วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เมืองน้ำดำตั้งศูนย์ ฉก.รับมือน้ำท่วม - อุตุฯ เตือนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่ม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 กรกฎาคม 2552 14:35 น.
กาฬสินธุ์ -
จังหวัดกาฬสินธุ์ตั้งศูนย์เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย
และดินถล่ม เพื่อรับมือปัญหาน้ำท่วมในช่วงหน้าฝน
พร้อมย้ำทุกอำเภอเร่งสำรวจพนังกั้นน้ำ อ่างเก็บน้ำ จัดเตรียมอุปกรณ์
และบุคลากรรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านสถานีอุตุนิยมวิทยากาฬสินธุ์เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระวังน้ำท่วม
ฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม

วันนี้ (14 ก.ค.) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ชั้น 4
นายสุวิทย์ สุบงกฎ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหา
อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ปี 2552 จังหวัดกาฬสินธุ์
เพื่อเตรียมความรับมือปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน โดยมีนายอำเภอทั้ง 18
อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 50
คนเข้าร่วมประชุม

นายสุวิทย์ สุบงกฎ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูฝน
และขณะนี้มีร่องความกดอากาศต่ำพัดผ่านเข้ามา
ทำให้พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตก
ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้สั่งให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ
ท่วมที่กำลังมาถึงนี้

โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไข
ปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ปี 2552 จังหวัดกาฬสินธุ์ขึ้น
เพื่อคอยอำนวยความสะดวก ประสานงาน
ตลอดจนให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย

นอก จากนี้ยังแจ้งไปยังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์
อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งให้จัดตั้งศูนย์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน
และให้เตรียมเครื่องไม้ เครื่องมือ อุปกรณ์
และบุคลากรไว้ให้การช่วยเหลือและรับแจ้งเหตุน้ำท่วมจากประชาชนตลอด 24
ชั่วโมง

นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้นายอำเภอ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งออกสำรวจพนั่งกั้นน้ำ อ่างเก็บน้ำ
สถานที่ราชการ สถานศึกษา วัด บ้านเรือนประชาชน และอื่นๆ
ตลอดจนถนนหนทางที่เกิดความเสียหาย
และที่มีความเสี่ยงแล้วให้รายงานเข้ามายังจังหวัดโดยเร่งด่วน
เพื่อที่จะหาทางป้องกันปัญหาน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม
จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ของป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย ขณะนี้ยังไม่น่าห่าง
เพราะจากการรายงานของชลประทานจังหวัดอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง
และขนาดเล็กทั้ง 18 แห่งมีความจุอยู่เพียง 52 %
ซึ่งยังคงสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก

ส่วนเขื่อนลำปาวขณะนี้มีประมาณน้ำอยู่ที่ 567 ล้านลูกบาศก์เมตร
จากความจุ 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 39%
ซึ่งยังสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมากเช่นกัน

ด้านนายสุพจน์ ปั้นทรัพย์ หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาอำเภอกมลาไสย
จ.กาฬสินธุ์ ระบุว่า ในช่วงวันที่ 13-19 กรกฎาคมนี้
ยังมีร่องความกดอากาศต่ำพัดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทำให้มีฝนตกชุกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะวันที่ 13-14 กรกฎาคม
จะมีฝนตกชุกในหลายจังหวัดของภาคอีสาน

เพราะ ฉะนั้น ประชาชนในอาศัยอยู่ในพื้นที่เสียงภัย
เช่นพื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ติดภูเขา โดยเฉาะเทือกเขาภูพาน
ให้ติดตามข่าวสารของทางราชการอย่างใกล้ชิดและให้ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน
น้ำป่าไหลหลาก และดินโคนถล่มด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น