วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ชาวกาฬสินธุ์ตื่นงูเหลือมยักษ์-นอภ.เตือนระวังอสรพิษช่วงน้ำหลาก

กาฬสินธุ์ -งูเหลือมขนาดใหญ่น้ำหนัก กว่า 8 กิโลกรัม
โผล่หน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลลำพาน
สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
ขณะที่นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ประกาศเตือนอสรพิษมากับฤดูน้ำหลาก

ที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเต็กเก่า จี่สิ่งเกาะ
นำอุปกรณ์มาจับงูเหลือขนาดความยาวกว่า 3 เมตร น้ำหนักประมาณ 8 กิโลกรัม
ที่อาศัยบริเวณทางเข้าสำนักงานสร้างความแตกตื่นและความหวาดกลัวให้กับชาว
บ้านอย่างหนัก เพราะขนาดของงูที่ตัวใหญ่มากที่เกรงว่าจะเป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงและบุตร
หลานในหมู่บ้าน

ด.ต.สมคิด นันทสมบูรณ์ นายก อบต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
กล่าวว่า ในช่วงน้ำหลาก ต.ลำพาน หรือฤดูฝนในพื้นที่ ต.ลำพาน
มักจะมีงูเหลือม งูหลาม
ออกมาเลื้อยตามชุมชนจำนวนมากที่ทุกปีจะต้องแจ้งทางเจ้าหน้าที่เข้ามาจับทำ
การขนย้ายออกจากพื้นที่ไป
เพราะชาวบ้านเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและบุตรหลาน
เนื่องจากงูขนาดใหญ่ถึงแม้ว่าไม่มีพิษร้ายแต่ก็เป็นอันตรายต่อชีวิต

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านเชื่อว่า บริเวณสระน้ำของชุมชน
เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของงูเหลือม และงูหลาม
ซึ่งเพื่อความสบายใจของประชาชนจะมีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครองสัตว์ฯ
ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และกำจัดงูในพื้นที่

ด้าน นายนิคม ปัจวัจน์ นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์
ได้แจ้งข่าวไปยังหอกระจายข่าวหมู่บ้าน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เพื่อให้ประชาชนได้ระวังอันตรายจากอสรพิษไม่ว่าจะเป็นงู และ ตะขาบ
ที่มักจะมาในช่วงหน้าฝนนี้ ไม่ว่าจะเป็นตามบ้านเรือน หรือพื้นที่การเกษตร
พร้อมเปิดให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นกำลังหลักช่วยเหลือ
และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ส่วนรถกู้ภัยตำบลต้องพร้อมรับมือกับทุกปัญหาที่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะการขนย้ายคนเจ็บป่วยจากหมู่บ้านส่งโรงพยาบาล


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000082898

กศน.กมลาไสยต้นแบบสร้างอาชีพหลังฤดูทำนา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2552 14:49 น.
กาฬสินธุ์ - คณะ กรรมการประเมินศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.)
ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน และความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ควบคู่การสร้างอาชีพหลังฤดูทำนา
ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมชู
กศน.อำเภอกมลาไสย สุดยอดผู้นำสถานศึกษาผลงานเยี่ยม
มีสิทธิ์คว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อ.กมลาไสย
จ.กาฬสินธุ์ นายสุพจน์ จันทนาม
จากสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษา ที่ 7 จ.อุดรธานี และคณะ
ในฐานะคณะกรรมการประเมินสถานศึกษาพอเพียง
ตามแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่
ลงพื้นที่ประเมินฯ กศน.อำเภอกมลาไสย ที่ศูนย์เรียนรู้(ศรช.) ต.เจ้าท่า
และต.โพนงาม โดยมีนายสมมารถ คล้ายเลี่ยน ผอ.กศน.อำเภอกมลาไสย
ครูกศน.และชาวบ้านให้การต้อนรับและนำชมผลงาน

นายสุพจน์กล่าวว่า ตนและคณะ ประกอบด้วย นายนิวัฒน์ สวัสดิ์เอื้อ
ผอ.กศน.จ.ร้อยเอ็ด และนายคำตัน ถิ่นช่วง ผอ.กศน.อ.นามน จ.กาฬสินธุ์
ได้รับการแต่งตั้งจากกรมฯการศึกษานอกโรงเรียน
ทำหน้าที่คณะกรรมการประเมินศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
ที่มีผลงานดีเด่นด้านการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน
ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต
และเดินตามรอยพระยุคลบาทเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงผลสัมฤทธิ์ของการเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนากับชาวบ้านในเขตรับ
ผิดชอบ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามรอยพระยุคลบาทเศรษฐกิจพอเพียงฯ โดย
กศน.อำเภอกมลาไสย เป็นหนึ่ง ใน 40 แห่งทั่วภาคอีสาน
ที่จะได้รับการประเมินในครั้งนี้ ที่จากการลงพื้นที่ประเมิน ศรช.ของ
กศน.กมลาไสย 2 แห่ง คือศรช.บ้านแจ้งจม ต.เจ้าท่า
มีจุดเด่นด้านการเพาะเลี้ยงกบพันธุ์พื้นเมือง และตั้งร้านค้าชุมชน

ขณะที่ ศรช.บ้านโพนงาม ต.โพนงาม
มีจุดเด่นด้านการประกอบอาชีพแปรรูปผ้าลายขิต
และปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ปลอดสารพิษ
ที่สามารถต่อยอดการส่งเสริมสนับสนุนตรงนี้ให้เป็นอาชีพเสริมและสร้างรายได้
อย่างยั่งยืนหลังเสร็จสิ้นฤดูกาลทำนา
จึงมีโอกาสสูงที่จะได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดระดับประเทศ

ส่วนจะได้คะแนนระดับใดนั้น ต้องรอผลการประเมินศูนย์อื่นๆ
ให้ครบถ้วนก่อน จึงจะสามารถประกาศผลอย่างเป็นทางการ

น้ำหลากเข้าเขื่อนลำปาวไม่หยุด - เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2552 14:34 น.
กาฬสินธุ์ - ผลจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องกว่า 1 สัปดาห์
ทำให้มีน้ำกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลหลากเข้ามายังตัวเขื่อน
ถึงแม้จะอยู่ในระหว่างการก่อสร้างปรับปรุงเขื่อนก็ยังยืนยันถึงความแข็งแรง
สามารถที่จะรับน้ำได้
ขณะที่ความเสียหายน้ำป่าไหลหลากทำถนนถูกตัดขาดบ่อกุ้งเสียหายทั้งหมู่บ้าน

จ.ส.ต.อำพน บุตรโพธิ์ หัวหน้า อปพร.เทศบาตำบลบัวบาน อ.ยางตลาด
จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ฝนที่ตกหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์ทำให้ถนนภายในหมู่บ้านของเขตเทศบาลตำบลบัวบาน
ได้รับความเสียหาย ถนนกว่า 5 สายถูกน้ำท่วมการสัญจรไปมาลำบาก
เด็กนักเรียนในหมู่บ้าน ต้องลุยน้ำไป โรงเรียนแต่ที่หนักคือบ้านคำแมด
หมู่ที่ 13 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ติดกกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงระแนง
โดยน้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วมบ่อกุ้งเสียหายทั้งหมู่บ้านบ่อกุ้งเสียหายกว่า
300 บ่อนากว่าอีกกว่า 500 ไร่
และยังมีบ่อเลี้ยงปลาอีกจำนวนหนึ่งที่เสียหายทั้งหมด

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่าสาเหตุที่น้ำป่าไหลหลากสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาว
บ้านครั้งนี้เนื่องมาจากพนังดินกั้นน้ำที่ชาวบ้านร่วมกับทางจังหวัด
กาฬสินธุ์ และเทศบาลฯ
สร้างขึ้นน้ำได้ตัดขาดที่เบื้องต้นได้รายงานให้ทางเทศบาลได้รับทราบและให้มา
ตรวจสอบความเสียหายแล้ว

นอกจากนี้ จากสถิติของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว
จ.กาฬสินธุ์ พบว่า ตั้งแต่ วันที่ 17 ก.ค.จนถึงวันนี้ (23 ก.ค.)
มีปริมาณน้ำกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตรไหลหลากเข้ามายังตัวเขื่อนลำปาว
ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วที่ขณะนี้เขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำ
เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 63 หรือ ประมาณ 758 ล้านลูกบาศก์เมตร

ล่าสุด มีปริมาณน้ำไหลหลากเข้ามายังตัวเขื่อนลำปาวเมื่อคืนที่ผ่านมาประมาณ
16 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทางเขื่อนลำปาวยังทำการระบายน้ำอยู่วันละ 10
ล้านลูกบาศก์เมตร
ถึงแม้ว่าเขื่อนลำปาวที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างยังสามารถรองรับและกักเก็บ
น้ำได้อย่างสบาย

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

กักตัวผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ 7 วันหวั่นแพร่เชื้อ 2009 - เจ้าตัวยันแข็งแรงดี

กาฬสินธุ์ - ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์เปิดจวนยืนยันสุขภาพแข็งแรงดี
หลังติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ฝากขอบคุณพี่น้องประชาชนกาฬสินธุ์ไม่ต้องเป็นห่วง อาการดีขึ้นแล้ว
แต่แพทย์ให้กักตัวถึงวันจันทร์หน้า ขณะที่ภรรยาผู้ว่าฯ
หมอสั่งยาให้รับประทานพร้อมกับเก็บเสมหะตรวจรอลุ้นผล

วันนี้ (16 ก.ค.)
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์รายงานความคืบหน้าการรักษาของแพทย์โรง
พยาบาลกาฬสินธุ์ หลังจากที่ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์
ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดย นายเดชา ตันติยวรงค์
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
ได้เปิดจวนให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมอาการป่วย
ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดยังคงมีสุขภาพแข็งแรงไม่เหมือนคนป่วยทั่วไป
และได้ออกมาทักทายสื่อมวลชนด้วยท่าทางที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

นายเดชากล่าวว่า
ก่อนที่จะรู้และตรวจสุขภาพจนพบว่าตนเองมีเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 13 ก.ค.52 ตนเองรู้สึกเจ็บคอ
มีอาการไอแห้งและมึนหัว จึงได้ไปปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
ซึ่งแพทย์ก็ได้ให้ยามารับประทาน แต่หลังจากนั้นอาการก็ไม่ดีขึ้น
เพราะมีอาการเจ็บคอ อาการไอ คอแดง จึงได้ขอให้แพทย์ได้นำเสมหะจากคอไปตรวจ
จนมารู้ผลเมื่อวันที่ 15
กรกฎาคมว่าตนเองมีอาการป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

ในการป้องกันเบื้องต้น
ได้มอบหมายภารกิจให้กับรองผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ได้
ปฏิบัติหน้าที่แทนในส่วนครอบครัวได้จัดห้องแยกกับ
ภรรยาและให้ทุกคนในบ้านสวมหน้ากากและปฏิบัติตัวตามหลักง่ายๆ
ด้วยการกินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือให้สะอาด

"สาเหตุ ของการติดเชื้อนั้นคิดว่าน่าจะมาจากการปฏิบัติหน้าที่เพราะที่ผ่านมาก็ได้ลง
พื้นที่ติดตามพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องประกอบกับสภาพอากาศ
โดยทั่วไปที่จังหวัดกาฬสินธุ์ก็เกิดฝนตกทุกวันบางวันก็ครึ้มบางวันก็มีฝนตก
จึงอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนเองติดเชื้อได้" นายเดชากล่าว

นายเดชากล่าวอีกว่า
ในส่วนของอาการป่วยนั้นขอยืนยันว่าขณะนี้สุขภาพของตนแข็งแรงดี
โดยรวมแทบจะไม่มีอาการอะไรแล้ว
แต่แพทย์ต้องการให้รับประทานยาให้กักตัวอยู่ที่จวนผู้ว่าฯไปจนถึงวันที่
20 กรกฎาคม 2552
ในช่วงนี้เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายก็จะต้องพักผ่อนให้มากที่สุด
และขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่เป็นห่วง แต่ก็ขอให้ดูแลสุขภาพให้ดี
ทั้งนี้โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ด้าน นางพิไลลักษณ์ ตันติยวรงค์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์
กล่าวว่า หลังจากดูแลสุขภาพของ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
ส่วนตัวทำให้รู้ว่าก็เหมือนกับโรคไข้หวัดทั่วไป
แต่เนื่องจากเป็นผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วย
แพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ก็ได้สั่งยาให้รับประทานและได้เก็บเสมหะไปตรวจและจะ
รู้ผลในวันพรุ่งนี้ ซึ่งอาการก็ไม่รู้สึกอะไร
ในส่วนของงานนั้นก็ได้มอบหมายให้คณะกรรมการเหล่ากาชาดเข้าไปดูแลแทนไปก่อน

นพ.สมปอง เจริญวัฒน์ กล่าวว่า
อาการของผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วง
เพราะสุขภาพแข็งแรงดีมาก อีกทั้งก่อนหน้านี้สามารถรักษาและให้ยาได้ทัน
คาดว่าผู้ว่าฯ จะสามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ
ในส่วนของพี่น้องประชาชนที่มีอาการป่วยก็ขอให้ดูอาการก่อน
ไม่ว่าจะเป็นอาการป่วยตัวร้อน มีไข้ เจ็บคอ ไอ
หากรับประทานยาไม่หายก็ให้ไปมาหมอเพื่อเช็คสุขภาพ

ขณะ ที่ประชาชนในจังหวัดกาฬสินธุ์
หลังจากรู้ข่าวว่าผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ไม่สบายทุกคนแสดงความเป็น
ห่วงสุขภาพและขอพรให้ผู้ว่าราชจังหวัดกาฬสินธุ์หายโดยเร็ว

ผู้ว่าฯเมืองน้ำดำติดหวัดใหญ่2009

กาฬสินธุ์ - "เดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์"
ติดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่ยังแข็งแรงทำงานปกติ
เพียงแจกหน้ากากให้กับเจ้าหน้าที่
ขณะนี้แพทย์ชี้อาการไม่น่าห่วงไม่เหมือนติดหวัดทั่วไปเพราะมีอาการแค่เจ็บคอ
จากการติดเชื้อ

วันนี้ (15 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่า
นางพิไลลักษณ์ ตันติยวรงค์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า
นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
ติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยรู้ผลจากการตรวจสุขภาพของแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ผลการตรวจสุขภาพดังกล่าวได้รับการยืนยันจาก นพ.สมปอง เจริญวัฒน์
ผอ.รพ.กาฬสินธุ์ หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มีอาการเจ็บคอ
ไอแห้ง และสงสัยว่าติดเองอาจจะติดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
จึงได้ขอให้แพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ทำการเจาะเลือดตรวจโดยผลปรากฏว่า
มีเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่

แต่หลังจากที่รู้ว่าติดหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังคงทำงานปกติ
แต่ในวันนี้ได้พักผ่อนอยู่ในจวนผู้ว่าฯ พร้อมกับครอบครัวที่เดินทางเยี่ยม
โดยมีอาการแข็งแรงปกติ

ทั้งนี้ นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ โดยยืนยันว่า สุขภาพ
ยังดีแต่การพักผ่อนก็เป็นการพักฟื้น ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง
แต่ก็ยังสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ
ในส่วนสาเหตุของการติดเชื้อนั้น
คงจะเกิดจากการทำงานที่ต้องเดินทางไปในหลายๆอำเภอ

แต่ เมื่อรู้ผลแล้วก็ไม่น่าเป็นห่วงและเชื่อว่าโรคนี้ไม่น่ากลัว
เพราะในส่วนตัวเองเมื่อมีอาการติดเชื้อก็ไม่มีผลต่อสุขภาพ
เพราะไม่มีอาการมึนหัวหรือเจ็บปวดอะไร

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แห่ซื้อพันธบัตรไทยเข้มแข็งรอบสองกาฬสินธุ์ขายเกลี้ยง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กรกฎาคม 2552 14:50 น.
กาฬสินธุ์ - ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
ต่างพร้อมจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งสำหรับประชาชนทั่วไปในรอบที่
สองวันนี้ ขณะที่การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งสำหรับผู้สูงอายุได้รับความ
สนใจเป็นอย่างมากมีประชาชนเดินทางมาซื้อหมดเกลี้ยงตั้งแต่วันแรกที่เปิด
จำหน่าย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำป้ายมาติดประกาศว่าพันธบัตรหมด

วันนี้ (15 ก.ค.)
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งในรอบที่ 2
สำหรับประชาชนทั่วไปในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ทั้ง 7
แห่งเป็นไปด้วยความคึกคักมีประชาชนเดินทางมาซื้อพันธบัตรจำนวนมาก
บางคนมารอตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้ต้องเข้าคิวกันยาวเหยียด

โดยเฉพาะที่ธนาคารกสิกรไทยสาขากาฬสินธุ์
เจ้าหน้าที่ได้ตั้งโต๊ะรอจำหน่ายตั้งแต่เช้า
และยืนยันว่าการจำหน่ายพันธบัตรเป็นไปด้วยความโปร่งใส
ซึ่งหากใครมาก่อนก็ได้ซื้อพันธบัตรก่อน
และคาดว่าในวันนี้จะมีประชาชนมาซื้อพันธบัตรมากกว่ากลุ่มผู้สูงอายุ
เนื่องจากยอดการติดต่อสั่งจองเฉพาะที่ธนาคารแห่งนี้มีมูลค่าเม็ดเงินมากกว่า
30 ล้านบาท

แต่ ทางธนาคารยืนยันที่จะให้ผู้ที่ต้องการซื้อเข้ามาติดต่อกับธนาคารด้วยตนเอง
เพื่อจำเป็นที่จะต้องรับทราบเงื่อนไขรวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่คุ้มค่าต่อการลง
ทุนซื้อพันธบัตรในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้
ที่มีปัญหาการร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากธนาคารบางแห่ง
ผู้บริหารธนาคารเชื่อว่าอาจจะเกิดความเข้าใจผิดที่คาดเคลื่อนแต่สำหรับผู้
ที่ต้องการก็ยังสามารถเข้าไปติดต่อเพื่อซื้อพันธบัตรนี้ได้ไปจนหมดโค้วตา
และคาดว่า จะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

โอดข้าวเปลือกหายซ้ำซาก ตร.กาฬสินธุ์หมดน้ำยาล่า - ชาวนาตั้งค่าหัวนำจับโจรขโมยข้าวเอง

กาฬสินธุ์ - โจรขโมยข้าวที่จังหวัดกาฬสินธุ์ออกอาละวาดอีก
ล่าสุดเหิมเกริมหนัก ล้วงคองูเห่า
ขึ้นกวาดข้าวเปลือกของที่ปรึกษานายกเทศมนตรีฯ ท.ต.บัวบาน เกือบหมดยุ้ง
สูญกว่า 20,000 บาท เจ้าบ้านเดือดถูกโจรหยาม ตั้งรางวัลไล่ล่าเอง
หลังพึ่งตำรวจไม่ได้ ด้านตำรวจท้องที่โอดพื้นที่รับผิดชอบกว้างขวาง
ดูแลไม่ทั่วถึงจึงเกิดคดีโจรขโมยข้าวซ้ำซ้อน
เตือนราษฎรที่มีข้าวเปลือกเจ้า ตกเป็นเป้าโจรกรรมเพราะราคาดี

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (14 ก.ค.)
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง
กรณีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนภายหลังแก๊งค์มิจฉาชีพบุกงัดยุ้งฉางขโมยข้าว
เปลือกไปจำนวนมาก โดยเดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 27 หมู่ 23 บ้านโพธิ์ชัย
ต.บัวบาน อ.ยงตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของนายอดิศร เสนานาค
ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
และเป็นอดีตข้าราชการเสมียนตราจังหวัด
ซึ่งได้ร้องเรียนผู้สื่อข่าวกรณีข้าวเปลือกในยุ้งฉาง
ถูกโจรขึ้นลักขโมยเกือบหมด

นายอดิศรเล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในกลางดึกของคืนวันที่
8 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งฝนตกตลอดคืน
ทำให้ตนกับภรรยาและลูกนอนหลับไม่รู้สึกตัว
พอตื่นเช้าขึ้นมาจึงได้สังเกตเห็นความผิดปกติขึ้นที่ยุ้งฉาง
ซึ่งตั้งอยู่ห่างตัวบ้านประมาณ 20 เมตร โดยพบว่าประตูยุ้งฉางเปิดแง้มไว้
ทำให้เข้าใจทันทีว่าข้าวเปลือกคงถูกโจรขึ้นขโมย

เมื่อสำรวจบริเวณยุ้งฉาง ยังพบเมล็ดข้าวเปลือกตกกระจายเป็นหย่อมๆ
และมีร่องรอยการเคลื่อนย้ายชัดเจน และพอขึ้นสำรวจบนยุ้งฉาง
พบกุญแจประตูถูกงัดเสียหาย
ขณะที่ข้าวเปลือกที่เป็นข้าวเจ้าซึ่งบรรจุในถุง ได้หายไปจำนวน 56 ถุง
หรือประมาณ 170 ถัง มูลค่าความเสียหายประมาณ 20,000 บาท
เหลือเพียงข้าวเปลือกเหนียวประมาณ 30 ถุงเท่านั้น

นายอดิศรกล่าวอีกว่า
โจรขโมยข้าวเปลือกของตนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สอง
โดยครั้งแรกถูกขโมยเมื่อราวต้นปีที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นช่วงที่โจรขโมยข้าวอาละวาดหนัก
มีชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันและใกล้เคียง ได้รับความเดือดร้อนประมาณ 50
ราย มูลค่าความเสียหายนับแสนบาท
ซึ่งครั้งนั้นข้าวเปลือกในยุ้งฉางของตนถูกขโมยไปประมาณ 15 ถุง หรือประมาณ
50 ถัง รวมกับครั้งนี้ประมาณ 220 ถัง โดยที่ตำรวจท้องที่
ยังไม่สามารถที่จะจับกุมคนร้ายดำเนินคดีได้แม้แต่รายเดียว

เป็น ที่น่าสังเกตว่า
ข้าวเปลือกที่ถูกขโมยครั้งนี้เป็นข้าวเปลือกเจ้าทั้งหมด
โดยที่ข้าวเปลือกเหนียวไม่ถูกขโมย ซึ่งพอถูกโจรขโมยข้าวซ้ำอีก
ตนได้แจ้งตำรวจท้องที่คือ สภ.นากุง อ.ยางตลาด
ตรวจที่เกิดเหตุและเร่งสืบหาตัวคนร้าย

แต่ในความเห็นของตนไม่มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมคนร้ายได้
เพราะที่ผ่านมาปัญหาการขโมยข้าวเปลือกในพื้นที่
โดยเฉพาะต.บัวบานเกิดขึ้นมากที่สุด
และเป็นปัญหามาทุกปีและเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ไม่สามารถจับคนร้ายได้สักราย

"กรณีของผมเอง คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
จึงได้ประกาศตั้งรางวัลนำจับจำนวน 10,000
บาทให้กับผู้ที่สามารถแจ้งเบาะแส และจับคนร้ายมารับโทษ" นายอดิศรกล่าว

ด้าน ร.ต.ต.ธนสิทธ์ นาสมตรอง ร้อยเวร สภ.นากุงกล่าวว่า
คดีโจรขโมยข้าวเปลือกรายนี้
คนร้ายได้เลือกขโมยทรัพย์สินของผู้เสียหายที่บ้านเรือนอยู่ห่างจากบ้านหลัง
อื่น และอาศัยช่วงกลางดึกที่ฝนตกและเจ้าของบ้านนอนหลับสนิทในการก่อเหตุ
โดยย่องขึ้นงัดประตูและลำเลียงไปขึ้นรถหลบหนี
เชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้น่าจะเป็นคนในพื้นที่ที่รู้เส้นทางเข้าออกเป็นอย่าง
ดี และคาดว่าน่าจะมีประมาณ 5 คน
ซึ่งอาจเป็นแก๊งเดียวกับที่เคยลักขโมยในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ได้จัดสายสืบออกหาเบาะแส
และจัดสายตรวจออกตรวจตราเป็นประจำทุกคืน
แต่เนื่องจากมีพื้นที่รับผิดชอบกว้างถึง 4 ตำบล 57 หมู่บ้าน
ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่มีน้อย ทำให้ดูแลไม่ทั่วถึง
จึงเป็นช่องทางให้แก๊งขโมยข้าวเปลือกออกอาละวาดได้ง่าย

สำหรับ คดีนี้ที่คนร้ายเลือกขโมยเฉพาะข้าวเจ้า
คงเป็นเพราะข้าวเจ้าราคาสูงกว่าข้าวเหนียว คือกิโลกรัมละ 15-18 บาท
ฉะนั้น ราษฎรที่เก็บข้าวเปลือกเจ้าไว้ที่ยุ้งฉาง
จึงควรเพิ่มความระมัดระวัง และหาทางป้องกันโจรขึ้นขโมยเป็นพิเศษด้วย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000079371