู้ผลแล้วก็ไม่น่าเป็นห่วงและเชื่อว่าโรคนี้ไม่น่ากลัว
เพราะในส่วนตัวเองเมื่อมีอาการติดเชื้อก็ไม่มีผลต่อสุขภาพ
เพราะไม่มีอาการมึนหัวหรือเจ็บปวดอะไร

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แห่ซื้อพันธบัตรไทยเข้มแข็งรอบสองกาฬสินธุ์ขายเกลี้ยง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กรกฎาคม 2552 14:50 น.
กาฬสินธุ์ - ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
ต่างพร้อมจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งสำหรับประชาชนทั่วไปในรอบที่
สองวันนี้ ขณะที่การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งสำหรับผู้สูงอายุได้รับความ
สนใจเป็นอย่างมากมีประชาชนเดินทางมาซื้อหมดเกลี้ยงตั้งแต่วันแรกที่เปิด
จำหน่าย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำป้ายมาติดประกาศว่าพันธบัตรหมด

วันนี้ (15 ก.ค.)
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งในรอบที่ 2
สำหรับประชาชนทั่วไปในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ทั้ง 7
แห่งเป็นไปด้วยความคึกคักมีประชาชนเดินทางมาซื้อพันธบัตรจำนวนมาก
บางคนมารอตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้ต้องเข้าคิวกันยาวเหยียด

โดยเฉพาะที่ธนาคารกสิกรไทยสาขากาฬสินธุ์
เจ้าหน้าที่ได้ตั้งโต๊ะรอจำหน่ายตั้งแต่เช้า
และยืนยันว่าการจำหน่ายพันธบัตรเป็นไปด้วยความโปร่งใส
ซึ่งหากใครมาก่อนก็ได้ซื้อพันธบัตรก่อน
และคาดว่าในวันนี้จะมีประชาชนมาซื้อพันธบัตรมากกว่ากลุ่มผู้สูงอายุ
เนื่องจากยอดการติดต่อสั่งจองเฉพาะที่ธนาคารแห่งนี้มีมูลค่าเม็ดเงินมากกว่า
30 ล้านบาท

แต่ ทางธนาคารยืนยันที่จะให้ผู้ที่ต้องการซื้อเข้ามาติดต่อกับธนาคารด้วยตนเอง
เพื่อจำเป็นที่จะต้องรับทราบเงื่อนไขรวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่คุ้มค่าต่อการลง
ทุนซื้อพันธบัตรในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้
ที่มีปัญหาการร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากธนาคารบางแห่ง
ผู้บริหารธนาคารเชื่อว่าอาจจะเกิดความเข้าใจผิดที่คาดเคลื่อนแต่สำหรับผู้
ที่ต้องการก็ยังสามารถเข้าไปติดต่อเพื่อซื้อพันธบัตรนี้ได้ไปจนหมดโค้วตา
และคาดว่า จะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

โอดข้าวเปลือกหายซ้ำซาก ตร.กาฬสินธุ์หมดน้ำยาล่า - ชาวนาตั้งค่าหัวนำจับโจรขโมยข้าวเอง

กาฬสินธุ์ - โจรขโมยข้าวที่จังหวัดกาฬสินธุ์ออกอาละวาดอีก
ล่าสุดเหิมเกริมหนัก ล้วงคองูเห่า
ขึ้นกวาดข้าวเปลือกของที่ปรึกษานายกเทศมนตรีฯ ท.ต.บัวบาน เกือบหมดยุ้ง
สูญกว่า 20,000 บาท เจ้าบ้านเดือดถูกโจรหยาม ตั้งรางวัลไล่ล่าเอง
หลังพึ่งตำรวจไม่ได้ ด้านตำรวจท้องที่โอดพื้นที่รับผิดชอบกว้างขวาง
ดูแลไม่ทั่วถึงจึงเกิดคดีโจรขโมยข้าวซ้ำซ้อน
เตือนราษฎรที่มีข้าวเปลือกเจ้า ตกเป็นเป้าโจรกรรมเพราะราคาดี

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (14 ก.ค.)
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง
กรณีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนภายหลังแก๊งค์มิจฉาชีพบุกงัดยุ้งฉางขโมยข้าว
เปลือกไปจำนวนมาก โดยเดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 27 หมู่ 23 บ้านโพธิ์ชัย
ต.บัวบาน อ.ยงตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของนายอดิศร เสนานาค
ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
และเป็นอดีตข้าราชการเสมียนตราจังหวัด
ซึ่งได้ร้องเรียนผู้สื่อข่าวกรณีข้าวเปลือกในยุ้งฉาง
ถูกโจรขึ้นลักขโมยเกือบหมด

นายอดิศรเล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในกลางดึกของคืนวันที่
8 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งฝนตกตลอดคืน
ทำให้ตนกับภรรยาและลูกนอนหลับไม่รู้สึกตัว
พอตื่นเช้าขึ้นมาจึงได้สังเกตเห็นความผิดปกติขึ้นที่ยุ้งฉาง
ซึ่งตั้งอยู่ห่างตัวบ้านประมาณ 20 เมตร โดยพบว่าประตูยุ้งฉางเปิดแง้มไว้
ทำให้เข้าใจทันทีว่าข้าวเปลือกคงถูกโจรขึ้นขโมย

เมื่อสำรวจบริเวณยุ้งฉาง ยังพบเมล็ดข้าวเปลือกตกกระจายเป็นหย่อมๆ
และมีร่องรอยการเคลื่อนย้ายชัดเจน และพอขึ้นสำรวจบนยุ้งฉาง
พบกุญแจประตูถูกงัดเสียหาย
ขณะที่ข้าวเปลือกที่เป็นข้าวเจ้าซึ่งบรรจุในถุง ได้หายไปจำนวน 56 ถุง
หรือประมาณ 170 ถัง มูลค่าความเสียหายประมาณ 20,000 บาท
เหลือเพียงข้าวเปลือกเหนียวประมาณ 30 ถุงเท่านั้น

นายอดิศรกล่าวอีกว่า
โจรขโมยข้าวเปลือกของตนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สอง
โดยครั้งแรกถูกขโมยเมื่อราวต้นปีที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นช่วงที่โจรขโมยข้าวอาละวาดหนัก
มีชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันและใกล้เคียง ได้รับความเดือดร้อนประมาณ 50
ราย มูลค่าความเสียหายนับแสนบาท
ซึ่งครั้งนั้นข้าวเปลือกในยุ้งฉางของตนถูกขโมยไปประมาณ 15 ถุง หรือประมาณ
50 ถัง รวมกับครั้งนี้ประมาณ 220 ถัง โดยที่ตำรวจท้องที่
ยังไม่สามารถที่จะจับกุมคนร้ายดำเนินคดีได้แม้แต่รายเดียว

เป็น ที่น่าสังเกตว่า
ข้าวเปลือกที่ถูกขโมยครั้งนี้เป็นข้าวเปลือกเจ้าทั้งหมด
โดยที่ข้าวเปลือกเหนียวไม่ถูกขโมย ซึ่งพอถูกโจรขโมยข้าวซ้ำอีก
ตนได้แจ้งตำรวจท้องที่คือ สภ.นากุง อ.ยางตลาด
ตรวจที่เกิดเหตุและเร่งสืบหาตัวคนร้าย

แต่ในความเห็นของตนไม่มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมคนร้ายได้
เพราะที่ผ่านมาปัญหาการขโมยข้าวเปลือกในพื้นที่
โดยเฉพาะต.บัวบานเกิดขึ้นมากที่สุด
และเป็นปัญหามาทุกปีและเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ไม่สามารถจับคนร้ายได้สักราย

"กรณีของผมเอง คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
จึงได้ประกาศตั้งรางวัลนำจับจำนวน 10,000
บาทให้กับผู้ที่สามารถแจ้งเบาะแส และจับคนร้ายมารับโทษ" นายอดิศรกล่าว

ด้าน ร.ต.ต.ธนสิทธ์ นาสมตรอง ร้อยเวร สภ.นากุงกล่าวว่า
คดีโจรขโมยข้าวเปลือกรายนี้
คนร้ายได้เลือกขโมยทรัพย์สินของผู้เสียหายที่บ้านเรือนอยู่ห่างจากบ้านหลัง
อื่น และอาศัยช่วงกลางดึกที่ฝนตกและเจ้าของบ้านนอนหลับสนิทในการก่อเหตุ
โดยย่องขึ้นงัดประตูและลำเลียงไปขึ้นรถหลบหนี
เชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้น่าจะเป็นคนในพื้นที่ที่รู้เส้นทางเข้าออกเป็นอย่าง
ดี และคาดว่าน่าจะมีประมาณ 5 คน
ซึ่งอาจเป็นแก๊งเดียวกับที่เคยลักขโมยในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ได้จัดสายสืบออกหาเบาะแส
และจัดสายตรวจออกตรวจตราเป็นประจำทุกคืน
แต่เนื่องจากมีพื้นที่รับผิดชอบกว้างถึง 4 ตำบล 57 หมู่บ้าน
ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่มีน้อย ทำให้ดูแลไม่ทั่วถึง
จึงเป็นช่องทางให้แก๊งขโมยข้าวเปลือกออกอาละวาดได้ง่าย

สำหรับ คดีนี้ที่คนร้ายเลือกขโมยเฉพาะข้าวเจ้า
คงเป็นเพราะข้าวเจ้าราคาสูงกว่าข้าวเหนียว คือกิโลกรัมละ 15-18 บาท
ฉะนั้น ราษฎรที่เก็บข้าวเปลือกเจ้าไว้ที่ยุ้งฉาง
จึงควรเพิ่มความระมัดระวัง และหาทางป้องกันโจรขึ้นขโมยเป็นพิเศษด้วย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000079371

เมืองน้ำดำตั้งศูนย์ ฉก.รับมือน้ำท่วม - อุตุฯ เตือนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่ม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 กรกฎาคม 2552 14:35 น.
กาฬสินธุ์ -
จังหวัดกาฬสินธุ์ตั้งศูนย์เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย
และดินถล่ม เพื่อรับมือปัญหาน้ำท่วมในช่วงหน้าฝน
พร้อมย้ำทุกอำเภอเร่งสำรวจพนังกั้นน้ำ อ่างเก็บน้ำ จัดเตรียมอุปกรณ์
และบุคลากรรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านสถานีอุตุนิยมวิทยากาฬสินธุ์เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระวังน้ำท่วม
ฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม

วันนี้ (14 ก.ค.) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ชั้น 4
นายสุวิทย์ สุบงกฎ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหา
อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ปี 2552 จังหวัดกาฬสินธุ์
เพื่อเตรียมความรับมือปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน โดยมีนายอำเภอทั้ง 18
อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 50
คนเข้าร่วมประชุม

นายสุวิทย์ สุบงกฎ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูฝน
และขณะนี้มีร่องความกดอากาศต่ำพัดผ่านเข้ามา
ทำให้พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตก
ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้สั่งให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ
ท่วมที่กำลังมาถึงนี้

โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไข
ปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ปี 2552 จังหวัดกาฬสินธุ์ขึ้น
เพื่อคอยอำนวยความสะดวก ประสานงาน
ตลอดจนให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย

นอก จากนี้ยังแจ้งไปยังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์
อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งให้จัดตั้งศูนย์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน
และให้เตรียมเครื่องไม้ เครื่องมือ อุปกรณ์
และบุคลากรไว้ให้การช่วยเหลือและรับแจ้งเหตุน้ำท่วมจากประชาชนตลอด 24
ชั่วโมง

นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้นายอำเภอ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งออกสำรวจพนั่งกั้นน้ำ อ่างเก็บน้ำ
สถานที่ราชการ สถานศึกษา วัด บ้านเรือนประชาชน และอื่นๆ
ตลอดจนถนนหนทางที่เกิดความเสียหาย
และที่มีความเสี่ยงแล้วให้รายงานเข้ามายังจังหวัดโดยเร่งด่วน
เพื่อที่จะหาทางป้องกันปัญหาน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม
จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ของป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย ขณะนี้ยังไม่น่าห่าง
เพราะจากการรายงานของชลประทานจังหวัดอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง
และขนาดเล็กทั้ง 18 แห่งมีความจุอยู่เพียง 52 %
ซึ่งยังคงสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก

ส่วนเขื่อนลำปาวขณะนี้มีประมาณน้ำอยู่ที่ 567 ล้านลูกบาศก์เมตร
จากความจุ 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 39%
ซึ่งยังสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมากเช่นกัน

ด้านนายสุพจน์ ปั้นทรัพย์ หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาอำเภอกมลาไสย
จ.กาฬสินธุ์ ระบุว่า ในช่วงวันที่ 13-19 กรกฎาคมนี้
ยังมีร่องความกดอากาศต่ำพัดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทำให้มีฝนตกชุกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะวันที่ 13-14 กรกฎาคม
จะมีฝนตกชุกในหลายจังหวัดของภาคอีสาน

เพราะ ฉะนั้น ประชาชนในอาศัยอยู่ในพื้นที่เสียงภัย
เช่นพื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ติดภูเขา โดยเฉาะเทือกเขาภูพาน
ให้ติดตามข่าวสารของทางราชการอย่างใกล้ชิดและให้ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน
น้ำป่าไหลหลาก และดินโคนถล่มด้วย

สพท.กาฬสินธุ์สั่งคุมเข้มทุกโรงเรียนหวั่นไข้้หวัดกระทบการเรียนเด็ก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 กรกฎาคม 2552 11:54 น.
กาฬสินธุ์ - ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานกาฬสินธุ์เขต
1 สั่งคุมเข้มสถานศึกษาเน้นต้องทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
ไข้หวัด 2009 เผยขณะนี้มีนักเรียนป่วยเป็นโรคไข้หวัด 2009 แล้ว 2
รายแต่ทำการรักษาหายหมดแล้ว

นายปรีชา วังคะฮาต ผอ.สพท.กาฬสินธุ์ เขต 1 กล่าวว่า
ขณะนี้ได้มีการสั่งคุมเข้มให้ทางผู้บริหารสถานศึกษาได้เร่งตรวจเช็คสุขภาพ
ของนักเรียนในสังกัด และจะต้องทำการคัดแยกหรือแจ้งแพทย์
และผู้บังคบบัญชาทันทีหากพบความผิดปกติของเด็กนักเรียน
ไม่ว่าจะเป็นการป่วยเป็นไข้ตัวร้อนของนักเรียนพร้อมกันทีละมากๆ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ประสานไปยังสถานศึกษาในสังกัดทั้ง 211 แห่ง
ให้ร่วมกับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ
ให้ช่วยเข้าไปทำความสะอาดอาคารเรียนและอาคารประกอบของสถานศึกษาให้ครบทุก
แห่งทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้
ปกครองด้วย

สำหรับสถานการณ์โรคไข้หวัด 2009 ของ จ.กาฬสินธุ์
เบื้องต้นพบว่ามีเด็กนักเรียน 2 คน
ที่เพิ่งกลับจากการแข่งทักษะการศึกษาที่ กรุงเทพฯ
และกลับมาเริ่มมีอากาป่วยและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
ซึ่งผลตรวจยืนยันแน่ชัดว่าป่วยเป็นโรคไข้หวัด 2009
จริงแต่ขณะนี้ได้ทำการรักษาหายจนเป็นปกติแล้ว

สสจ.กาฬสินธุ์ ออกรณรงค์เชิงรุกเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
สำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
และเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
ออกรณรงค์เชิงรุกการเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่สายใหม่2009 ในสถานที่
อาจเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อ เช่น โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง
ร้านเกมส์ โรงแรม สถานที่กวดวิชา สถานีขนส่ง ธนาคาร สถานที่ราชการ
โดยสนับสนุนสื่อ ให้ความรู้ แจกหน้ากากอนามัย แอกกอฮอล์เจล
และป้ายประชาสัมพันธ์ ตามสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน ที่ชุมชน บขส.
และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่าน สื่อต่างๆ วิทยุ
และหอกระจายข่าวสารประจำหมู่บ้าน และโรงเรียน
เฝ้าระวังนักเรียนให้ความรู้หน้าเสาธง และรณรงค์ให้ส่วนราชการทำความสะอาด
กินร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ ไอจาน ปิดปาก สวมหน้ากากอนามมัย
ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ชาวบ้านร้องงบชุมชนพอเพียงส่อทุจริต แฉมีใบสั่งการเมืองงาบงบแผ่นดิน

กาฬสินธุ์ - ประธานองค์กรชุมชนพอเพียง อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์
เรียกร้องให้ทางจังหวัดเร่งสอบสวนกรณี กระทรวงมหาดไทย
จัดสรรงบสนับสนุนตามโครงการชุมชนพอเพียง ซึ่งเป็นการกระจายงบ SML เดิม
เพราะเชื่อว่ามีใบสั่งการเมืองและเชื่อว่ามีความพยายามแสวงหาผลประโยชน์จาก
งบประมาณส่วนนี้
จนทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนจากโครงการและเกรงว่าจะทำให้รัฐบาลเสียประโยชน์
จากงบประมาณนี้เป็นวงเงินหลายหมื่นล้านบาท

วันนี้ (12 ก.ค.) ที่โรงแรมสุภัคโฮเต็ล จังหวัดกาฬสินธุ์
เครือข่ายองค์กรชุมชนพอเพียงจากอำเภอเขาวง นำโดย นายนิคม อุปชีวะ
ประธานคณะกรรมการโครงการชุมชนพอเพียง ปี 2552 บ.โพนนาดี ต.หนองผือ
นายทวีศิลป์ ประเสริฐ์สังข์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.กุดสิมคุ้มใหม่
นายสุริยัน ทะรังศรี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ต.กุดสิมคุ้มใหม่ นายศิริราช
อุทโท ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.คุ้มเก่า และนางไพรยรัตน์ ภูดินขาว
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.กุดสิมคุ้มใหม่
ได้นำเอกสารและใบสำคัญในโครงการชุมชนพอเพียง หลายรายการ
นำมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อให้ทางจังหวัด
เร่งทำการสวบสวนกรณีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนชุมชน
ตามโครงการชุมชนพอเพียง ซึ่งเดิมเป็นการกระจายงบ SML
ของรัฐบาลในแต่ละรอบปี
ที่ต้องการสนับสนุนระบบการผลิตภายในชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้โครงการดังกล่าว
อยู่ในความรับผิดชอบของผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับ
ชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ที่จะทำการจัดสรรงบประมาณตามโครงการและจำนวนประชาชนของชุมชนในแต่ละหมู่บ้าน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประธานคณะกรรมการโครงการชุมชนพอเพียงในแต่ละแห่งก็ได้ทำการเขียน
โครงการนำเสนอไปยังส่วนกลางและกำลังมีการพิจารณาเพื่อขอรับงบไปแล้ว
แต่ในระหว่างที่มีการพิจารณาเม็ดเงินเข้าในพื้นที่
กลับมีกลุ่มบุคคลที่อ้างตัว สนิทสนมกับนักการเมืองรวมไปถึง กรรมาธิการ
ที่ได้นำสินค้าที่ไม่อยู่ในโครงการที่เขียนไปนำเสนอและอ้างว่าให้ดำเนินการ
เปลี่ยนแปลงโครงการ
ที่ตรงตามจำนวนเงินในแต่ละแห่งที่กำลังรอการจัดสรรจนทำให้เชื่อว่ามีกระบวน
การแอบอ้างเพื่อหาประโยชน์จากโครงการนี้

นายนิคม อุปชีวะ ประธานคณะกรรมการโครงการชุมชนพอเพียง ปี 2552
บ.โพนนาดี หมู่ที่ 4 ต.หนองผือ อ.เขาวง กล่าวว่า
ปัญหาที่ต้องการให้ทางจังหวัดทำการสอบสวนเพื่อยุติกระบวนการหาประโยชน์จากงบ
ประมาณนี้เพราะเชื่อว่า มีกลุ่มข้าราชการ นักการเมือง รวมไปถึงกลุ่มทุน
ตั้งแต่ส่วนกลางลงมาถึงภูมิภาค
มีความพยายามที่จะหาประโยชน์จากโครงการชุมชนพอเพียงของรัฐบาล
ด้วยการตัดตอนเม็ดเงินที่กำลังจะทำการเบิกจ่ายลงตามหมู่บ้านกันในวันที่
17 กรกฎาคมนี้ที่ในแต่ละแห่งเฉลี่ยจะมีจำนวนเงินประมาณ 200,000
บาทหรือทั่วประเทศก็น่าจะมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท

เพราะในส่วนของบ้านโพนนาดีที่ดูแลอยู่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณ
จำนวน 250,000 บาท
เนื่องจากชุมชนแห่งนี้ได้เสนอโครงการต่อเติมอาคารปุ๋ยไป
แต่แล้วหลังจากที่สำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน

กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งเรื่องว่า ชุมชน
โพนนาดีได้รับการอนุมัติโครงการ กลับปรากฏว่า
มีกลุ่มบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นตัวแทนของคณะกรรมาธิการ หรือแม้แต่
ส.ส.พื้นที่ ได้นำสำเนา ศพช.01 หรือเอกสารการเขียนโครงการใหม่
พร้อมกับเอกสารการเสนอขายสินค้าอีกหลายรายการ


อย่างไรก็ตาม
ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นหรือเกี่ยวข้องกับโครงการนำมา
จำหน่ายโดยอ้างว่าไม่เกี่ยวกับการเสนอโครงการเดิม
แต่เนื่องจากความผิดปกติจึงได้ทำการปรึกษาไปยัง ประธานชุมชนอื่นๆ
และได้สอบถามไปยัง ส.ส.ในพื้นที่ ก็ได้รับการปฏิเสธ
ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2552
ก็ได้ไปพบกับ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียง ที่กรุงเทพฯ
ก็ได้รับการปฏิเสธ
จึงเชื่อว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพมีความพยายามแอบอ้างเพื่อหาประโยชน์จากเงินจำนวน
นี้

นายนิคมกล่าวต่อว่า การ
เข้าร้องเรียนครั้งนี้เพื่อเตือนให้พี่น้องประชาชนในทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ให้ระวัง มิจฉาชีพ
ที่ต้องการแสวงหาประโยชน์จากโครงการนี้เพราะจำนวนเม็ดเงินในแต่ละแห่งจะ
เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200,000
บาทและเชื่อว่าการอนุมัติเงินดังกล่าวและกระจายลงมาจะมีมากกว่า 1
หมื่นล้านบาท และอย่าให้หลงเชื่อมิจฉาชีพ
เพราะจะทำให้โครงการภายในชุมชนเสียหายและชาวบ้านจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ด.ช.13 ปีเมืองน้ำดำไม่ห่วงเล่นตามวัยใช้เวลาว่างสานตระกร้าไผ่ขายช่วยครอบครัว

กาฬสินธุ์-เด็กชายวัย 13 ปี กาฬสินธุ์ไม่ห่วงเล่นตามวัย
ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนจักสานตะกร้าไม้ไผ่จนเกิดความชำนาญ
เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการสืบสานภูมิปัญญา
หารายได้เข้าครอบครัวช่วยพ่อแม่และเหลือเก็บเป็นทุนการศึกษา

เด็กชายคนดังกล่าวชื่อเด็กชายวรรณพงษ์ มีชัย อายุ 13 ปี
บุตรนายสุนทร-นางดวง มีชัย ราษฎรบ้านท่าแสง หมู่ 6 ตำบลลำพาน อ.เมือง
จ.กาฬสินธุ์ ที่มีอาชีพทำนารายได้ต่อวันในครอบครัวไม่ถึงวันละ 200 บาท
เด็กชายคนนี้จึงเริ่มหารายได้พิเศษโดยได้ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและในวัน
หยุดเสาร์-อาทิตย์ อยู่กับการจักสานเครื่องใช้สอยในครัวเรือน
ประเภทตะกร้า ข้อง และกระด้งฝัดข้าว โดยมีเพื่อนบ้านอุดหนุนซื้อผลงาน
ทำให้มีรายได้ใช้เป็นทุนการศึกษา

ซึ่งนอกเหนือจากการสืบทอดภูมิปัญญาและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
โดยไม่ไปหาเที่ยวเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน เป็นตัวอย่างเยาวชนรุ่นใหม่
ที่น่ายกย่องชมเชยในการสร้างงาน สร้างรายได้ ในยุคที่เศรษฐกิจถดถอย

เด็กชายวรรณพงษ์กล่าวว่า
ตนมีความชำนาญในการจักสานสิ่งของเครื่องใช้มาประมาณ 2 ปี
โดยเริ่มจากเห็นนายบุญ ฤทธิ์พูล ผู้เป็นตาจักสานมาก่อน
ซึ่งเท่ากับเป็นการปลูกฝังจิตสำนึก และเกิดแรงบันดาลใจที่จะจักสาน
จึงได้หัดทำเรื่อยมาจนเกิดความชำนาญ ทั้งการจักตอก การขึ้นตอกจักสาน
โดยชิ้นหนึ่งๆใช้เวลาทำ 2 วันเสร็จ ทีแรกทำใช้ในครัวเรือน

ต่อ มาเพื่อนบ้านมาสั่งให้ทำและมารับซื้อถึงที่ ในราคาชิ้นละ
50-100 บาท ทำให้มีรายได้โดยไม่ต้องขอพ่อแม่ และนอกจากนี้
ยังเก็บออมเพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาด้วย

สำหรับเด็กชายวรรณพงษ์
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จ.
กาฬสินธุ์ ได้ให้การส่งเสริมและยกย่องเป็นตัวอย่างเยาวชนรุ่นใหม่
ที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
โดยไม่เอาแต่เล่นหรือเที่ยวเหมือนเด็กทั่วไปที่อยู่ในวัยเดียวกัน
นอกจากนี้ยังเป็นการสืบทอดภูมิปัญญา และหารายได้โดยวิธีสุจริต

ซึ่งสามารถที่จะสืบสานหัตถกรรมจักสาน
พัฒนางานฝีมือและสร้างผลิตภัณฑ์ที่ประณีต มีคุณค่า
นำรายได้จุนเจือครอบครัว และหาทุนการศึกษาด้วยตนเองได้เป็นอย่างดี
ในยุคที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000077325

ชาวกาฬสินธุ์สาบานเลิกเหล้าเข้าพรรษา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 กรกฎาคม 2552 18:45 น.
กาฬสินธุ์- ประชาชนจังหวัดกาฬสินธุ์ กว่า 1,000 คน
เข้าพิธีสาบานตนเลิกเหล้าในเทศกาลเข้าพรรษา
และมอบป้ายร้านค้าคุณธรรมงดจำหน่ายสุราให้กับผู้ประกอบการร้านค้า

ที่วัดบ้านดอนยานาง ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
นายสุวิทย์ สุบงกฎ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
เป็นประธานพิธีสาบานเลิกเหล้าเข้าพรรษา มีพระครูอนุสรธรรมคุณ
เจ้าคณะอำเภอยางตลาด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูประยุตธรรมสุนทร
เจ้าคณะตำบลดอนสมบูรณ์และนายทองสุข โกฏิรักษ์ นายก อบต.ดอนยานาง
นำประชาชนจำนวน 1,000 คน ร่วมโครงการ

นายสุวิทย์ สุบงกฎ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ในเทศกาลเข้าพรรษาเป็นช่วงที่พระสงฆ์ต้องอยู่ประจำวัดตามพุทธประเพณี
มีการปฏิบัติตามธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ซึ่งในส่วนฆราวาส หรือประชาชนเอง
ก็ต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นคนดี คือ เน้นประพฤติดี ประพฤติชอบ
ดำรงตนในกรอบของความดีงามตลอด 3 เดือนที่เข้าพรรษา โดยเฉพาะการถือศีล 5
ลด ละ อบายมุข ทั้งปวง ในเทศกาลเข้าพรรษา

จึงได้จัดโครงการเลิกเหล้าเข้าพรรษา
โดยเชิญชวนประชาชนที่เคยดื่มสุรา เข้าสาบานตน และนอกจากนี้
ยังได้มอบป้ายร้านค้าคุณธรรม
ให้กับร้านค้าในชุมชนได้เข้าร่วมโครงการโดยไม่จำหน่ายสุราในช่วงเทศกาลเข้า
พรรษานี้

สำหรับวัดบ้านดอนยานาง
เป็นวัดที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง
เป็นหมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองนำร่องของจังหวัดกาฬสินธุ์
เป็นต้นแบบของการจัดตั้งโรงเรียนวิถีพุทธของสำนักงานพระพุทธศาสนา
การรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดได้ผล และเดินตามรอยพระยุคลบาทเศรษฐกิจพอเพียง
โดยดึงประชาชน เยาวชน และองค์ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม

จึงได้จัดเป็นวัดนำร่องของโครงการสาบนตนเลิกเหล้าเข้าพรรษาของ
จังหวัดกาฬสินธุ์ในครั้งนี้ และมีการมอบธงพลังแผ่นดิน
ขจัดสิ้นยาเสพติดให้กับผู้นำชุมชนด้วย

ชาวนาเมืองน้ำดำเร่งปักดำก่อนเข้าพรรษาค่าจ้างพุ่ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 กรกฎาคม 2552 12:53 น.
กาฬสินธุ์ - ชาวนาที่จังหวัดกาฬสินธุ์
ต่างระดมแรงงานปักดำทำนาเพื่อให้เสร็จก่อนวันเข้าพรรษา
เพื่อที่จะได้เข้าวัดฟังธรรมในเทศกาลเข้าพรรษาอย่างเต็มที่
ทำให้อัตราการว่าจ้างแรงงานปรับจากวันละ 150 บาท เป็นวันละ 200 บาท

จากการติดตามบรรยากาศการทำนาปีที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่า
มีการทำนาแบบประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น โดยหันมาทำนาหว่านเป็นจำนวนมาก
ขณะที่มีอีกจำนวนไม่น้อยที่พื้นที่เป็นที่ลุ่ม
เสี่ยงต่อการที่จะถูกน้ำท่วมเสียหาย ไม่เหมาะต่อการทำนาหว่าน
จึงต้องทำนาแบบปักดำ

นางเพลินจิต ภูนาแสง ชาวนาอำเภอยางตลาด กล่าวว่า
เนื่องจากตนมีที่นาจำนวน 10 ไร่
หากจะทำกันเพียงสองคนคือตนกับสามีคงทำไม่ไหว
จึงจำเป็นที่จะต้องจ้างแรงงานในพื้นที่ ที่แต่เดิมจ้างกันวันละ 150 บาท
แต่เนื่องจากแรงงานขาดแคลน จึงต้องเพิ่มค่าแรงสูงขึ้นอีก
เพื่อที่จะเรียกความสนใจมาดำนาให้ตน

นางเพลินจิตรกล่าวอีกว่า
เนื่องจากต้นกล้าของตนมีอายุที่จะปักดำก่อนวันเข้าพรรษาพอดี
ที่หากเข้าพรรษาแล้วจะหาคนงานรับจ้างดำนายากยิ่งขึ้น
เพราะชาวบ้านหรือผู้ใช้แรงงานในหมู่บ้าน ต่างเป็นชาวพุทธ
มีความเลื่อมใสในพุทธศาสนา และจะพากันเข้าวัดฟังธรรม
จึงจะทำให้เกิดปัญหาแรงงานขาดแคลน

ตนจึงได้โหมทำนาให้เสร็จก่อนวันเข้าพรรษา
และยอมขึ้นราคาจ้างสูงขึ้นอีก คือหากเป็นคนงานในหมู่บ้านเดียวกัน
จะจ้างวันละ 160 บาท หรือหากเป็นคนงานเดินทางมาจากหมู่บ้านอื่น
ที่ต้องบวกค่าเดินทางด้วย จะต้องจ่ายถึงวันละ 200 บาททีเดียว

ทั้งนี้ เพราะต้องการทำนาให้เสร็จก่อนวันเข้าพรรษา
เพื่อที่จะได้มีเวลาไปทำบุญ
และเข้าวัดฟังธรรมในเทศกาลเข้าพรรษาอย่างเต็มที่

กาฬสินธุ์อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แห่เทียนพรรษา ถวายผ้าสร งน้ำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2552 22:07 น.
กาฬสินธุ์-พุทธ ศาสนิกชนจังหวัดกาฬสินธุ์
จัดขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แห่เทียนเข้าพรรษาและเสาเสมาธรรมจักร
พร้อมถวายผ้าสรงน้ำแด่พระภิกษุสงฆ์
เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลวันเข้าพรรษา
เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและสืบทอดบวรพระพุทธศาสนา

ที่เทศบาลตำบลบัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายอภิชาติ
ภูเกิดพิมพ์ ปลัดอำเภอยางตลาด เป็นประธานพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ
แห่เทียนเข้าพรรษา เสาเสมาธรรมจักรและถวายผ้าสรงน้ำฝน โดยมีนายสมยศ
ยนต์ชัย นายกเทศมนตรีตำบลบัวบาน นำพุทธศาสนิกชนจำนวนกว่า 500 คน
ร่วมงานตามประเพณีชาวไทย เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2552

นายสมยศ ยนต์ชัย นายกเทศมนตรีตำบลบัวบาน อ.ยางตลาด
จ.กาฬสินธุ์กล่าวว่า ในโอกาสวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
คือวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลวันเข้าพรรษา
เพื่อเป็นการสืบทอดบวรพระพุทธศาสนา และถวายเป็นพุทธบูชา
จึงได้ร่วมกับผู้นำชุมชน สถานศึกษา และวัดทุกแห่งในเขตเทศบาลตำบลบัวบาน
จัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา
และมีการถวายผ้าอาบน้ำฝนให้กับพระภิกษุสงฆ์-สามเณรตามประเพณีปฏิบัติด้วย

นายสมยศกล่าวอีกว่า ในการแห่เทียนเข้าพรรษาปีนี้
ยังได้จัดขบวนอัญเชิญพระบรมสาริริกธาตุ มาประดิษฐานที่มณฑป ณ
หอประชุมเทศบาลตำบลบัวบาน
เพื่อให้ชาวพุทธได้สักการะและระลึกถึงพระพุทธสัมมาสัมพุทธเจ้า นอกจากนี้
ยังมีการแห่เสาเสมาธรรมจักร
ซึ่งเป็นรางวัลที่พระสมณศักดิ์ประจำตำบลบัวบาน 2 รูป
คือพระครูโพธิชยานุโยค เจ้าคณะตำบลบัวบาน เขต 1 และพระครูปริยัติการ
เจ้าคณะตำบลบัวบาน เขต 2 ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันวิสาขบูชาโลกที่ผ่านมา

ทั้ง นี้ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวตำบลบัวบานได้ร่วมแสดงมุทิตาจิต
และได้ร่วมกันเพื่อสืบทอดบวรพระพุทธศาสนา ถือศีลภาวนา ลด ละ เลิกอบายมุข
ถวายเป็นพุทธบูชาตลอด 3 เดือนที่เข้าพรรษานี้

ดอกบัวขายดีเข้าพรรษาที่กาฬสินธุ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2552 22:04 น.
กาฬสินธุ์-ดอก บัวหลวงขายดีในวันเข้าพรรษา
ขณะที่เกษตรกรที่ปลูกดอกบัวระบุปีนี้ผลผลิตน้อย
เนื่องจากเจอสภาพอากาศที่แปรปรวน ส่วนราคาขายยังคงขายในราคากำละ 10 บาท

จากการสำรวจบรรยากาศการซื้อขายดอกไม้ที่จ.กาฬสินธุ์ในช่วงวันเข้า
พรรษา พบว่ายอดการสั่งดอกไม้โดยเฉพาะดอกบัวหลวงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะที่ชุมชนทุ่งศรีเมืองแหล่งเพาะปลูกดอกบัวหลวงตามธรรมชาติแหล่งใหญ่
ในจ.กาฬสินธุ์ปีนี้ ถึงแม้ดอกบัวจะมีไม่มาก
แต่ก็เพียงพอต่อความต้องการของพุทธศาสนิกชนในช่วงเข้าพรรษานี้แน่นอน

เกษตรกรปลูกดอกบัวหลวงในชุมชนทุ่งศรีเมือง
เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ รายหนึ่งระบุว่า
ปีนี้ดอกบัวมีน้อยเพราะเจอเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้ดอกบัวมีไม่มาก
โดยเฉพาะช่วงนี้ฝนตกบ่อยทำให้ดอกบัวไม่โผล่จากน้ำทำให้เก็บดอกบัวลำบาก
พร้อมกับสภาพอากาศที่เย็นจัด จึงงดที่จะลงน้ำเก็บดอกบัวด้วย
แต่ทั้งนี้ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าในการที่จะเตรียมดอกบัวไว้ขายในช่วงเข้า
พรรษา ถึงมีไม่มากแต่ก็เพียงพอกับความต้องการของประชาชน

ซึ่งขณะนี้ยอดการสั่งดอกบัวปีนี้สูงมากถึงวันละ 50-100 กำ
ที่แต่ละกำจะมีดอกบัวประมาณ 50 ดอก ราคาขายส่งดอกบัวขายในราคากำละ 10 บาท
ส่วนที่พับกลีบเรียบร้อยจะขายที่กำละ 20 บาท ที่เป็นราคาปกติ
ไม่ขึ้นราคาเหมือนกับสินค้าอื่น ๆ
เนื่องจากต้นทุนการปลูกดอกบัวหลวงไม่มีมากเหมือนกับพืชชนิดอื่น ๆ

อย่างไรก็ตามในช่วงวันอาสาฬหบูชาจนถึงช่วงวันเข้าพรรษา
ร้านค้าขายดอกไม้สดหลายแห่งเริ่มขายดอกไม้ได้มากขึ้น
ทำให้ดอกไม้ที่ใช้บูชาพระหลายชนิดเริ่มขาดตลาด
และต้องปรับกลยุทธ์ในการขายด้วยการนำดอกไม้หลายชนิดมาผสมกันเป็นช่อแทนที่จะ
จัดดอกไม้ชนิดเดียวจำหน่ายเหมือนแต่ก่อน

สสจ.กาฬสินธุ์หวั่นร้านเกมเป็นแหล่งระบาดหวัด 2009

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2552 16:11 น.
กาฬสินธุ์ - นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์
เตือนผู้ปกครองที่ปล่อยบุตรให้เล่นเกมตามร้านอินเทอร์เน็ตระวังเชื้อโรค
โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ขณะที่สภาพอากาศเปลี่ยนส่งผลให้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตามโรงพยาบาลจำนวน
มาก

นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ถึงแม้จังหวัดกาฬสินธุ์จะยังไม่พบเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
แต่ผลการตรวจสอบนักเรียนหญิงของโรงเรียนอนุกูลนารี
มีอาการคล้ายที่จะป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มาก
กอปรกับสภาพอากาศเข้าสู่ช่วงฤดูฝนจะทำให้โรคไข้หวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัส
สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ นอกจากสถานที่เสี่ยงนอกจากย่านชุมชนแล้วยังมีสถานบริการโดยเฉพาะร้านอิน
เทอร์เน็ตจะต้องระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ
ในช่วงนี้ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้บุตรหลานไปเล่นเกมเป็นเวลานาน
เพราะหากมีผู้ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ก็จะสามารถทำให้เกิดการ
แพร่ระบาดได้

ขณะที่สถานพยาบาลทั้ง 14 แห่ง ขณะนี้
แพทย์-พยาบาลมีความพร้อมที่จะคัดกรองผู้ป่วย
ทั้งนี้แนวทางการป้องกันการแพร่ระบาด คือ
การพูดความจริงต่อระบบการสอบสวนโรค ทั้งนี้
ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนด้วย
สำหรับจำนวนผู้ป่วยในช่วงสภาพอากาศแปรปรวนขณะนี้ที่ จ.กาฬสินธุ์
มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาทั่วจังหวัดมากกว่าวันละ 300 คนแล้ว

ยอดสั่งทำขนมคึกคักรับเทศกาลเข้าพรรษา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2552 14:09 น.
กาฬสินธุ์ - เข้าพรรษาที่จังหวัดกาฬสินธุ์คึกคัก
ยอดสั่งทำขนมหวานในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเพิ่มหลายเท่าตัว
เผยขนมเทียนและข้าวต้มมัด ยอดสั่งมากกว่าวันละ 1,000 ชิ้น
ขณะที่ต้นทุนทำขนมปรับขึ้น แต่แม่ค้ายังตรึงราคาเดิม

บรรยากาศเทศกาลเข้าพรรษาที่จังหวัดกาฬสินธุ์เริ่มคึกคักมากขึ้น
หลังมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อมาทำบุญในวันเข้าพรรษา
ทำให้ร้านค้าหลายแห่งเริ่มหนาแน่น
ขณะที่แม่ค้าขายขนมหวานในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ต้องเร่งทำขนมจำนวนมาก
หลังมียอดการสั่งทำขนมหวานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

นางฉวีวรรณ พงษ์ศิริ แม่ค้าขายขนมหวาน กล่าวว่า
ช่วงก่อนจะทำขนมหวานขายลงทุนประมาณวันละ 2,000 บาท ทำขนมขายทุกชนิด
ซึ่งขนมหวานที่ทำขายจะมีทั้งขนมตาล ขนมชั้น ข้ามต้มมัด และขนมเทียน
ถ้าวันปกติอย่างละ 100 ชิ้นจะขายหมด แต่ 2-3
วันก่อนเข้าพรรษาต้องลงทุนเพิ่มเป็นวันละ 5,000 บาท
เนื่องจากมีลูกค้าสั่งจองขนมหวานเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

โดยเฉพาะขนมข้าวต้มมัด มียอดการสั่งทำขนมจำนวนมาก
แต่ละวันยอดสั่งทำมากถึงวันละ 1,000 ชิ้น
เช่นเดียวกันกับขนมเทียนซึ่งเป็นขนมที่ได้รับความนิยมสูงยอดสั่งทำอยู่ราวๆ
วันละ 1,500 ชิ้น ซึ่งประชาชนจะนำไปใส่บาตรในวันเข้าพรรษา
หากเปรียบเทียบกับปีที่แล้วหรือช่วงต้นปีช่วงเข้าพรรษาปีนี้ยอดการขายขนม
หวานดีกว่าที่ผ่านมากมาก

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าต้นทุนในการผลิตจะปรับขึ้นแทบทุกชนิด
ไม่ว่าจะเป็นข้าว แป้ง เนื้อหมู น้ำตาล และค่าแรงงานในการจ้างคนงาน
แต่ราคาขายขนมหวานช่วงเข้าพรรษาที่จังหวัดกาฬสินธุ์แม่ค้ายังจำหน่ายที่ราคา
ชิ้นละ 2 บาทเท่าเดิม

ล้างโรงเรียนป้องกันหวัดสายพันธุ์ใหม่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 กรกฎาคม 2552 15:38 น.
กาฬสินธุ์ - เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
ลุยทำความสะอาดสถานศึกษาหลายแห่ง
เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

นายภิญโญ รัตนศาสตร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
นำเจ้าหน้าที่เทศบาลพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุข
นำน้ำยาเคมีเข้าทำความสะอาดโรงเรียนอนุกูลนารี
ซึ่งก่อนหน้านี้มีนักเรียนหญิงป่วยคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
เพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกัน
จึงมีการระดมเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดตามโรงเรียนต่างๆ
ภายในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
ควบคู่กันไปกับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้จักการสวมใส่หน้ากาก
ป้องกันไข้หวัด หากพบว่าในช่วงนี้มีอาการป่วยก็ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย

ขณะที่มีรายงานจากโรงพยาบาลกาฬสินธุ์
ยังพบว่ามีประชาชนนำพาบุตรหลานไปตรวจสุขภาพเพื่อคัดกรองโรคอย่างต่อเนื่อง
และนับจากวันที่พบผู้ป่วยต้องสงสัยพบว่ามีประชาชนตื่นตัวไปตรวจสุขภาพ
มากกว่า 500 คน แพทย์ยังคงเชื่อมั่นว่าโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จะไม่เกิดการระบาดใน
พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ หากประชาชนทุกคนร่วมมือกันป้องกันด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร
และให้ไปพบแพทย์หากมีอาการป่วยที่ต้องสงสัย

เศรษฐกิจทรุดทำเทศกาลเข้าพรรษาเมืองน้ำดำหงอย สังฆทานยอดตก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 กรกฎาคม 2552 15:02 น.
กาฬสินธุ์ -
เศรษฐกิจตกต่ำพ่นพิษส่งผลให้บรรยากาศการทำบุญช่วงเข้าพรรษาและวันอาสาฬหบูชา
ในจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นไปอย่างเงียบเหงาและยังส่งผลให้คนเข้าทำบุญในวัด
พระภิกษุและสามเณรลดน้อยลง ด้านเจ้าของร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์
เครื่องปัจจัยไทยทาน เทียนพรรษาและของทำบุญต่างๆ ระบุยอดขายลดฮวบลงถึง 30
เปอร์เซ็นต์ เหตุประชาชนไม่กล้าใช้เงินในช่วงเศรษฐกิจขาลง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจับจ่ายซื้อเครื่องสังฆภัณฑ์
เครื่องปัจจัยไทยทาน และเทียนพรรษา ตลอดจนสิ่งของทำบุญต่างๆ
ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาและวันอาสาฬหบูชาตามร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ต่างๆ
ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงามีประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อของไปทำบุญ
ค่อนข้างบางตาและลดน้อยลงหากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สาเหตุเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น
ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจและไม่กล้าใช้เงิน
แม้จะเป็นการควักกระเป๋าเพื่อที่จะทำบุญก็ตาม

นายชื่นชัย ศรีสว่างวงศ์ อายุ 64 ปี
เจ้าของร้านม่านทิพย์ซึ่งจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์และสิ่งของทำบุญทุกชนิด
เปิดเผยว่า จากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำและไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น
ส่งผลให้ประชาชนภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ออกมาจับจ่ายซื่อเครื่องสังฆภัณฑ์
เทียนพรรษา เครื่องสังฆทาน และสิ่งของต่างๆภายในร้าน
ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา และวันอาสาฬหบูชา
เพื่อเอาไปทำบุญค่อนข้างบางตาและลดน้อยลงเรื่อยๆ

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเดียวกันแล้วยอดขายลดลงมากถึง
30เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้สาเหตุเพราะประชาชนไม่มั่นใจและไม่กล้าใช้เงินในช่วงเศรษฐกิจขาลง
และคำนึงถึงเรื่องปากท้องของตนเองก่อน
ซึ่งหากปากท้องของตนเองและครอบครัวอิ่มแล้วค่อนนำเงินมาซื้อของทำบุญ

"เป็นที่น่าตกใจอย่างมาก
เพราะที่ผ่านมาคนอีสานมักจะนิยมทำบุญแม้จะไม่ใช่วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาก็
ตาม แต่ก็ยังมีการจับจ่ายซื้อของเครื่องสังฆภัณฑ์เพื่อเอาไปทำบุญกันจำนวนมาก
แต่ปีนี้บรรยากาศโดยทั่วไปกลับเงียบเหงาอย่างมาก
ซึ่งเท่าที่สอบถามลูกค้าทราบว่าประชาชนไม่กล้าควักกระเป๋าเอาเงินออกมาใช้
แม้จะเป็นการนำเงินมาทำบุญก็ตาม
และที่สำคัญประชาชนจะคำนึงเรื่องปากท้องของตนเองและครอบครัวก่อน
แล้วค่อนคิดถึงเรื่องทำบุญ" นายชื่นชัยกล่าว

ด้านพระเทพสารเมธี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม
ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุติ) เปิดเผยว่า
จากสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ตกต่ำ ยังส่งผลกระทบกับทางพระพุทธศานาอีกด้วย
เนื่องจากปัจจุบันมีประชาชนเข้ามาทำบุญตามวัดต่างๆลดน้อยลง
เพราะไม่มีเงิน หาเงินยากขึ้น ทำให้ไม่กล้าใช้เงิน
แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเศรษฐกิจตกต่ำยังส่งผลให้พระภิกษุและสามเณรลด
น้อยลงตามไปด้วย

เพราะญาติๆ พ่อแม่ผู้ปกครองไม่อยากให้บุตรหลานของตนเองบวช
ต้องการให้บุตรหลายของตัวเองออกไปหางานทำ
หาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องและจุนเจือครอบครัว
ซึ่งหากมีการบวชก็บวชเพียงเล็กน้อยเช่น บวช 7-30 วันเท่านั้น

ทั้งนี้ จากเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้จำนวนพระภิกษุและสามเณร
ซึ่งเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดและเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนของพุทธศาสนาลด
น้อยลง โดยเฉพาะในจังหวัดกาฬสินธุ์หากเปรียบเทียบกับปี 2551
มีพระภิกษุทั้งฝ่ายธรรมยุติและมหานิกายรวมทั้งหมด 5,240 รูป ปัจจุบันปี
2552 มีพระภิกษุเหลืออยู่เพียง 3,607 รูป ลดลง 1,633 รูป ส่วนสามเณรในปี
2551 มี 1,581 รูป ปัจจุบันมีเพียง 842 รูป ลดลง 739 รูป

พระเทพสารเมธี กล่าวอีกว่า จากปัญหาดังกล่าวหลายหน่วยงานราชการ
รวมทั้งคณะสงฆ์ทุกฝ่ายจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
เพราะหากปล่อยไปปัญหาจำนวนพระภิกษุและสามเณรก็จะยิ่งลดน้อยลงไป
ทั้งนี้ทางวัดประชานิยมเองได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศานามาอย่างต่อ
เนื่อง

ทั้งการจัดโครงการบรรพชาสามเณรฤดูร้อนและกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาในวันสำคัญต่างๆ
เพื่อให้ศาสนาพุทธสืบต่อไป

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สภ.เขาวงกาฬสินธุ์ฝึกเข้มตำรวจปราบอาชญากรรม-ยาเสพติด

กาฬสินธุ์-ตำรวจสภ.เขาวง
จ.กาฬสินธุ์ฝึกเข้มยุทธวิธีปราบโจรหวังลดปัญหาอาชญากรรมและกวดล้างยาเสพติด
ด้านรองผบก.ตร.ภูธรกาฬสินธุ์ย้ำตำรวจทุกสถานีตรวจเข้มยาเสพติดเท่าตัวช่วง
เปิดเทอมใหม่

วันนี้( 3 ก.ค.) มิถุนายน พ.ต.อ.มานิตย์ จำลองรักษ์
รองผู้บังคับการฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 4 ในฐานะตัวแทนพล.ต.ต.สุวิระ
ทรงเมตตา รองผบช.ภ.4 พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์
พร้อมคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกยุทธวิธีการปราบปราบกลุ่มโจร
การช่วยเหลือตัวประกัน การช่วยเหลือผู้ประสบภัย
การปราบปรามยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรม ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาวง

ทั้งนี้ มีพ.ต.อ.สมชาย พิมพ์ชู ผกก.สภ.เขาวง
เป็นผู้บังคับบัญชาและหัวหน้าชุด และสภ.แซงบาดาล อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์
ทั้งนี้สภ.เขาวง
เป็นสถานีตำรวจที่ชนะเลิศการประกวดการฝึกในระดับจังหวัดโดยมีผกก.เป็นหัว
หน้าสถานี และสภ.แซงบาดาล
ชนะเลิศการประกวดการฝึกระดับจังหวัดซึ่งมีสารวัตรเป็นหัวหน้าสถานี

การฝึกซ้อมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สาธิตการใช้อาวุธปืนสั้น ปืนยาว
การป้องกันตัวและต่อสู้โดยมือเปล่า การตรวจค้นตัวผู้ร้ายและรถยนต์
การโรยตัวจากเฮลิคอบเตอร์ของชุดปฏิบัติการเพื่อทำลายแหล่งเพาะปลูกกัญชาและ
จู่โจมขบวนการค้ายาเสพติดยาเสพติด และขนย้ายช่วยเหลือผู้ประสบภัย
โดยมีประชาชน นักเรียนเข้าร่วมชมกว่า 1,000 คน

พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 4
ได้ให้ตำรวจทุกสถานีมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งด้านทักษะ
และร่างกาย จึงได้จัดให้มีการฝึกซ้อมยุทธวิธีปราบโจรผู้ร้ายต่างๆขึ้น
และจัดให้มีการประกวดการฝึก

จังหวัดกาฬสินธุ์ได้มีสภ.เขาวงเป็นผู้ชนะการประกวดฝึกและถือเป็น
ตัวอย่างต้นแบบของทุกสถานี เพราะมีความพร้อมสมัครสมานสามัคคี
อีกทั้งชุดปฏิบัติการนั้นมีคุณภาพ
อย่างไรก็ตามทางตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์จะนำยุทธวิธีการฝึก
ของสภ.เขาวงเป็นแบบอย่างและจะการส่งเข้าประกวดในระดับภาคต่อไป

อย่างไรก็ตาม
นโยบายผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ได้กำชับให้ตำรวจทุกสถานีออก
ตรวจเข้มงวดเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะในสถานศึกษา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดเทอมใหม่ สถานบันเทิง
และแหล่งมั่วสุมต่างๆ

พ.ต.อ.สมชาย พิมพ์ชู ผกก.สภ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวเสริมว่า
ชุดปฏิบัติการทุกชุดของสภ.เขาวงมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งทักษะและ
ร่างกาย เนื่องจากมีการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดีและโดยตลอด
จึงทำให้สภ.เขาวงได้รับชนะเลิศในการประกวด ทั้งนี้ปัจจุบันโจรผู้ร้าย
และกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดมีการพัฒนาขึ้น ที่สำคัญกลุ่มผู้โจรร้าย 80 %
มักพกพาอาวุธติดตัว โดยเฉพาะอาวุธปืน

ที่ผ่านมามีการขัดขืนต่อสู่การจับกุมของเจ้าหน้าที่
ทำให้ตำรวจบาดเจ็บและเสียชีวิตบ่อยครั้ง
เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
และมีความพร้อมที่สุดหากพบสถานการณ์จริง

สสจ.เมืองน้ำดำกักตัว นร.หญิงวัย 16 ต้องสงสัยติดเชื้อหวัด 09

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 กรกฎาคม 2552 16:49 น.
กาฬสินธุ์- สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์
พบผู้ป่วยต้องสงสัยป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มอีก 1
รายเป็นนักเรียนหญิงอายุ 16 ปี ของโรงเรียนอนุกูลนารี
ที่ไปแข่งขันตอบปัญหาที่กรุงเทพฯแต่กลับมาป่วย
และมีลักษณะคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า
ที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ขณะนี้ แพทย์-พยาบาล ได้ทำการกักตัว
นักเรียนหญิงอายุ 16 ปี ของโรงเรียนอนุกูลนารี เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
ไว้ที่ห้องปลอดเชื้อทางอากาศ
หลังจากที่เพิ่งกลับมาจากการแข่งขันตอบปัญหาที่กรุงเทพฯ
แต่มีอาการป่วยอย่างฉับพลันคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับตัว
นักเรียนหญิงเข้าไปรักษาภายในห้องปลอดเชื้อโรงพยาบาลกาฬสินธุ์
ท่ามกลางการดูแลอาการอย่างใกล้ชิดของ แพทย์และพยาบาล ทั้งนี้เนื่องจาก
นักเรียนหญิงมีอาการคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
อีกทั้งยังมีสาเหตุความเป็นไปได้เพราะในขณะนี้มีการระบาดที่กรุงเทพฯ
แพทย์จึงจำเป็นที่จะต้องกักตัวแล้วทำการตรวจอย่างละเอียดโดยผลจะรู้ภายใน
24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ด้านมาตรการป้องกัน
ยังคงมีการรณรงค์ในทุกรูปแบบตามสถานบริการและโรงเรียน ทั้งนี้
ในจังหวัดยังไม่พบโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด

ร้องสอบร้านเน็ตในกาฬสินธุ์ลิงก์บ่อนพนันเขมรมอมเยาวชน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 กรกฎาคม 2552 10:39 น.
กาฬสินธุ์ -
ผู้ปกครองนักเรียนร้องเรียนให้จังหวัดตรวจสอบร้านเกมอินเทอร์เน็ต
เพราะเชื่อว่ามีการใช้ซอฟต์แวร์ลักลอบลิงก์สัญญาณจากบ่อนพนันเขมรเข้าร้าน
เกม และถึงแม้ว่าได้ร้องเรียนให้ตำรวจแก้ไขกลับถูกปล่อยปละละเลย
จนทำให้นักเรียนเริ่มมีปัญหาติดพนันออนไลน์

ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์
นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์
เป็นประธานประชุมร่วมกับผู้ประกอบการสถานบันเทิง
ร้านอาหารและร้านอินเทอร์เน็ต
ตามโครงการจัดระเบียบสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรม
โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

การประชุมดังกล่าวทางจังหวัดได้ขอความร่วมมือไปยังสถานบันเทิงให้กวด
ขันป้องกันปัญหาการมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
โดยเฉพาะขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
มีบัตรสนเท่ห์ร้องเรียนพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยปละละเลยให้ร้านเกม
อินเทอร์เน็ตบางแห่ง
อาศัยช่องทางอินเทอร์เน็ตลงซอฟต์แวร์บ่อนพนันออนไลน์จากประเทศเขมร
ด้วยการเปิดให้ นักเรียน ประชาชนทั่วไปได้ทดลองพนันออนไลน์
ซึ่งมีราคาพนันตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไป

"ในรายละเอียดการร้องเรียนได้บรรยายถึงวิธีการเล่นพนันกับปัญหาการ
ปล่อยให้มีการพนันจากเจ้าหน้าที่รัฐบางแห่งมีการตั้งชื่อที่ส่อให้เห็นถึง
การพนันแต่กลับไม่ได้รับการป้องกันจากผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เด็ดขาดจากบ้าน
เมือง"

ด้าน นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์
ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์กล่าวว่า
ปัญหานี้จะต้องมีการตรวจสอบว่ามีปัญหาจริงหรือไม่
เพราะส่วนใหญ่ข้อมูลที่ได้จากร้านเกมก็จะเป็นการเปิดปิดไม่ตรงเวลา
แต่ในลักษณะบ่อนพนันจะขอความร่วมมือไปยังตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์
ให้ดำเนินการ ทั้งนี้หากพบมีจริงก็จะต้องจับกุมดำเนินคดีทันที

แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า
นับจากภาพรวมของประเทศเกิดปัญหาทางการเมือง กระทบสู่สังคมเศรษฐกิจ
ขณะนี้ยังได้กระทบหนักเข้าไปสู่ชุมชนเมืองและชนบท
เกิดปัญหาการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลความสงบสุขและกฎหมายใน
บ้านเมือง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
มีการใช้กฎหมายอย่างเต็มที่กับประชาชนที่กระทำผิดกฎหมายจราจร
แต่กลับไม่มีการใช้กฎหมายอย่างเต็มที่กับผู้ที่เข้าข่ายมีอิทธิพล
ทั้งบ่อนพนัน หวยเถื่อน โต๊ะพนันบอล
ทำให้ประชาชนในจังหวัดรู้สึกไม่ปลอดภัย
เพราะเชื่อว่าไม่ได้รับความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลกฎหมายนี้
จึงต้องการให้ผู้มีอำนาจได้เข้ามาสอดส่องดูแลเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหา
นี้ให้ด้วย

ด้าน นายทวี ภูทองปิด
ผู้ปกครองนักเรียนในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์รายหนึ่ง กล่าวว่า
ตนรู้สึกไม่สบายใจ และเป็นห่วงบุตรหลานมาก
เนื่องจากปัจจุบันนี้มีร้านอินเทอร์เน็ต
และร้านเกมออนไลน์เปิดบริการหลายแห่ง
ซึ่งร้านเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยที่จะมีเด็กวัยรุ่นในกลุ่มนักเรียน
นักศึกษาเข้ามาเป็นลูกค้า

ทั้งนี้ เพราะมีโปรโมชันและเงินรางวัลล่อใจที่จะเป็นสาเหตุให้เด็กติดเกม
ติดการพนัน เป็นแหล่งมั่วสุม ติดยาเสพติด ทำให้เสียการเรียน
และเสียอนาคตแล้วยังจะเป็นบ่อเกิดปัญหาสังคมตามมาอีกด้วย
จึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
เร่งปราบปรามบ่อนการพนันและสถานบริการร้านอินเทอร์เน็ตด้วย
เพราะเห็นมีอยู่เกลื่อนเมืองกาฬสินธุ์
และดูเหมือนจะถูกปล่อยปละละเลยจากเจ้าหน้าที่
โดยไม่ได้มีการเอาใจใส่เข้มงวดกวดขันแต่อย่างใด

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

กาฬสินธุ์ดำผุดมหกรรมรวมพลคนไร้พุง

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by เดลินิวส์
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80
พรรษาสนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นางธีรพันธ์ ศรีบุญลือ
รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด
เป็นประธานเปิดงานมหกรรมรวมพลคนกาฬสินธุ์ไร้พุง โดยมี
องค์กรเครือข่ายจัดขึ้น มีวัตถุประสงค์สำคัญในการสร้างกระแส
สร้างความตื่นตัวในเรื่องลดอ้วนลดพุงให้กับประชาชนและสมาชิกองค์กรเครือข่าย
โดยใช้หลัก 3 อ. ประกอบด้วย อาหาร ออกกำลังกาย และ อารมณ์
สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นประกอบด้วย
การจัดนิทรรศการแสดงผลงานขององค์กรเครือข่ายต่าง ๆ
และองค์กรต้นแบบการเสวนาคนต้นแบบลดอ้วนลดพุง การสาธิตการออกกำลังกาย
การสาธิตอาหารลดอ้วนลดพุง นางธีรพันธ์ ศรีบุญลือ
รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า
สำหรับโรคอ้วนเป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณไขมันสะสม มากกว่าปกติ
และเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ เช่น
โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ และ โรคหลอดเลือดหัวใจ
ซึ่งปัญหาเหล่านี้นับวันจะมี ความรุนแรงมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุข โดย
กรมอนามัยได้พยายามในการลดความรุนแรงของโรควิถีชีวิต
โดยมุ่งไปที่การควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดภาวะโภชนาการเกินหรือโรคอ้วน
โดยเฉพาะอ้วนลงพุงด้วยมาตรการการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพด้านอาหารและ
โภชนาการ และการเคลื่อนไหวร่างกายหรือการใช้แรงกาย
ซึ่งการลดน้ำหนักและลดรอบเอวที่ดีที่สุด คือ กินให้น้อยลง
ใช้พลังงานออกไปให้มากขึ้น

ชาวนากาฬสินธุ์ครวญฝนทิ้งช่วงทำนาข้าวใกล้เฉาตาย

กาฬสินธุ์ - ผลกระทบจากฟ้าฝนได้ทิ้งช่วงไม่ตกติดต่อกันนานกว่า 1 เดือน
ทำให้ต้นข้าวของชาวนาที่จังหวัดกาฬสินธุ์นอกเขตชลประทานเริ่มแห้งตาย
ขณะที่การถอนกล้าไปปักดำไม่ได้ผล ต้องใช้ไม้แหลมทำหลุมปักดำ
เพราะพื้นดินแห้งแล้งทขาดความชุ่มชื้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
จากการสำรวจสภาพพื้นที่การทำนาของชาวนาที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่า
ในหลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาในการทำนาเนื่องจากฝนได้ทิ้งช่วงนานนับเดือน
ทำให้ต้นข้าวแห้งตาย
และมีชาวนาหลายคนใช้ไม้ที่ทำปลายให้แหลมแล้วขุดพื้นที่แปลงนาที่แห้งเพื่อนำ
ต้นข้าวมาปักดำ ขณะที่บางตำบลยังไม่ได้ทำนาเนื่องจากปัญหาฝนทิ้งช่วง

นางอ่อนศรี การประกอบ อายุ 58 ปี ชาวนาบ้านบอน หมู่ 7
ตำบลลำห้วยหลัว อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ขณะนี้ข้าวในนาของตนและชาวนาหลายคนกำลังแห้งตาย
เนื่องจากฝนทิ้งช่วงไปนานนับเดือน และเนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำสำรอง
เพราะอยู่นอกเขตชลประทานและอยู่ห่างไกลลำห้วย
ไม่สามารถสูบน้ำมาใส่แปลงนาเพื่อแก้ปัญหาฝนทิ้งช่วงได้
ทำให้ต้นข้าวแห้งตายเป็นบริเวณกว้าง เพราะขาดน้ำหล่อเลี้ยง

นางอ่อนศรีกล่าวอีกว่า นอก
จากนี้ยังมีชาวนาหลายคนที่ถอนต้นกล้ามาปักดำ
และซ่อมแซมนาข้าวเพื่อรอฝนยังประสบปัญหาข้าวตายเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากฝนได้ทิ้งช่วงไปนาน
ข้าวที่หว่านในแปลงนาและที่ถอนมาปักดำรอฝนก็ยังแห้งตายอีกด้วย
จึงเป็นปัญหาที่ชาวนากำลังประสบ ซึ่งหากฝนยังทิ้งช่วง ไม่ตกลงมาในเร็วๆ
นี้ ข้าวในนาคงแห้งตายและเสียหายหลายพันไร่


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000073243

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สสจ.กาฬสินธุ์เปิดสุขศาลาบริการรักษาสุขภาพขั้นพื้นฐาน

สสจ.กาฬสินธุ์เปิดสุขศาลาบริการรักษาสุขภาพขั้นพื้นฐาน

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์

จ. กาฬสินธุ์ เปิดสุขศาลาให้เป็นสถานที่ทำงานของ อสม.
ใช้เป็นสถานที่จัดบริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนในหมู่บ้าน
กำหนดเป้าหมายเปลี่ยนศูนย์สาธารณสุขมูลฐานประจำหมู่บ้านเป็นสุขศาลาหมู่บ้าน
171 แห่ง วันนี้ (26 มิ.ย.) นายแพทย์พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดสุขศาลากาฬสินธุ์
ที่บ้านโนนสำราญ หมู่ที่ 1 ตำบลเหนือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมกล่าวว่า
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์
ได้มองเห็นความสำคัญของงานสาธารณสุขมูลฐาน ซึ่งมี อสม.
เป็นแกนหลักในการพัฒนาสุขภาพ ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา
งานสาธารณสุขมูลฐานถือว่าเป็นตัวแปรที่สำคัญที่ทำให้ประชาชนผ่านพ้นวิกฤต
สุขภาพมาได้จนถึงปัจจุบัน โรคหลายโรคได้หายไปจากประเทศไทย
แต่เนื่องจากในปัจจุบันมีปัจจัยเอื้อต่อการเกิดโรคใหม่ๆ
และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนมากมาย
จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างและยกระดับศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชนประจำ
หมู่บ้าน (ศูนย์ ศสมช.) ให้เป็นสุขศาลาพัฒนาศักยภาพ อสม. ให้เข้มแข็ง
ในปีงบประมาณ 2552 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์
ได้จัดทำโครงการฟื้นฟูการดำเนินงานสาธารณสุขมูลฐานในหมู่บ้าน
เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพจังหวัดกาฬสินธุ์
โดยการพัฒนาและยกระดับศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชนประจำหมู่บ้าน (ศูนย์
ศสมช.) และได้เปลี่ยนชื่อเรียกศูนย์ ศสมช.
ประจำหมู่บ้านเป็นสุขศาลาหมู่บ้าน โดยกำหนดเป้าหมายไว้ จำนวน 171 แห่ง

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

กาฬสินธุ์เดินหน้าปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ-ต้านยาเสพติด

กาฬสินธุ์ - กรมทหารม้าที่ 6 และกองพันทหารม้าที่ 6
ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
จัดโครงการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่
ต.แจนแลน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมชุมชน
และรณรงค์ป้องกันยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2552

วันนี้ (26 มิ.ย.) ที่บริเวณหนองมะง้อง บ้านแจนแลน หมู่ 6
ต.แจนแลน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ พ.อ.กุศล สิงห์สาย
ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 6 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
จ.ขอนแก่น เป็นประธานโครงการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มี นายบุญศิลป์ ใจอ่อน นายก อบต.แจนแลน นำประชาชน ครู นักเรียน จำนวน 300
คน ร่วมโครงการ

พ.อ.กุศล กล่าวว่า กรมทหารม้าที่ 6 และกองพันทหารม้าที่ 6
ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ หรือ ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น
มีนโยบายร่วมกับท้องที่และองค์กรปกครองท้องถิ่น
ในการเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาสังคม ชุมชน
และรักษาสิ่งแวดล้อมในเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ปลุกจิตสำนึกให้ทุกคน ทุกฝ่าย
ยึดมั่นและเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

โดยโครงการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ
เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ร่วมกับชุมชน
เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่จะทำให้ทุกคนได้ช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อม เห็นความสำคัญของหญ้าแฝก
ที่ช่วยรักษาสภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์
และตระหนักในความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่ดี
ประกอบกับวันนี้ที่เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2552
กิจกรรมลูกหญ้าแฝกจึงเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นการปลูกจิตสำนึก
ให้เกิดความสมานฉันท์ ร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม

โดย ปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัว ที่ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทยอย่างพร้อมเพรียงกัน


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000072435

ผอ.สปร.ตรวจเยี่ยมการอนุรักษ์ป่าชุมชนโคกป่าซี

กาฬสินธุ์ - ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง
กองทัพบก พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชุมชนโคกป่าซี
ตำบลหนองห้าง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
พร้อมกำชับให้ประชาชนใช้ชีวิตโดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว เพื่อสู่เศรษฐกิจที่ตกต่ำ

พล.อ.จริยะ ทองทัพ
ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง
กองทัพบก พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม กำกับดูแล
ประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชุมชนโคกป่าซี ตำบลหนองห้าง อำเภอกุฉินารายณ์
จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีผู้นำท้องถิ่น ประชาชนให้การต้อนรับกว่า 500 คน

พล.อ.จริยะ ทองทัพ
ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง
กองทัพบก กล่าวว่า
ทรัพยากรป่าไม้ถือเป็นหัวใจหลักสำคัญที่ทำให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ
ทั้งนี้ พื้นที่ป่าชุมชนโคกป่าซีเป็นพื้นที่ป่าที่มีชาวบ้านได้เข้ามามีส่วนร่วม
อย่างมาก ทั้งด้านการอนุรักษ์ การปลูกป่า
และการดูแลรักษาจึงทำให้ป่าแห่งนี้จากเดิมที่เคยเป็นป่าเสื่อมโทรมกับกลาย
เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เป็นแหล่งอาหาร และสร้างความชุ่มชื้น
ความอุดมสมบูรณ์ให้กับชาวบ้าน

อย่าง ไรก็ตาม
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้กำชับให้ผู้นำท้องถิ่นสนับสนุนกิจกรรมการการดูแล
รักษาป่าของชาวบ้านแห่งนี้ต่อไป เพื่อทำให้โครงการพลิกฟื้นผืนป่า
ด้วยพระบารมี เกิดความสำเร็จอย่าแท้จริง
และที่สำคัญจะให้ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทยเพิ่มขึ้น
ซึ่งจะสามารถลดสภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ประชาชนทุกคนดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เพื่อต่อสู่กับสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอยู่ขณะนี้อีกด้วย


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000072285

พมจ.กาฬสินธุ์เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการครอบครัวอบอุ่นฯ

กาฬสินธุ์ - สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)จังหวัดกาฬสินธุ์
เดินหน้าโครงการครอบครัวอบอุ่น หวังสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
เกิดความรักความอบอุ่นในครอบครัว พร้อมเตือนมิจฉาชีพแอบแฝง
จ้องทุจริตงบอุดหนุนโครงการ แจงไม่มีการหักหัวคิวใดๆ จากทุกภาคส่วน

ที่ศาลาประชาคมชุมชนหน้าโรงเลื่อย เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
นางฉวีวรรณ จันติชัย รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ สง่าวงศ์
นักพัฒนาสังคม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จ.กาฬสินธุ์
เป็นประธานประชุมประธานศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพช.)
โดยมีประธานศูนย์ฯ เจ้าหน้าที่ฯ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก

นายดำรงศักดิ์ สง่าวงศ์ นักพัฒนาสังคม
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชุน (ศพช.) ที่จังหวัดกาฬสินธุ์
ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
จ.กาฬสินธุ์ จัดตั้งครั้งแรกในปี 2548 จำนวน 167 แห่ง
ได้รับเงินสนับสนุนจาก พม.จังหวัดฯแห่งละ 1 หมื่นบาทต่อปี ทั้งนี้
เพื่อส่งเสริมความรัก ความอบอุ่นในชุมชน

โดยยึดสถาบันครอบครัวเป็นบรรทัดฐาน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
สู่การเป็นชุมชนเข้มแข็ง ลดความขัดแย้งและปัญหาความรุนแรงในสังคม
ตลอดทั้งส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
ปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับทุกคนในครอบครัวและในชุมชน
โดยมีเป้าหมายที่จะหล่อหลอมความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ
ให้เกิดขึ้นในทุกครอบครัว และจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน
เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านภาวะอารมณ์

การประกอบอาชีพ วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป
ทำให้เกิดช่องว่างในครอบครัว เกิดความขัดแย้งทางความคิด
นำไปสู่การแตกแยกในครอบครัว และเกิดปัญหาความรุนแรงในสังคม
เพื่อให้การบริหารจัดการศูนย์พัฒนาครอบครัวฯ ดำเนินไปตามวัตถุประสงค์

นายดำรงศักดิ์กล่าวอีกว่า หลายปีที่ผ่านมาพบว่าบางศูนย์ฯ
เกิดปัญหาภายใน เกิดความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการ
เพราะมีกลุ่มบุคคลมาแทรกแซงและแอบอ้างเรียกรับเงินอุดหนุน
ซึ่งต้องทำความเข้าใจทุกแห่งว่าไม่มีการหักเงินใด ๆ เงิน 10,000 บาท
ที่ศูนย์ได้รับสามารถนำมาบริการจัดการเต็มจำนวน
และหากพบว่าคนมีพฤติกรรมต่าง ๆ
ก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่หรือเข้าไปแจ้งความกับตำรวจทันที

ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการฯขับเคลื่อนต่อไป
และสร้างประโยชน์สุขให้กับครอบครัวและชุมชน
จึงได้ดำเนินการอบรมประธานศูนย์ฯ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
เพื่อให้การดำเนินงานก้าวไปในทิศทางเดียวกัน
มีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนทั้ง 167 ศูนย์ทั่วจังหวัดฯในเร็วๆนี้
โดยจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามประเมินผล เพื่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการฯ
และเป็นการป้องปรามปัญหาการทุจริต ดังที่เคยเกิดขึ้น
และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด

เมื่อดำเนินการอย่างรัดกุมและคุมเข้มจะทำให้โครงการฯมีความคืบหน้า
บรรลุตามวัตถุประสงค์ สร้างความรัก
ความอบอุ่นและความเข้าใจให้เกิดขึ้นในครอบครัว
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

วิกฤตกุ้งก้ามกรามอาหารกุ้งแพงหันมาทำเองลดต้นทุนได้ผล

กาฬสินธุ์ - ราคาอาหารสำเร็จรูปกุ้งก้ามกรามขึ้นอีก
ส่งผลกระทบต่ออาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่จังหวัดกาฬสินธุ์อย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มสูงขึ้นมาก ทำให้ประสบปัญหาขาดทุน
เผยยอดชาวนากุ้งหลายร้อยรายต้องเลิกกิจการแล้วหลังสู้ไม่ไหว
ขณะที่ได้มีชาวนากุ้งบางรายหันไปผลิตอาหารใช้เอง
สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ผลมากกว่า 50%

นายเอกพงษ์ เหล่าก้อนคำ ชาวนากุ้งบ้านตูม หมู่ 19 ต.บัวบาน
อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่เคยเฟื่องฟู มีพื้นที่ใช้ในการเลี้ยงนับ
10,000 ไร่ ทำให้กุ้งก้ามกรามได้ชื่อว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของ
จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเคยสร้างรายได้ให้ชาวนากุ้งโดยรวมปีละนับร้อยล้านบาท
แต่ปัจจุบันสถานการณ์การเลี้ยงกุ้งซบเซามาก

เนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้น ทั้งค่าพันธุ์กุ้งที่นำมาเลี้ยง
เฉลี่ยตัวละ 10-30 สตางค์ และค่าอาหารสำเร็จรูปถุงละ 610 บาท
ต้นทุนที่ใช้ในการเลี้ยงไร่ละประมาณ 4 หมื่นบาท
เป็นสาเหตุให้ชาวนากุ้งประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซาก
จึงทยอยลดพื้นที่เลี้ยงลงเรื่อยๆ
คาดว่าทั่วจังหวัดฯในปีนี้มีพื้นที่เลี้ยงกุ้งประมาณ 1,000 ไร่เท่านั้น

นายเอกพงษ์กล่าวว่า สำหรับตนที่ยังเลี้ยงกุ้งก้ามกรามต่อไป
ได้คิดหาวิธีลดต้นทุนการเลี้ยงกุ้งด้วยการผลิตอาหารใช้เอง
โดยหาวัตถุดิบและส่วนผสมที่หาได้ในพื้นที่ เช่น หอยเชอรี่ ปลาสด เศษอาหาร
รำข้าว และอาจจะซื้ออาหารหมู อาหารไก่ มาเป็นส่วนผสมด้วย
จากนั้นนำมาเข้าเครื่องบดและอัดเม็ด ก่อนนำไปผึ่งแดดให้แห้ง
ลงทุนครั้งละประมาณ 3,000 บาท ได้อาหารอัดเม็ดประมาณ 10 ถุง บรรจุถุงละ
25 กิโลกรัม หรือจำนวน 250 กิโลกรัม

ขณะ ที่หากนำเงินจำนวนดังกล่าวไปซื้ออาหารสำเร็จรูปก็จะได้เพียง 5
ถุง และบรรจุน้อยกว่าเพียงถุงละ 20 กิโลกรัม หรือได้แค่ 100
กิโลกรัมเท่านั้น ฉะนั้น การผลิตอาหารกุ้งใช้เอง
จึงเป็นการประหยัดรายจ่ายมากกว่า 50%
และเป็นวิธีที่จะทำให้ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งอยู่ได้
โดยจะไม่ต้องเสี่ยงกับการขาดทุนเหมือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชาวนากุ้ง จ.กาฬสินธุ์
กำลังเผชิญปัญหาหลายด้านทั้งค่าอาหารกุ้งแพง
อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องน้ำเนื่องจากการก่อสร้างปรับปรุงเขื่อนลำปาวที่การ
ส่งน้ำจะยังมีปัญหา รวมทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวนตลอดเวลา
ที่ผ่านมีกุ้งของเกษตรกรน๊อคตายจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้รับการเหลียวแล
หรือมีค่าชดเชยจากทางราชการแต่อย่างใด

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เยาวชนกาฬสินธุ์เดินรณรงค์สร้างความสมานฉันท์

กาฬสินธุ์ - เด็กนักเรียนในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
ออกเดินรณรงค์เรียกร้องสมานฉันท์ในสังคม
พร้อมปฏิญาณจะจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์
และจะปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ พร้อมจัดนิทรรศการรำลึก 77 ปี
การเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย เพื่อมุ่งเสริมสร้างความรู้แก่เยาวชน

ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ สุบงกฎ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายภิญโญ รัตนศาสตร์
นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นำข้าราชการ
และนักเรียนในสถานศึกษาหลายแห่งของจ.กาฬสินธุ์ร่วมเดินรณรงค์
เพื่อสร้างความสมานฉันท์
และเชิญชวนประชาชนชาวจ.กาฬสินธุ์ร่วมปกป้องสถาบันหลักของชาติบ้านเมืองโดยมี
ข้าราชการ นักเรียนและประชาชน เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ขบวนรณรงค์ยาวกว่า 1
กิโลเมตร

นายภิญโญ รัตนศาสตร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ในสังคม
และปลุกพลังมวลชนขึ้นมารักษาและปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ
โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์
ที่ถือเป็นที่สุดของชาติบ้านเมืองให้คงอยู่ต่อไป
จึงระดมพลังมวลชนโดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่จะเป็นกำลังสำคัญ
ในการเรียกร้องให้เกิดความสมานฉันท์สามัคคี ในยามบ้านเมืองวุ่นวาย
และเต็มไปด้วยวิกฤตทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม
นอกจากนี้การกล่าวคำสัตย์ปฏิบัติ
ในการที่จะยึดมั่นและรักษาสถาบันหลักของชาติ

กิจกรรมนอกเหนือจากการเดินรณรงค์รอบเมืองกาฬสินธุ์
ด้วยขบวนยาวกว่า 1 กิโลเมตรแล้ว
ทางเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ยังได้จัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
และนิทรรศการเล่าประวัติความเป็นมาของวันที่ 24 มิถุนายน
วันสำคัญของชาติอีกวันหนึ่ง ที่ถือเป็นประวัติศาสตร์ของไทย
เนื่องจากเป็นวันเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากแบบสมบูรณาญาสิทธิราช
เป็นระบอบประชาธิปไตยที่ปีนี้เป็นปีที่ 77

ทั้งนี้ มุ่งเน้นให้เยาวชนได้รับรู้ข้อมูลประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่สำคัญ
เพื่อที่จะนำไปเป็นข้อมูลเพื่อที่จะรณรงค์สมานฉันท์ในครอบครัว หมู่บ้าน
และชุมชนที่ตนเองอาศัย ตลอดทั้งเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ชาวกาฬสินธุ์
ได้ร่วมปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ ให้บังเกิดความสงบ สันติ สามัคคี

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000071418

รพ.กาฬสินธุ์ออกหน่วยรณรงค์ป้องกัันหวัด 2009

กาฬสินธุ์ - โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ออกหน่วยเคลื่อนที่รณรงค์การป้องกันโรคไข้หวัด
2009 ในสถานศึกษา เน้นสอนการล้างมือให้ถูกวิธีกับเด็กนักเรียน
และคัดแยกเด็กป่วยไข้หวัด ตัวร้อน เป็นไข้ ออกจากกลุ่ม

วันนี้ (24 มิ.ย.) ที่โรงเรียนเซนต์ยอแซฟกาฬสินธุ์
เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายแพทย์สมปอง เจริญวัฒน์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
และเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์
จัดหน่วยเคลื่อนที่รณรงค์ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยมีนายสุรศักดิ์ พงษ์พิศ ผู้จัดการโรงเรียนเซนต์ยอแซฟ นำคณะครู
นักเรียน จำนวน 3000 คนร่วมโครงการ

นายแพทย์สมปอง เจริญวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์กล่าวว่า
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ที่กำลังแพร่ระบาดในหลายประเทศ
และในประเทศไทยพบผู้ได้รับรับเชื้อแล้วจำนวน 889 ราย
ซึ่งนับว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาก โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
จึงได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์
จัดหน่วยเคลื่อนที่รณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าว
นำร่องที่สถานศึกษาทุกแห่ง

ทั้ง นี้
เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้เด็กรู้จักการป้องกันตนเอง
และนำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลสู่ครอบครัวและสังคม
ที่จะเป็นการระงับและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดอย่างได้ผล


นายแพทย์สมปองกล่าวอีกว่า
โครงการรณรงค์ครั้งนี้ได้เน้นการสอนล้างมือให้สะอาดที่ถูกวิธี
ที่จะเป็นการป้องกันเชื้อขณะรับประทานอาหาร และมีการแจกหน้ากากอนามัย
เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อเข้าทางระบบหายใจ
ให้เด็กนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง ทั้งในสถานศึกษาและนำไปใช้ที่บ้าน
ที่จากการรณรงค์ดังกล่าว

โดยมอบหมายให้โรงพยาบาลอำเภอ สาธารณสุขอำเภอทุกแห่ง
จัดหน่วยเคลื่อนที่แนะนำให้ความรู้ให้ครอบคลุมสถานศึกษาทุกแห่งทั้ง 3
เขตพื้นที่การศึกษา จะสามารถป้องกันการได้รับเชื้อดังกล่าวอย่างได้ผล

อย่าง ไรก็ตาม ได้มีการกำชับให้ทางโรงเรียน
ได้เข้มงวดและดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากพบว่ามีเด็กป่วยมีอาการเป็นไข้
ตัวร้อน ให้คัดแยกออกจากกลุ่มนักเรียนทั้งหมดออก
พร้อมให้นำตัวเข้าพบแพทย์อย่างเร่งด่วน ทั้งนี้
ฝากเตือนไปถึงกลุ่มผู้ปกครองด้วย

ชาวนาเมืองน้ำดำล่าต่อหัวเสือ เชื่อกินแล้วหายปวดเมื่อย

ชาวนาเมืองน้ำดำล่าต่อหัวเสือ เชื่อกินแล้วหายปวดเมื่อย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 มิถุนายน 2552 10:45 น.
กาฬสินธุ์ -
ชาวนาที่จังหวัดกาฬสินธุ์ออกล่าต่อหัวเสือเพื่อนำตัวอ่อนมาเป็นอาหาร
เชื่อในสรรพคุณเป็นยาบำรุงร่างกาย หายปวดเมื่อยจากการทำนา
ทำให้ราคาสูงถึงตัวละ 2 บาท
ขณะที่นายแพทย์สาธารณสุขเตือนอันตรายอาจถูกต่อหัวเสือต่อยถึงกับเป็นอัมพาต
และเสียชีวิตเฉียบพลัน!

ย่างเข้าสู่ฤดูกาลทำนา
ชาวนาในจังหวัดกาฬสินธุ์ที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทมักจะแสวงหาอาหารแปลกๆ
มาเป็นอาหารบำรุงร่างกาย และผ่อนคลายความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
บางครั้งถึงกับต้องเสี่ยงภัยเอาชีวิตเข้าแลก
โดยเฉพาะการหาจับหนอนหรือตัวอ่อนของต่อหัวเสือ
ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีพิษสงร้ายแรง และหากหาได้จำนวนมาก
ยังนำมาจำหน่ายเป็นรายได้อีกด้วย โดยขณะนี้ซื้อขายกันตัวละ 2 บาททีเดียว

นายสมาน ภูใบบัง อายุ 65 ปี ชาวนาตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด
จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตัวอ่อนหรือหนอนของต่อหัวเสือ
นับเป็นอาหารยอดฮิตของชาวนา ส่วนมากจะนำมาก้อยสุก ก้อยดิบ หรือหมกใบตอง
ที่จะให้รสชาตินุ่มเหนียว หอม มัน
ซึ่งหมายถึงการให้พลังงานและสารอาหารที่สูงกว่าอาหารทั่วไป

จึง กลายเป็นอาหารยอดนิยมของชาวไร่ชาวนาและผู้ที่ใช้แรงงาน
ทำให้พากันออกหาล่ามาเป็นอาหารบำรุงร่างกาย ส่งผลให้มีราคาสูงขึ้น
ทุกปีที่ผ่านมาซื้อขายกันตัวละ 50 สตางค์ ปีนี้เริ่มหายากมากขึ้น
ขณะที่คนนิยมมากขึ้น และการจับก็ยุ่งยากและเสี่ยงอันตรายมาก
จึงมีการปรับขึ้นราคาเป็นตัวละ 2 บาท

ด้าน นพ.พิสิทธ์ เอื้อวงศ์กูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์
กล่าวว่า การออกหาตัวอ่อนของต่อหัวเสือมาเป็นอาหาร
ที่เชื่อว่าตัวอ่อนมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงร่างกายนั้น
เป็นเพียงความเชื่อของบ้าน ในกลุ่มที่ชอบแสวงหาอาหารแปลกๆมาทำกิน
ซึ่งวิธีการจับก็ควรจะใช้ภูมิปัญญาโดยใช้ไฟลนที่รังเพื่อให้ความร้อนทำลาย
ตัวต่อ ไม่ควรใช้สารเคมีฉีดพ่นโดยเด็ดขาด
การนำมารับประทานก็ควรที่จะผ่านการปรุงสุก

เพื่อจะได้ไม่เสี่ยงกับการได้รับสารพิษหรือเชื้อโรค
และให้ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย
เพราะต่อหัวเสือเป็นสัตว์ที่ดุร้าย มีพิษสงร้ายแรงมาก
โดยจะปล่อยพิษออกทางเหล็กใน หากใครถูกต่อยจะทำให้เจ็บปวดมาก
ถึงกับช็อคหมดสติในเฉียบพลัน เพราะพิษของมันจะกระจายเข้าสู่กระแสเลือด
และทำลายระบบประสาทจนเป็นอัมพาต
บางคนถูกตัวต่อรุมต่อยหลายตัวอาจจะทำให้เสียชีวิตในฉับพลัน

จึงขอเตือนประชาชนที่ออกหาจับตัวอ่อนของต่อหัวเสือมาเป็นอาหาร
ควรมีการป้องกันตัวที่ดี เพื่อที่จะไม่ถูกตัวต่อหัวเสือต่อยเสียชีวิต

รพ.กาฬสินธุ์วางมาตรการเข้มสกัดการแพร่ระบาดหวัดใหญ่ 2009

กาฬสินธุ์ -โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ วางมาตรการป้องกันเชิงรุก
ป้องกันแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
หลังพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อแล้ว 1 ราย
เผยเร่งบูรณาการสร้างความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน
พร้อมระดมพนักงานทำความสะอาดโรงพยาบาลครั้งใหญ่ สกัดการแพร่ระบาด

นายแพทย์ สมปอง เจริญวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์
กล่าวว่า นับจากเกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009
เป็นต้นมา โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
ได้เร่งบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขกาฬสินธุ์
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์
และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการรณรงค์และประชาสัมพันธ์
พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันเชิงรุก

ทั้งจัดซ้อมแผนรับมือ จัดหน่วยเคลื่อนที่บริการให้ความรู้ กำชับ
รพ.และสถานพยาบาลทุกแห่ง แจกหน้ากากอนามัย
ป้องกันการได้รับเชื้อและแพร่เชื้อ ทั้งยังได้จัดโครงการคลีนนิงเดย์
โดยระดมกำลังพนักงานทำความสะอาด และฆ่าเชื้อในสถานบริการอย่างต่อเนื่อง

นพ.สมปอง กล่าวอีกว่า สำหรับที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
หลังจากได้พบพบผู้ต้องสงสัยได้รับเชื้อไข้หวัด 2009 จำนวน 1 ราย
ได้กระตุ้นจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล
รวมทั้งประชาชนที่มาใช้บริการ ให้ตื่นตัว ระวังภัย
และตระหนักในปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น จึงได้จัดโครงการคลีนนิงเดย์
นำพนักงานทำความสะอาดครั้งใหญ่ ทั้งบริเวณลานจอดรถ ที่พักญาติ
ห้องผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และตามบริเวณที่อับต่างๆ
ตลอดทั้งทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึก
และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ
จะไม่ต้องวิตกว่าจะพบผู้ต้องสงสัยได้รับเชื้อหวัด 2009 เป็นรายที่ 2
และป้องกันไม่ให้มีใครได้รับเชื้อโรคอื่นๆ อีกด้วย

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สาธารณสุขกาฬสินธุ์จับมือท้องถิ่นพัฒนาศักยภาพ อสม.

สาธารณสุขกาฬสินธุ์จับมือท้องถิ่นพัฒนาศักยภาพ อสม.
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
สาธารณ สุขจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์
จัดอบรมพัฒนาศักยภาพ อสม. เกือบ ห้าพัน เพื่อไปปฏิบัติงานในหมู่บ้าน
สุขศาลาต้นแบบ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยนายแพทย์พิสิทธิ์
เอื้อวงศ์กูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร่วมกับนางชะม้อย วรามิตร
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ เปิดเผยร่วมกัน
ถึงความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพ อสม. ในหมู่บ้านพัฒนาสุขศาลา (ศสมช.)
ต้นแบบ ว่าเป็นการอบรมให้ความรู้แก่
อสม.ให้มีความสามารถในการให้บริการและดำเนินงานสาธารณสุขผสมผสานในหมู่บ้าน
โดยใช้ หลักสูตรมาตรฐาน อสม.จังหวัดกาฬสินธุ์
ซึ่งเป็นหลักสูตรที่จังหวัดกาฬสินธุ์พัฒนาขึ้น สำหรับการพัฒนา อสม.
เป็นการเรียนรู้ทฤษฎีและแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ 5 วัน เสร็จแล้ว
อสม.ไปฝึกงานที่โรงพยาบาลและสถานีอนามัยต่ออีก 5 วัน
ในการอบรมครั้งนี้แบ่งเป้าหมายการอบรมเป็น 2 รอบ โดยในรอบแรก
ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน
3,085 คน แบ่งเป็น 49 รุ่น รอบที่ 2
ได้รับงบจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 1,710 คน แบ่งเป็น
30 รุ่น รวม 2 รอบ 79 รุ่น 4,795 คน
กระจายกันในทุกพื้นที่ของจังหวัดกาฬสินธุ์
ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการอบรม นางวาสนา รัดที อสม.ดีเด่นระดับจังหวัด
จาก ต.เหนือ อ.เมือง หนึ่งในผู้เข้าอบรมหลักสูตร นี้กล่าวว่า
รู้สึกภูมิใจที่ได้เข้ารับการอบรมหลักสูตรนี้
เนื่องจากได้เรียนรู้อะไรมากมาย ทั้งได้ฝึกปฏิบัติด้วย ตั้งแต่เป็น
อสม.มา การอบรมครั้งนี้ถือว่าได้สร้างความมั่นใจและความภูมิใจและการมีอุดมการณ์ใน
การเป็น อสม. อย่างดียิ่ง ตั้งใจจะนำความรู้ไปปฏิบัติงานที่สุขศาลา
ไปพัฒนาและดูแลสุขภาพแก่พี่น้องในหมู่บ้านให้มีสุขภาพที่ดีต่อไป
งานประชาสัมพันธ์ พิทักษ์ กาญจนศร ข่าว 22 มิถุนายน 2552
---------------------------------------
พบผู้ป่วยไข้หวัดในเด็กที่กาฬสินธุ์พุ่งน่าห่วง
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ASTV ผู้จัดการออนไลน์
กาฬสินธุ์ -นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กำชับผู้อำนวยการชุมชน 13
แห่ง พร้อมรับมือไขหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
เนื่องจากพบจำนวนผู้ป่วยในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี
ป่วยเป็นไข้หวัดสูงถึงวันละ 500 คน นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ถึงแม้การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
จะยังไม่แพร่ระบาดเข้ามาในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
แต่จากการติดตามก็พบว่า
ปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนส่งผลให้มีประชาชนเกิดล้มป่วยเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะในกลุ่ม ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก จนทำให้หลายฝ่ายเกรงว่า
เมื่อผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดปัญหาด้านการรักษา ทั้งนี้
ได้กำชับไปยัง ผู้อำนวยการทั้ง 13 แห่ง
ให้เฝ้าติดตามจำนวนผู้ป่วยในทุกโรคโดยเน้นไปที่เด็กเล็ก
ที่ทราบมาว่าในแต่ละวันจะมี เด็กอายุ 15
ปีลงมาป่วยเข้าตรวจที่โรงพยาบาลถึงวันละ 500
คนต่อวันที่ส่วนใหญ่จะเป็นโรคไข้หวัด
แต่ในการทำงานเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ก็ได้ทำการคัดกรองตรวจสุขภาพ ซึ่งหลังจากทำการประเมินก็พบว่า
ทุกโรงพยาบาลมีความพร้อมในการรักษา
อย่างไรก็ตามเนื่องจากจังหวัดข้างเคียงพบโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่
ประชาชนทั่วไปที่มีญาติต้องสงสัยก็ควรที่จะเข้าตรวจสุขภาพทันทีทั้งนี้เพื่อ
เป็นการร่วมกันรณรงค์ป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคนี้

------------------------------


สาธารณสุขกาฬสินธุ์พัฒนา "อสม. มหาลัย"
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
สาธารณ สุขจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบูรพาพัฒนาศักยภาพ
อสม.ในหลักสูตร อสม.ขั้นสูง เพื่อไปปฏิบัติงานใน สุขศาลาต้นแบบ
จากนโยบายของนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ นายแพทย์พิสิทธิ์
เอื้อวงศ์กูล ที่ได้ฟื้นฟูพัฒนาปรับปรุงศูนย์สาธารณสุขมูลฐานประจำชุมชน
(ศสมช.) ให้กลับมาใหม่ ภายใต้ชื่อ "สุขศาลา"
วัตถุประสงค์ประการหนึ่งในการตั้งสุขศาลาคือการให้เป็นสถานที่ให้บริการ
รักษาพยาบาลเบื้องต้น การคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้น แก่ประชาชนในหมู่บ้าน
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนา
อสม.ให้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานดังกล่าว นอกจากจะให้
อสม.ทุกคนในหมู่บ้านผ่านการอบรมหลักสูตรมาตรฐาน อสม.
จังหวัดกาฬสินธุ์แล้ว ยังคัดเลือก อสม.อีก 1 คน ให้ไปอบรม อสม. ขั้นสูง
ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา
จังหวัดชลบุรี ได้จัดขึ้น สำหรับหลักสูตร อสม.ขั้นสูง
จัดที่มหาวิทยาลัยบูรพา โดยวิทยากรเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัย
อบรมทฤษฎีและฝึกปฏิบัติ 5 วัน กลับมาฝึกงานที่พื้นที่อีก 5 วัน
จำนวนผู้เข้าอบรมรุ่นแรกจำนวน 91 คน ซึ่งได้อบรมไปแล้วระหว่างวันที่ 25
-29 พฤษภาคม 2552 จากการสังเกตุและสอบถามพบว่า อสม.มีความตั้งใจ
มีความตื่นเต้นและกระตือรือร้นในการเรียนรู้มาก
ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นในการที่จะปฏิบัติงานในสุขศาลา ทั้งนี้
อสม.ที่เข้าอบรมยังได้รับคำชมเชยจากอาจารย์ผู้สอนด้วย
สำหรับการอบรมในรุ่นต่อไป นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์
กล่าวว่าจะจัดให้ไปอบรมแน่นอน คาดว่าจะประมาณเดือนกันยายน 2552
เนื่องจากอยากจะให้มี อสม.ที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาพยาบาลอย่างน้อย 1 คน
ที่เป็นตัวหลักในแต่ละหมู่บ้านที่มี สุขศาลา
เพื่อการบริการและเชื่อมต่อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต่อไป
งานประชาสัมพันธ์ พิทักษ์ กาญจนศร ข่าว 22 มิถุนายน 2552

-------

ฟื้น ศสมช.กลับมาใหม่ภายใต้ชื่อ "สุขศาลากาฬสินธุ์"

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
จังหวัด กาฬสินธุ์ ปรับยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพในชุมชน
เน้นประชาชนดูแลสุขภาพกันเอง โดยฟื้นฟูพัฒนาปรับปรุง ศสมช. ขึ้นมาใหม่
ใส่ชื่อว่า "สุขศาลา กาฬสินธุ์" นายแพทย์พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า
ยุทธศาสตร์สาธารณสุขของจังหวัดกาฬสินธุ์ได้มุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถดูแล
สุขภาพกันเอง ภายใต้วิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชุมชน
ได้มีนโยบายหลายด้านที่จะส่งเสริมและพัฒนางานสาธารณสุขในระดับหมู่บ้านและ
ชุมชน แนวทางหนึ่งที่กำลังดำเนินการในขณะนี้คือการฟื้นฟูพัฒนาปรับปรุงศูนย์สาธารณ
สุขมูลฐานประจำชุมชน (ศสมช.)
ให้กลับมาใหม่ในบริบทที่แตกต่างและดีกว่าเดิม
โดยจัดทำสัญลักษณ์หรือโลโก้ให้ชุมชนคนกาฬสินธุ์สื่อเข้าใจตรงกัน
ภายใต้ชื่อที่ชุมชนคัดเลือกแล้วว่า "สุขศาลา" สุขศาลา กาฬสินธุ์
มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของ
อสม.เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านสุขภาพ เป็นที่นัดหมาย ประชุม ประสานงาน
และให้บริการสาธารณสุขผสมผสานในชุมชน เช่น การตรวจวัดความดัน
การปฐมพยาบาล การรักษาพยาบาลเบื้องต้น โดยมี อสม.เป็นผู้ให้บริการ
สำหรับในปีนี้ ตั้งเป้าหมายสุขศาลาต้นแบบรวมทั้งที่ อบต./
เทศบาลสนับสนุนการปรับปรุงด้วย จำนวน 275 แห่ง
ในส่วนการปรับปรุงสถานที่ได้สนับสนุนงบแห่งละ 20,000 บาท บาท
และได้สนับสนุนครุภัณฑ์เครื่องมือที่จำเป็นลงไปให้อีก นายแพทย์พิสิทธิ์
เอื้อวงศ์กูล กล่าวเพิ่มเติมว่า
นอกจากจะมีการพัฒนาปรับปรุงสถานที่และเครื่องไม้เครื่องมือแล้ว
ยังได้มีการพัฒนาศักยภาพ อสม.
ที่จะปฏิบัติงานในหมู่บ้านสุขศาลาต้นแบบทุกคน
โดยใช้การอบรมหลักสูตรมาตรฐาน อสม.จังหวัดกาฬสินธุ์
ซึ่งเป็นหลักสูตรเข้มข้นเรียนทฤษฎี 5
วันฝึกงานที่โรงพยาบาลและสถานีอนามัยอีก 5 วัน นอกจากนี้ยังให้คัดเลือก
อสม. อีก 1 คนต่อหมู่บ้านเข้ารับการอบรมหลักสูตร อสม.ขั้นสูง
ที่มหาวิทยาลัยบูรพา
เพื่อให้กลับมาเป็นผู้ให้บริการแก่ประชาชนในชุมชนได้อย่าง มั่นใจและ
มีประสิทธิภาพต่อไป งานประชาสัมพันธ์ พิทักษ์ กาญจนศร ข่าว 22 มิถุนายน
2552

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พบผู้ป่วยไข้หวัดในเด็กที่กาฬสินธุ์พุ่งน่าห่วง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 มิถุนายน 2552 12:14 น.
กาฬสินธุ์ - นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์
กำชับผู้อำนวยการชุมชน 13 แห่ง พร้อมรับมือไขหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
เนื่องจากพบจำนวนผู้ป่วยในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี
ป่วยเป็นไข้หวัดสูงถึงวันละ 500 คน

นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์
กล่าวว่า ถึงแม้การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
จะยังไม่แพร่ระบาดเข้ามาในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
แต่จากการติดตามก็พบว่า
ปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนส่งผลให้มีประชาชนเกิดล้มป่วยเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะในกลุ่ม ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก
จนทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าเมื่อผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดปัญหาด้านการรักษา

ทั้งนี้ ได้กำชับไปยังผู้อำนวยการทั้ง 13 แห่ง
ให้เฝ้าติดตามจำนวนผู้ป่วยในทุกโรคโดยเน้นไปที่เด็กเล็ก
ที่ทราบมาว่าในแต่ละวันจะมีเด็กอายุ 15 ปีลงมา
ป่วยเข้าตรวจที่โรงพยาบาลถึงวันละ 500
คนต่อวันที่ส่วนใหญ่จะเป็นโรคไข้หวัด
แต่ในการทำงานเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ก็ได้ทำการคัดกรองตรวจสุขภาพ ซึ่งหลังจากทำการประเมินก็พบว่า
ทุกโรงพยาบาลมีความพร้อมในการรักษา

อย่าง ไรก็ตาม
เนื่องจากจังหวัดข้างเคียงพบโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่
ประชาชนทั่วไปที่มีญาติต้องสงสัยก็ควรที่จะเข้าตรวจสุขภาพทันที
ทั้งนี้เพื่อเป็นการร่วมกันรณรงค์ป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคนี้

เขื่อนลำปาวเตรียมปล่อยน้ำลงพื้นที่ทำการเกษตร

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มิถุนายน 2552 16:00 น.
กาฬสินธุ์-โครงการ ส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จ.กาฬสินธุ์
เตรียมปล่อยน้ำให้แก่เกษตรกรเพื่อการทำนาปีในฤดูกาลผลิต 2552
ขณะที่เกษตรกรหลายพื้นที่เริ่มทำการเกษตรแล้วหลังฝนตกชุกในพื้นที่
ขณะที่พื้นที่ลุ่มกำลังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำไหลหลากเข้าท่วมที่นา

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จ.กาฬสินธุ์ แจ้งว่า
ขณะนี้ทางเขื่อนลำปาวกำลังเริ่มส่งน้ำเพื่อการเกษตรหลังปิดการส่งน้ำมา
ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา
เพื่อทำการปรับปรุงซ่อมแซมคลองส่งน้ำในพื้นที่เขตชลประทาน
และเพื่อให้เกษตรกรได้ทำการเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง
ซึ่งขณะนี้ทางโครงการจะเริ่มส่งน้ำเต็มระบบในวันที่ 23 มิถุนายนนี้
โดยจะส่งน้ำตามคลองชลประทานสายใหญ่ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา

ในปีนี้ปริมาณน้ำของเขื่อนลำปาวยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
โดยมีระดับการกักเก็บอยู่ที่ร้อยละ 33 หรือประมาณ 466 ล้านลูกบาศก์เมตร
และสามารถใช้น้ำได้เพียง 391 ล้านลูกบาศก์เมตร
เนื่องจากเขื่อนลำปาวอยู่ระหว่างการปรับปรุงและก่อสร้างเขื่อน

อย่างไรก็ตาม
เขื่อนลำปาวยืนยันว่าหากถึงช่วงน้ำหลากเขื่อนลำปาวจะสามารถรองรับปริมาณน้ำ
ได้ และประชาชนไม่ต้องกังวลกับปัญหาน้ำท่วมหรือปัญหากับโครงสร้างของเขื่อนเพราะ
ตัวเขื่อนมีความแข็งแรงดีอยู่

สำหรับเกษตรกรในหลายพื้นที่ของ จ.กาฬสินธุ์
เริ่มที่จะทำการปักดำนากันแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่ม
แต่เบื้องต้นหลังจากที่ฝนตกชุกในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ติดต่อกันหลายวัน
กลับทำให้นาข้าวของเกษตรกรในพื้นที่เสียหายไปบางส่วนแล้ว

โดยเฉพาะนาลุ่มของเกษตรกร ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย ที่ติดกับลำน้ำชี
และลำน้ำปาวมีพื้นที่นาข้าวที่ปักดำและหว่านข้าวแล้ว
ถูกน้ำท่วมขังเสียหายแล้ว 200 ไร่
เกษตรกรต้องลงทุนนำเครื่องสูบน้ำมาตั้งเพื่อระบายน้ำออกจากที่นาของตนเอง
ถึงแม้ว่าจะต้องรับภาระค่าน้ำมันแพงด้วยก็ตาม
โดยหวังให้ลดความเสียหายในนาข้าว

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

กาฬสินธุ์พบผู้ต้องสงสัยไข้หวัด 2009

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 มิถุนายน 2552 19:26 น.
กาฬสินธุ์- โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
พบผู้ต้องสงสัยได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยเป็นนักศึกษาที่เดินกลับมาจากประเทศอเมริกา ขณะที่ สสจ.จังหวัดฯ
กำชับสถานพยาบาลทุกแห่งระวังเข้ม 24 ชั่วโมง

นพ.สมปอง เจริญวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
จากการที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้รณรงค์ด้านการเฝ้าระวัง
ตลอดทั้งคัดกรองคนไข้ผู้มาใช้บริการที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์โดยตลอด
ทั้งนี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาด รวมทั้งคัดกรองคนไข้
และผู้เข้าข่ายที่อาจจะได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ 2009 ชนิด A
(H1N1) ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยที่จังหวัดกาฬสินธุ์
ได้พบผู้ต้องสงสัยได้รับเชื้อดังกล่าวแล้ว 1 ราย

สอบประวัติพบว่าเป็นนักศึกษาหญิงอายุประมาณ 20 ปี
ภูมิลำเนาตำบลไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่เดินทางมาจากมลรัฐหลุยส์เซียน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10
มิ.ย. แล้วมีอาการเจ็บคอ ไม่สบาย
ญาติได้นำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
ในเบื้องต้นจึงได้ดำเนินการวินิจฉัยโรคที่ห้องแยกโรคติดต่อทางเดินอากาศ
และรอพิสูจน์ผล 24 ชั่วโมง

ด้าน นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์กล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ชนิด A (H1N1) ยังมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ
โดยในประเทศไทย พบว่ามีผู้ได้รับเชื้อดังกล่าวแล้วประมาณ 410 ราย
สสจ.กาฬสินธุ์ ได้กำชับสถานพยาบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

รวม ทั้งผู้นำชุมชน อสม.ในการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ตลอด 24
ชั่วโมง ที่หากพบผู้ต้องสงสัย ให้รีบนำส่งสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุม ไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อดังกล่าว

อย่าง ไรก็ตาม
สำหรับคนไข้ที่ต้องสงสัยที่เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
จากการวินิจพบว่าเป็นเพียงอาการไข้หวัดธรรมดา
เนื่องจากร่างกายปรับสภาพไม่ทัน ที่ขณะที่ได้อนุญาตกลับบ้านแล้ว
ซึ่งสสจ.กาฬสินธุ์และโรงพยาบาลกาฬสินธุ์
ได้รายงานผลให้กระทรวงสาธารณสุขทราบแล้ว
และขณะนี้ยังไม่พบประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์
ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิด A (H1N1) แต่อย่างใด

กกต.เมืองน้ำดำติวเข้มอาสาสมัครรับศึกเลือกตั้งท้องถิ่น 106 แห่ง

กาฬสินธุ์ - สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดกาฬสินธุ์
จัดตั้งอาสาสมัครและผู้ประสานงานเลือกตั้ง
เพื่อเตรียมพร้อมรับศึกเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในปี 2552 จำนวน 106
แห่ง ให้เกิดความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม

ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลนาจารย์ อำเภอเมือง
จังหวัดกาฬสินธุ์ ดร.ประสิทธิ์ คชโคตร ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานอบรมอาสาสมัครและผู้ประสานงานเลือกตั้ง
ที่ร่วมกับสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์
เพื่อควบคุมและตรวจสอบการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลนาจารย์
และสมาชิกเทศบาลตำบลนาจารย์ ที่มีกำหนดขึ้นในวันที่ 27 มิ.ย.นี้
มีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ารับการอบรมอย่างพร้อมเพรียง

ดร.ประสิทธิ์ คชโคตร ประธานกกต.จังหวัดกาฬสินธุ์กล่าวว่า
จากการที่องค์กรปกครองท้องถิ่นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งในระดับเทศบาลตำบล
(ท.ต.) และระดับองค์การบริหารส่วนตำบล
(อบต.)จะมีการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาฯ ในราวกลางเดือนมิถุนายน
ถึงปลายปี 2552 รวมจำนวน 106 แห่ง ถือเป็นภาระสำคัญที่
กกต.จะต้องควบคุมการเลือกตั้ง ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย
จึงได้ร่วมกับองค์กรเอกชนและสถาบันการศึกษา เช่น สมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์
แต่งตั้งอาสาสมัครและผู้ประสานงานเลือกตั้ง ทั้งนี้
เพื่อที่ทุกคนจะได้ร่วมกันทำหน้าที่ตรวจสอบ กำกับดูแลการเลือกตั้ง
ให้เป็นไปด้วยความยุติธรรม ไม่ขัดต่อกฎระเบียบ นอกจากนี้
อาสาสมัครและผู้ประสานงาน
ยังจะได้ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้งที่ไปสู่
ผู้สมัคร และผู้ให้การสนับสนุนผู้สมัคร

ตลอดทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้มีความรู้ความเข้าใจในกฎระเบียบ
และขั้นตอนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งโปร่งใส
บริสุทธิ์ ยุติธรรม สามารถที่จะป้องการการทุจริตเลือกตั้ง
ตลอดทั้งสามารถตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน
หากมีการร้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นายสุรเดช เคราะห์ดี นายกสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ตระหนัก ในความสำคัญของการเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีส่วนสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชุมชน
และเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนักข่าว ซึ่งสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์
ได้ถือภารกิจนี้เป็นงานสำคัญ ในอันที่จะร่วมมือกับ กกต.จังหวัดกาฬสินธุ์
ดำเนินการจัดตั้งอาสาสมัครและผู้ประสานการเลือกตั้ง
เพื่อที่ภาคประชาชนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน

โดยหวังให้อาสาสมัครและผู้ประสานงานรู้หลักการ แนวคิด วิธีปฏิบัติ
เพื่อนำไปแนะนำผู้สมัคร และสอดส่องดูแลการหาเสียง
เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันปัญหาทุจริตการเลือกตั้ง ทั้งนี้
เพื่อให้การเลือกตั้งดำเนินไปด้วยความสุจริต โปร่งใส
ทุกคนเข้าใจในกฎกติกาโดยเฉพาะจะเป็นการแก้ปัญหาการทุจริตร้องเรียนที่ต้น
เหตุได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งอาสาสมัครและผู้ประสานงานเลือกตั้ง
จะจัดขึ้นในพื้นที่ที่จะมีการเลือกตั้งแห่งละประมาณ 10-16 คน
โดยใช้บุคลากรนอกเขตพื้นที่ที่เลือกตั้ง โดย กกต.จังหวัดกาฬสินธุ์
ได้เริ่มดำเนินการอบรม เพื่อทำความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ โดยขณะนี้
ดำเนินการอบรมเสริมความรู้ให้อาสาสมัคร
และผู้ประสานงานเลือกตั้งแล้วประมาณ 50 คน

ผู้ปกครอง-นักเรียนนามนพิทยาฯ ม็อบไล่ ผอ.บริหารงานไม่โปร่งใส

กาฬสินธุ์ - ผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนนามนพิทยาคม อำเภอนามน
จังหวัดกาฬสินธุ์กว่า 300 คน ชุมนุมพร้อมยื่นหนังสือถึง
ผอ.สพท.กาฬสินธุ์เขต 3 ไล่ผู้อำนวยการ และให้ย้ายออกนอกพื้นที่ภายใน 24
ชั่วโมง ระบุบริหารงานส่อไปในทางทุจริตและไม่โปร่งใส่หลายโครงการ ด้าน
ผอ.สพท.กาฬสินธุ์เขต 3
ออกคำสั่งย้ายเข้าช่วยราชการและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (16 มิ.ย.) คณะครู
นักเรียนโรงเรียนนามนพิทยาคม และผู้ปกครองกว่า 300 คน
ถือป้ายชุมนุมหน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 อ.ห้วยผึ้ง
จ.กาฬสินธุ์ พร้อมยื่นหนังสือต่อ ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา
ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์เขต 3 เพื่อให้ย้ายนายวีระชัย
อุดรแผ้ว ผอ.โรงเรียนนามนพิทยาคม อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ออกนอกพื้นที่ภายใน
24 ชั่วโมง ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัย
และให้แต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ที่เป็นคนดีมีคุณธรรมมาเป็นผู้อำนวยการแทน
โดยกลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่าบริหารงานไม่โปร่งใส

น.ส.กุสลา น้อยสารบรรณ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6
ตัวแทนนักเรียน และผู้ปกครอง กล่าวว่า
ขณะนี้นักเรียนและผู้ปกครองของโรงเรียนนามนพิทยาคมกำลังได้รับความเดือดร้อน
จากการบริหารของนายวีระชัย อุดรแผ้ว
ผอ.โรงเรียนนามนพิทยาคมเพราะการบริหารงานของนายวีระชัยตลอดระยะเวลา 1
ปีเศษได้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ส่อไปในทางทุจริต ไม่โปร่งใส
ทำให้นักเรียน ครู ผู้ปกครองไม่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

โดยเฉพาะโครงการเรียนฟรีไม่ 15 ปี ของรัฐบาล
ซึ่งได้มีการรับเงินจากผู้จำหน่ายชุดนักเรียน จำนวน 10 บาทต่อนักเรียน 1
คน และอ้างว่าจะเอาเงินดังกล่าวไปให้แก่ครูผู้ดำเนินการ
จัดทำสมุดโรงเรียนจำหน่ายให้แก่นักเรียนในราคาที่สูงแต่ไม่ได้คุณภาพ
ได้กำไรจากการจำหน่ายสมุด 40,000 บาท นำอุปกรณ์การเรียนต่างๆ เช่น
รองเท้า กระเป๋า ปากกาจำหน่ายให้แก่้นักเรียนราคาสูงกว่าท้องตลาด
โดยไม่มีการเปิดกว้างให้มีการจำหน่ายอุปกรณ์การเรียนมีบางรายเท่านั้นที่ได้
จำหน่าย และนักเรียนไม่ได้รับหนังสือตามรายการที่ครูผู้สอนสั่งซื้อ

น.ส.กุสลา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ผู้อำนวยการยังบกพร่องต่อหน้าที่
ไม่รักษาผลประโยชน์ และไม่ปฏิบัติตามระเบียบราชการ ทั้งการลงโทษนักเรียน
ดุด่านักเรียนและผู้ปกครอง ประพฤติตัวไม่เหมาะสมกับผู้บริหาร
พกพาอาวุธปืนมาโรงเรียน และที่สำคัญไม่มีความเป็นมนุษยสัมพันธ์กับชุมชน
และผู้นำท้องถิ่น อำเภอ

ดังนั้น นักเรียน ครู และผู้ปกครองทั้งหมดที่มาร่วมชุมนุม
จึงขอเรียกร้องให้ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1
ได้ดำเนินการย้ายนายวีระชัย อุดรแผ้ว ออกนอกพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง
และให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบเอาผิดทางวินัย
และให้แต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ที่เป็นคนดี มีคุณธรรมมาดำรงตำแหน่งแทน
โดยที่ไม่ใช่เครือญาตินายวีระชัย
และไม่ให้ลงโทษนักเรียนที่มาร่วมชุมนุมครั้งนี้

ด้าน ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา
ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3
กล่าวภายหลังรับหนังสือร้องเรียนว่า
ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้แล้วโดยเบื้องต้นจะออกหนังสือคำสั่งเรียกตัวนายวีระ
ชัย เข้ามาช่วยงานภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์เขต 3
เสียก่อน เนื่องจากเห็นว่าไม่สามารถร่วมงาน และยังขัดแย้งกับนักเรียน ครู
และผู้ปกครองอยู่

ส่วนกรณีการร้องเรียนให้ตรวจสอบการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส
จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง
ซึ่งยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย