วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

งามหน้า! ตร.กาฬสินธุ์เมินรับแจ้งพ่อแม่บังคับลูกเร่ขอทาน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2552 16:10 น.
กาฬสินธุ์ - ภายหลังหัวหน้าบ้านเด็กและครอบครัวกาฬสินธุ์
ควบคุมตัวพ่อแม่บังคับลูกสาววัย 4 ขวบ และลูกชายวัย 7 ขวบ
เร่ขอทานในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
จนชุดคุ้มครองเด็กใช้เวลาติดตามแรมเดือน
สามารถจับได้ระหว่างถูกบังคับให้ขอทาน แต่กลับถูก ตร.เมืองกาฬสินธุ์
ปฏิเสธรับแจ้งความร้องทุกข์ ล่าสุดพ่อแม่พาเด็กหนีออกนอกจังหวัด
ลั่นงานนี้ตำรวจต้องรับผิดชอบ

วันนี้ (22 ก.ค.) ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์
นายสุพัฒน์ สุระดนัย หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์
ได้เชิญสื่อมวลชนเข้ารับฟังการปฏิบัติหน้าที่ ภายหลังจากที่กลางดึกวานนี้
หน่วยเฉพาะกิจคณะกรรมการคุ้มครองเด็กและสตรีจากทุกภาคส่วน
ได้ทำการช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 4 ขวบ และเด็กชายวัย 7 ขวบ
ซึ่งถูกพ่อแม่บังคับให้ไปขอทานในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

แต่ปรากฏว่า หลังจากเจ้าหน้าที่คณะกรรมการคุ้มครองเด็กฯ
เข้าทำการช่วยเหลือพร้อมกับควบคุมตัวพ่อแม่เด็กส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจ
ภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิเสธที่จะรับดำเนินคดี

นายสุพัฒน์ สุระดนัย หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์
กล่าวว่า การเข้าช่วยเหลือทั้งจากเจ้าหน้าที่รวมไปถึงนโยบายของรัฐบาลก็นับเป็นสิ่ง
ที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันแก้ไข
แต่ในกรณีนี้รู้สึกผิดหวังกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน

ทั้งนี้ เหตุการณ์เข้าช่วยเหลือนั้นเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของวันที่
21 กรกฎาคม 2552 โดยหน่วยเฉพาะกิจคณะกรรมการคุ้มครองเด็กและสตรี
จ.กาฬสินธุ์ นำโดยตนเองได้เข้าควบคุมตัวสองสามีภรรยาคือนายอุทิศ ภูครอง
อายุ 46 ปี และนางลำพูน ภูอาบทอง อายุ 26 ปี ชาว ต.คลองขาม อ.ยางตลาด
จ.กาฬสินธุ์

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม จนพบว่า
มีการบังคับเด็กชายวัย 7 ขวบ และเด็กหญิงวัย 4 ขวบ
สองพี่น้องซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ออกไปเร่ขอทานตามสะพานลอย
ตามร้านอาหารในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
จนทำให้ผู้ที่พบเห็นได้ไปแจ้งเรื่องเอาไว้ให้ติดตาม
จนสามารถสืบรู้และทำการควบคุมตัวมาได้ระหว่างนำเด็กทั้งสองคนไปปล่อยลงข้าง
สะพานลอยบริเวณตลาดทุ่งศรีเมือง

หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า
พฤติกรรมของเด็กสองคนที่ออกมาเร่ขอทานตามร้านอาหารต่างๆ ในเขตเทศบาลเมือง
จ.กาฬสินธุ์ สองพี่น้องนั้นจะเดินขอเงินกับประชาชนและเมื่อได้เงินก็จะวิ่งเอาเงินไปให้
พ่อและแม่ที่รออยู่บริเวณเดียวกัน จากนั้นก็จะไปขออีกเรื่อยๆ
ประชาชนที่พบเห็นก็รู้สึกเวทนา
จนได้ติดตามวางแผนเข้าช่วยเหลือได้เมื่อคืนนี้

แต่ ขณะที่กำลังนำตัวพ่อแม่เด็กส่งต่อพนักงานสอบสวน
สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กลับไม่รับแจ้งความทั้งนี้ร้อยเวรเมื่อคืนนี้ คือ
ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ เกกาคำ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์
ปฏิเสธที่จะไม่รับแจ้งความในคดีนี้

โดย อ้างว่าไม่มีในข้อกฎหมายไม่ใช่การค้ามนุษย์ ทั้งนี้
ตนได้พยายามอธิบายถึงสิทธิของมนุษยชนที่ต้องได้รับความคุ้มครองตามรัฐ
ธรรมนูญปี 2550 ซึ่งก็ได้ถกเถียงถึงข้อกฎหมายนานกว่า 1 ชั่วโมง
แต่ทางร้อยเวรก็ยังยืนยันที่จะไม่รับแจ้งความ
แม้จะมีผู้บังคับบัญชาระดับรองผู้กำกับการฯเข้ามาชี้แนะว่าสามารถดำเนินคดี
ได้ พนักงานสอบสวนยังได้สั่งให้ปล่อยตัวพ่อแม่เด็กไปด้วย

"ที่จริงแล้วพฤติกรรมของครอบครัวนี้ เราได้ติดตามมานานกว่า 1
เดือน มีลักษณะความผิดที่ชัดเจน บ้านเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์
ต้องการเพียงแค่คุ้มครองเด็กให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าการถูกทรมาน
ซึ่งตำรวจสามารถใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯเข้ามาแก้ปัญหานี้ได้
ทางเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปส่งเสริมอาชีพให้กับครอบครัว"

แต่การปฏิเสธการปฏิบัติหน้าที่ของร้อยเวร สภ.เมือง กาฬสินธุ์
ทำให้รู้สึกผิดหวังมาก
เหมือนกับสังคมขาดกำลังสำคัญในการดูแลเพราะเรื่องนี้ถือเป็นหน้าที่โดยตรง
เช่นกันของผู้พิทักษ์สันติราษฎร

นายสุพัฒน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้แจ้งไปทาง
นางอัจฉรา พุ่มมณีกร
หัวสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ทราบรายละเอียด
เพื่อทำหนังสือสอบถามไปยัง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์
ในฐานะรองประธานคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิเยาวชนและสตรีอีกครั้งว่าเรื่องนี้
เกิดขึ้นได้อย่างไร และจะต้องติดตามกรณีต่อไปจนถึงที่สุด
พร้อมกับจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรีจ.
กาฬสินธุ์ เพื่อแจ้งให้ทุกส่วนราชการได้รับทราบพฤติกรรมของพนักงานสอบสวนคนนี้

มีรายงานแจ้งว่า ภาย
หลังจากที่เมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปล่อยตัว
พ่อแม่และเด็กออกไปแล้ว เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กและสตรี
ได้ติดตามไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่บ้านพักปรากฏว่าครอบครัวนี้ได้หายไปจาก
จังหวัดกาฬสินธุ์
ซึ่งหลายฝ่ายจึงมีความเป็นห่วงชะตากรรมของเด็กทั้งสองคนนี้เป็นอย่างมาก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น