เรียกร้องให้ทางจังหวัดเร่งสอบสวนกรณี กระทรวงมหาดไทย
จัดสรรงบสนับสนุนตามโครงการชุมชนพอเพียง ซึ่งเป็นการกระจายงบ SML เดิม
เพราะเชื่อว่ามีใบสั่งการเมืองและเชื่อว่ามีความพยายามแสวงหาผลประโยชน์จาก
งบประมาณส่วนนี้
จนทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนจากโครงการและเกรงว่าจะทำให้รัฐบาลเสียประโยชน์
จากงบประมาณนี้เป็นวงเงินหลายหมื่นล้านบาท
วันนี้ (12 ก.ค.) ที่โรงแรมสุภัคโฮเต็ล จังหวัดกาฬสินธุ์
เครือข่ายองค์กรชุมชนพอเพียงจากอำเภอเขาวง นำโดย นายนิคม อุปชีวะ
ประธานคณะกรรมการโครงการชุมชนพอเพียง ปี 2552 บ.โพนนาดี ต.หนองผือ
นายทวีศิลป์ ประเสริฐ์สังข์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.กุดสิมคุ้มใหม่
นายสุริยัน ทะรังศรี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ต.กุดสิมคุ้มใหม่ นายศิริราช
อุทโท ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.คุ้มเก่า และนางไพรยรัตน์ ภูดินขาว
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.กุดสิมคุ้มใหม่
ได้นำเอกสารและใบสำคัญในโครงการชุมชนพอเพียง หลายรายการ
นำมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อให้ทางจังหวัด
เร่งทำการสวบสวนกรณีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนชุมชน
ตามโครงการชุมชนพอเพียง ซึ่งเดิมเป็นการกระจายงบ SML
ของรัฐบาลในแต่ละรอบปี
ที่ต้องการสนับสนุนระบบการผลิตภายในชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้โครงการดังกล่าว
อยู่ในความรับผิดชอบของผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับ
ชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ที่จะทำการจัดสรรงบประมาณตามโครงการและจำนวนประชาชนของชุมชนในแต่ละหมู่บ้าน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประธานคณะกรรมการโครงการชุมชนพอเพียงในแต่ละแห่งก็ได้ทำการเขียน
โครงการนำเสนอไปยังส่วนกลางและกำลังมีการพิจารณาเพื่อขอรับงบไปแล้ว
แต่ในระหว่างที่มีการพิจารณาเม็ดเงินเข้าในพื้นที่
กลับมีกลุ่มบุคคลที่อ้างตัว สนิทสนมกับนักการเมืองรวมไปถึง กรรมาธิการ
ที่ได้นำสินค้าที่ไม่อยู่ในโครงการที่เขียนไปนำเสนอและอ้างว่าให้ดำเนินการ
เปลี่ยนแปลงโครงการ
ที่ตรงตามจำนวนเงินในแต่ละแห่งที่กำลังรอการจัดสรรจนทำให้เชื่อว่ามีกระบวน
การแอบอ้างเพื่อหาประโยชน์จากโครงการนี้
นายนิคม อุปชีวะ ประธานคณะกรรมการโครงการชุมชนพอเพียง ปี 2552
บ.โพนนาดี หมู่ที่ 4 ต.หนองผือ อ.เขาวง กล่าวว่า
ปัญหาที่ต้องการให้ทางจังหวัดทำการสอบสวนเพื่อยุติกระบวนการหาประโยชน์จากงบ
ประมาณนี้เพราะเชื่อว่า มีกลุ่มข้าราชการ นักการเมือง รวมไปถึงกลุ่มทุน
ตั้งแต่ส่วนกลางลงมาถึงภูมิภาค
มีความพยายามที่จะหาประโยชน์จากโครงการชุมชนพอเพียงของรัฐบาล
ด้วยการตัดตอนเม็ดเงินที่กำลังจะทำการเบิกจ่ายลงตามหมู่บ้านกันในวันที่
17 กรกฎาคมนี้ที่ในแต่ละแห่งเฉลี่ยจะมีจำนวนเงินประมาณ 200,000
บาทหรือทั่วประเทศก็น่าจะมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท
เพราะในส่วนของบ้านโพนนาดีที่ดูแลอยู่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณ
จำนวน 250,000 บาท
เนื่องจากชุมชนแห่งนี้ได้เสนอโครงการต่อเติมอาคารปุ๋ยไป
แต่แล้วหลังจากที่สำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน
กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งเรื่องว่า ชุมชน
โพนนาดีได้รับการอนุมัติโครงการ กลับปรากฏว่า
มีกลุ่มบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นตัวแทนของคณะกรรมาธิการ หรือแม้แต่
ส.ส.พื้นที่ ได้นำสำเนา ศพช.01 หรือเอกสารการเขียนโครงการใหม่
พร้อมกับเอกสารการเสนอขายสินค้าอีกหลายรายการ
อย่างไรก็ตาม
ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นหรือเกี่ยวข้องกับโครงการนำมา
จำหน่ายโดยอ้างว่าไม่เกี่ยวกับการเสนอโครงการเดิม
แต่เนื่องจากความผิดปกติจึงได้ทำการปรึกษาไปยัง ประธานชุมชนอื่นๆ
และได้สอบถามไปยัง ส.ส.ในพื้นที่ ก็ได้รับการปฏิเสธ
ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2552
ก็ได้ไปพบกับ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียง ที่กรุงเทพฯ
ก็ได้รับการปฏิเสธ
จึงเชื่อว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพมีความพยายามแอบอ้างเพื่อหาประโยชน์จากเงินจำนวน
นี้
นายนิคมกล่าวต่อว่า การ
เข้าร้องเรียนครั้งนี้เพื่อเตือนให้พี่น้องประชาชนในทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ให้ระวัง มิจฉาชีพ
ที่ต้องการแสวงหาประโยชน์จากโครงการนี้เพราะจำนวนเม็ดเงินในแต่ละแห่งจะ
เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200,000
บาทและเชื่อว่าการอนุมัติเงินดังกล่าวและกระจายลงมาจะมีมากกว่า 1
หมื่นล้านบาท และอย่าให้หลงเชื่อมิจฉาชีพ
เพราะจะทำให้โครงการภายในชุมชนเสียหายและชาวบ้านจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น