วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

กองกำลัง อส.ทลายบ่อนวิ่งกลางเมืองกาฬสินธุ์

กาฬสินธุ์- กองกำลังผสม อส.จ.กาฬสินธุ์ กว่า 50 นาย
บุกทลายบ่อนวิ่งกลางเมืองกาฬสินธุ์ ได้นักพนันชาย-หญิงกว่า 15 คน
หลังชาวบ้านสุดทน ส่งจดหมายร้องเรียนถึงพ่อเมืองเมืองน้ำดำ
ให้ช่วยจัดการบ่อนวิ่ง

วันนี้ (21 ก.ค.) นายสุวัจน์ เข็มเพชร ป้องกันจังหวัดกาฬสินธุ์
นายสมชาย ฤาวิเศษไพบูลย์ ป้องกันอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นายพิชัยยา สุระซอง
ผู้ช่วยป้องกันจังหวัด
นำกองกำลังผสมอาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจังหวัดกาฬสินธุ์ (อส.)
จากหลายอำเภอกว่า 50 นาย บุกเข้าทลายบ่อนวิ่งที่ลักลอบเล่นพนัน
อยู่ข้างโรงเรียนหนองบัวราษฎรนิยม ตำบลโพนทอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์
โดยได้ของกลางไพ่และอุปกรณ์การเล่นโบก เงินของกลางจำนวนมาก
ทั้งจับกุมนักพนันชาย-หญิง 15 คน

นายสุวัจน์ เข็มเพชร ป้องกันจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
การเข้าจับกุมครั้งนี้ นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
ได้รับจดหมายร้องเรียนจากประชาชนในหลายอำเภอว่า
มีการลักลอบเล่นการพนันโดยจะเคลื่อนย้ายการเล่นไปตามชุมชนต่างๆ
ทั้งในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์และในอีกหลายอำเภอ
สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เพราะการเล่นพนันไม่เกรงกลัวกฎหมาย

จึงให้สายลับของ อส.เข้าติดตามหาข่าว จนทราบว่าการเล่นพนันทั้งไพ่
ไฮโล และโบก เกิดขึ้นจริง และสืบทราบมาว่ามีการลักลอบเล่นการพนัน
จึงได้จัดกำลังเข้าติดตามจับกุมจนได้นักพนันดังกล่าว
และหากประชาชนมีข้อมูลของการลักลอบเล่นพนัน สามารถแจ้งมาได้ที่
ป้องกันจังหวัดกาฬสินธุ์

ในส่วนของผู้ต้องทั้งหมด รวมถึงของกลางเจ้าหน้าที่
ได้นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ดำเนินคดีต่อไป


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000082408

ดึงยุวกาชาดร่วมเครือข่ายรณรงค์ป้องกันหวัด 2009

กาฬสินธุ์- โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์จัดงานพิธีเข้าประจำหมู่สมาชิกยุวกาชาดใหม่
ประจำปี 2552 พร้อมดึงให้ร่วมเป็นเครือข่ายสร้างความดีเพื่อสังคมและร่วมเฝ้าระวังเผยแพร่
วิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009

วันนี้ (21 ก.ค.) ที่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ นางพิไลลักษณ์ ตันติยวรงค์
นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์
เป็นประธานพิธีเข้าประจำหมู่และมอบเครื่องหมายให้กับสมาชิกยุวกาชาด
หมู่ยุวกาชาดโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ประจำปี 2552
ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จัดขึ้นเพื่อให้สมาชิกยุวกาชาดทุกคนได้เห็นความ
สำคัญของการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือสังคมและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม
โดยมีคณะอาจารย์ สมาชิกยุวกาชาดเข้าร่วมกว่า 200 คน

นางพิไลลักษณ์ ตันติยวรงค์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์
กล่าวว่า กิจการยุวกาชาดนั้นเป็นภารกิจที่สำคัญด้านหนึ่งของสภากาชาดไทย
เพราะสมาชิกยุวกาชาดเป็นเยาวชนที่เป็นกำลังของประเทศ

ดังนั้น การปลูกฝังให้เยาวชนได้เข้าใจในหลักการและอุดมการณ์ของกาชาดอย่างแพร่หลายจะ
ทำให้มีพลังของอาสาสมัครที่จะเข้ามาร่วมปฏิบัติงานกับสภากาชาด
เพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้
กิจกรรมเข้าประจำหมู่สมาชิกยุวกาชาดเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ต้องการให้สมาชิก
ยุวกาชาดทุกคนได้เล็งเห็นความสำคัญของการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือและบำเพ็ญ
ประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมพิธีเข้าประจำหมู่ยังก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและได้
รับเกียรติที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก

นางพิไลลักษณ์กล่าวอีกว่า
ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009
ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ฝนตกบ่อยครั้ง
ดังนั้นจึงฝากสมาชิกยุวกาชาดทุกคนซึ่งทำหน้าที่เพื่อสังคมอยู่แล้วต้องดูแล
รักษาสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง
ที่สำคัญให้ร่วมเป็นเครือข่ายนำข้อมูลข่าวสาร ความรู้
ตลอดจนวิธีการดูแลรักษาป้องกันโรคได้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009
กลับไปเผยแพร่ต่อกับครอบครัว เพื่อน และคนใกล้ชิด

โดย เฉพาะวิธีการป้องกันโรค
ควรหลีกเลี่ยงอยู่ในสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรค เช่นห้างสรรพสินค้า
โรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง หากจำเป็นควรที่สวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ
ทั้งนี้หากป่วยเป็นไข้สูง ไอ จาม เจ็บคอ
ต้องรีบเข้ารักษากับแพทย์ในโรงพยาบาลทันที

ชาวกาฬสินธุ์พอใจได้ดู "กบกินตะวัน" ครึ่งเสี้ยว

กาฬสินธุ์ - บรรยากาศเฝ้าชมปรากฏการณ์ธรรมชาติสุริยุปราคาที่ จ.กาฬสินธุ์
คึกคัก ประชาชนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น มหัศจรรย์ทั้งฟ้าปิดตั้งแต่เช้า
แต่ยังสามารถชมตั้งได้เวลา 08.11 น.
ชาวเมืองน้ำดำพอใจสุริยุปราคาถึงแม้จะดูได้ครึ่งเสี้ยว

นายสุประณีต ยศกลาง
ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด
กาฬสินกล่าวว่า ที่ห้องสมุดประชาชน จ.กาฬสินธุ์
เป็นจุดที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้มาชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาได้จัด
เตรียมอุปกรณ์ เช่น กล้องดูดาว ,
แผ่นกรองแสงพิเศษที่ใช้สำหรับดูพระอาทิตย์ แต่ช่วงเช้าท้องฟ้าเกิดปิด
มีเมฆปิดบังดวงอาทิตย์ ผู้ที่มารอตั้งแต่เช้าไม่สามารถดูสุริยุปราคาได้
จึงได้เข้าไปชมปรากฏการณ์จากประเทศอื่นแทนในอาคารกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี เพื่อรอท้องฟ้าเปิด

จนกระทั่งเวลา 08.11 น.
ท้องฟ้าได้เปิดจึงสามารถมองเห็นสุริยุปราคาครึ่งเสี้ยว
ทำให้ผู้มารอดูตั้งแต่เช้ารู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก
ส่วนความชื่อที่ว่าปรากฏการณ์อย่างนี้เป็นเรื่องที่ไม่ดี
ผู้ที่มาชมก็ไม่ได้เชื่อแต่อย่างใดเพราะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเท่านั้น
ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชน นักเรียน นักศึกษา
มาขออุปกรณ์เพื่อชมสุริยุปราคาจำนวนมาก ซึ่งอุปกรณ์ที่เตรียมไว้กว่า 300
ชุด หมดอย่างรวดเร็ว

ด้าน น.ส.สุรภา มหาพรม นักศึกษา จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ประทับใจมากถึงแม้ว่าจะได้ดูแบบครึ่งเสี้ยวก็ตาม
ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ดูสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นอย่างธรรมชาติ
ตั้งแต่เกิดมาเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัส
หลังจากเข้าไปศึกษาเรียนรู้และสอบถามจากผู้ใหญ่
รู้แต่เพียงว่าสุริยุปราคาเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อ 20 มิถุนายน 2498
เป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องจดจำในชีวิต ส่วนเรื่องความเชื่อเรื่องอัปมงคล
เป็นความเชื่อส่วนบุคคลก็ฟังหูไว้หู เชื่อก็ยึดถือปฏิบัติ
ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่

อย่าง ไรก็ตาม เมื่อถึงเวลา 08.11 น.
ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุริยุปราคาได้เกิดขึ้น
สร้างความตื่นตะลึงให้กับประชาชนที่เฝ้ารอคอยเป็นอย่างมาก
โดยบรรยากาศเริ่มสลัวไม่มืดสนิท และเป็นเวลานานกว่า 6 นาที
ซึ่งบรรยากาศการชมสุริยุปราคาที่ จ.กาฬสินธุ์
นับว่าคึกคักและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เพราะอีกนานมากจึงจะมีโอกาสได้ดูปรากฏการณ์ธรรมชาติเช่นนี้อีก

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000082825

งามหน้า! ตร.กาฬสินธุ์เมินรับแจ้งพ่อแม่บังคับลูกเร่ขอทาน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2552 16:10 น.
กาฬสินธุ์ - ภายหลังหัวหน้าบ้านเด็กและครอบครัวกาฬสินธุ์
ควบคุมตัวพ่อแม่บังคับลูกสาววัย 4 ขวบ และลูกชายวัย 7 ขวบ
เร่ขอทานในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
จนชุดคุ้มครองเด็กใช้เวลาติดตามแรมเดือน
สามารถจับได้ระหว่างถูกบังคับให้ขอทาน แต่กลับถูก ตร.เมืองกาฬสินธุ์
ปฏิเสธรับแจ้งความร้องทุกข์ ล่าสุดพ่อแม่พาเด็กหนีออกนอกจังหวัด
ลั่นงานนี้ตำรวจต้องรับผิดชอบ

วันนี้ (22 ก.ค.) ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์
นายสุพัฒน์ สุระดนัย หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์
ได้เชิญสื่อมวลชนเข้ารับฟังการปฏิบัติหน้าที่ ภายหลังจากที่กลางดึกวานนี้
หน่วยเฉพาะกิจคณะกรรมการคุ้มครองเด็กและสตรีจากทุกภาคส่วน
ได้ทำการช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 4 ขวบ และเด็กชายวัย 7 ขวบ
ซึ่งถูกพ่อแม่บังคับให้ไปขอทานในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

แต่ปรากฏว่า หลังจากเจ้าหน้าที่คณะกรรมการคุ้มครองเด็กฯ
เข้าทำการช่วยเหลือพร้อมกับควบคุมตัวพ่อแม่เด็กส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจ
ภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิเสธที่จะรับดำเนินคดี

นายสุพัฒน์ สุระดนัย หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์
กล่าวว่า การเข้าช่วยเหลือทั้งจากเจ้าหน้าที่รวมไปถึงนโยบายของรัฐบาลก็นับเป็นสิ่ง
ที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันแก้ไข
แต่ในกรณีนี้รู้สึกผิดหวังกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน

ทั้งนี้ เหตุการณ์เข้าช่วยเหลือนั้นเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของวันที่
21 กรกฎาคม 2552 โดยหน่วยเฉพาะกิจคณะกรรมการคุ้มครองเด็กและสตรี
จ.กาฬสินธุ์ นำโดยตนเองได้เข้าควบคุมตัวสองสามีภรรยาคือนายอุทิศ ภูครอง
อายุ 46 ปี และนางลำพูน ภูอาบทอง อายุ 26 ปี ชาว ต.คลองขาม อ.ยางตลาด
จ.กาฬสินธุ์

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม จนพบว่า
มีการบังคับเด็กชายวัย 7 ขวบ และเด็กหญิงวัย 4 ขวบ
สองพี่น้องซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ออกไปเร่ขอทานตามสะพานลอย
ตามร้านอาหารในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
จนทำให้ผู้ที่พบเห็นได้ไปแจ้งเรื่องเอาไว้ให้ติดตาม
จนสามารถสืบรู้และทำการควบคุมตัวมาได้ระหว่างนำเด็กทั้งสองคนไปปล่อยลงข้าง
สะพานลอยบริเวณตลาดทุ่งศรีเมือง

หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า
พฤติกรรมของเด็กสองคนที่ออกมาเร่ขอทานตามร้านอาหารต่างๆ ในเขตเทศบาลเมือง
จ.กาฬสินธุ์ สองพี่น้องนั้นจะเดินขอเงินกับประชาชนและเมื่อได้เงินก็จะวิ่งเอาเงินไปให้
พ่อและแม่ที่รออยู่บริเวณเดียวกัน จากนั้นก็จะไปขออีกเรื่อยๆ
ประชาชนที่พบเห็นก็รู้สึกเวทนา
จนได้ติดตามวางแผนเข้าช่วยเหลือได้เมื่อคืนนี้

แต่ ขณะที่กำลังนำตัวพ่อแม่เด็กส่งต่อพนักงานสอบสวน
สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กลับไม่รับแจ้งความทั้งนี้ร้อยเวรเมื่อคืนนี้ คือ
ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ เกกาคำ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์
ปฏิเสธที่จะไม่รับแจ้งความในคดีนี้

โดย อ้างว่าไม่มีในข้อกฎหมายไม่ใช่การค้ามนุษย์ ทั้งนี้
ตนได้พยายามอธิบายถึงสิทธิของมนุษยชนที่ต้องได้รับความคุ้มครองตามรัฐ
ธรรมนูญปี 2550 ซึ่งก็ได้ถกเถียงถึงข้อกฎหมายนานกว่า 1 ชั่วโมง
แต่ทางร้อยเวรก็ยังยืนยันที่จะไม่รับแจ้งความ
แม้จะมีผู้บังคับบัญชาระดับรองผู้กำกับการฯเข้ามาชี้แนะว่าสามารถดำเนินคดี
ได้ พนักงานสอบสวนยังได้สั่งให้ปล่อยตัวพ่อแม่เด็กไปด้วย

"ที่จริงแล้วพฤติกรรมของครอบครัวนี้ เราได้ติดตามมานานกว่า 1
เดือน มีลักษณะความผิดที่ชัดเจน บ้านเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์
ต้องการเพียงแค่คุ้มครองเด็กให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าการถูกทรมาน
ซึ่งตำรวจสามารถใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯเข้ามาแก้ปัญหานี้ได้
ทางเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปส่งเสริมอาชีพให้กับครอบครัว"

แต่การปฏิเสธการปฏิบัติหน้าที่ของร้อยเวร สภ.เมือง กาฬสินธุ์
ทำให้รู้สึกผิดหวังมาก
เหมือนกับสังคมขาดกำลังสำคัญในการดูแลเพราะเรื่องนี้ถือเป็นหน้าที่โดยตรง
เช่นกันของผู้พิทักษ์สันติราษฎร

นายสุพัฒน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้แจ้งไปทาง
นางอัจฉรา พุ่มมณีกร
หัวสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ทราบรายละเอียด
เพื่อทำหนังสือสอบถามไปยัง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์
ในฐานะรองประธานคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิเยาวชนและสตรีอีกครั้งว่าเรื่องนี้
เกิดขึ้นได้อย่างไร และจะต้องติดตามกรณีต่อไปจนถึงที่สุด
พร้อมกับจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรีจ.
กาฬสินธุ์ เพื่อแจ้งให้ทุกส่วนราชการได้รับทราบพฤติกรรมของพนักงานสอบสวนคนนี้

มีรายงานแจ้งว่า ภาย
หลังจากที่เมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปล่อยตัว
พ่อแม่และเด็กออกไปแล้ว เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กและสตรี
ได้ติดตามไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่บ้านพักปรากฏว่าครอบครัวนี้ได้หายไปจาก
จังหวัดกาฬสินธุ์
ซึ่งหลายฝ่ายจึงมีความเป็นห่วงชะตากรรมของเด็กทั้งสองคนนี้เป็นอย่างมาก

ชาวกาฬสินธุ์ตื่นงูเหลือมยักษ์-นอภ.เตือนระวังอสรพิษช่วงน้ำหลาก

กาฬสินธุ์ -งูเหลือมขนาดใหญ่น้ำหนัก กว่า 8 กิโลกรัม
โผล่หน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลลำพาน
สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
ขณะที่นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ประกาศเตือนอสรพิษมากับฤดูน้ำหลาก

ที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเต็กเก่า จี่สิ่งเกาะ
นำอุปกรณ์มาจับงูเหลือขนาดความยาวกว่า 3 เมตร น้ำหนักประมาณ 8 กิโลกรัม
ที่อาศัยบริเวณทางเข้าสำนักงานสร้างความแตกตื่นและความหวาดกลัวให้กับชาว
บ้านอย่างหนัก เพราะขนาดของงูที่ตัวใหญ่มากที่เกรงว่าจะเป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงและบุตร
หลานในหมู่บ้าน

ด.ต.สมคิด นันทสมบูรณ์ นายก อบต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
กล่าวว่า ในช่วงน้ำหลาก ต.ลำพาน หรือฤดูฝนในพื้นที่ ต.ลำพาน
มักจะมีงูเหลือม งูหลาม
ออกมาเลื้อยตามชุมชนจำนวนมากที่ทุกปีจะต้องแจ้งทางเจ้าหน้าที่เข้ามาจับทำ
การขนย้ายออกจากพื้นที่ไป
เพราะชาวบ้านเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและบุตรหลาน
เนื่องจากงูขนาดใหญ่ถึงแม้ว่าไม่มีพิษร้ายแต่ก็เป็นอันตรายต่อชีวิต

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านเชื่อว่า บริเวณสระน้ำของชุมชน
เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของงูเหลือม และงูหลาม
ซึ่งเพื่อความสบายใจของประชาชนจะมีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครองสัตว์ฯ
ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และกำจัดงูในพื้นที่

ด้าน นายนิคม ปัจวัจน์ นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์
ได้แจ้งข่าวไปยังหอกระจายข่าวหมู่บ้าน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เพื่อให้ประชาชนได้ระวังอันตรายจากอสรพิษไม่ว่าจะเป็นงู และ ตะขาบ
ที่มักจะมาในช่วงหน้าฝนนี้ ไม่ว่าจะเป็นตามบ้านเรือน หรือพื้นที่การเกษตร
พร้อมเปิดให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นกำลังหลักช่วยเหลือ
และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ส่วนรถกู้ภัยตำบลต้องพร้อมรับมือกับทุกปัญหาที่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะการขนย้ายคนเจ็บป่วยจากหมู่บ้านส่งโรงพยาบาล


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000082898

กศน.กมลาไสยต้นแบบสร้างอาชีพหลังฤดูทำนา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2552 14:49 น.
กาฬสินธุ์ - คณะ กรรมการประเมินศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.)
ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน และความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ควบคู่การสร้างอาชีพหลังฤดูทำนา
ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมชู
กศน.อำเภอกมลาไสย สุดยอดผู้นำสถานศึกษาผลงานเยี่ยม
มีสิทธิ์คว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อ.กมลาไสย
จ.กาฬสินธุ์ นายสุพจน์ จันทนาม
จากสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษา ที่ 7 จ.อุดรธานี และคณะ
ในฐานะคณะกรรมการประเมินสถานศึกษาพอเพียง
ตามแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่
ลงพื้นที่ประเมินฯ กศน.อำเภอกมลาไสย ที่ศูนย์เรียนรู้(ศรช.) ต.เจ้าท่า
และต.โพนงาม โดยมีนายสมมารถ คล้ายเลี่ยน ผอ.กศน.อำเภอกมลาไสย
ครูกศน.และชาวบ้านให้การต้อนรับและนำชมผลงาน

นายสุพจน์กล่าวว่า ตนและคณะ ประกอบด้วย นายนิวัฒน์ สวัสดิ์เอื้อ
ผอ.กศน.จ.ร้อยเอ็ด และนายคำตัน ถิ่นช่วง ผอ.กศน.อ.นามน จ.กาฬสินธุ์
ได้รับการแต่งตั้งจากกรมฯการศึกษานอกโรงเรียน
ทำหน้าที่คณะกรรมการประเมินศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
ที่มีผลงานดีเด่นด้านการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน
ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต
และเดินตามรอยพระยุคลบาทเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงผลสัมฤทธิ์ของการเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนากับชาวบ้านในเขตรับ
ผิดชอบ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามรอยพระยุคลบาทเศรษฐกิจพอเพียงฯ โดย
กศน.อำเภอกมลาไสย เป็นหนึ่ง ใน 40 แห่งทั่วภาคอีสาน
ที่จะได้รับการประเมินในครั้งนี้ ที่จากการลงพื้นที่ประเมิน ศรช.ของ
กศน.กมลาไสย 2 แห่ง คือศรช.บ้านแจ้งจม ต.เจ้าท่า
มีจุดเด่นด้านการเพาะเลี้ยงกบพันธุ์พื้นเมือง และตั้งร้านค้าชุมชน

ขณะที่ ศรช.บ้านโพนงาม ต.โพนงาม
มีจุดเด่นด้านการประกอบอาชีพแปรรูปผ้าลายขิต
และปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ปลอดสารพิษ
ที่สามารถต่อยอดการส่งเสริมสนับสนุนตรงนี้ให้เป็นอาชีพเสริมและสร้างรายได้
อย่างยั่งยืนหลังเสร็จสิ้นฤดูกาลทำนา
จึงมีโอกาสสูงที่จะได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดระดับประเทศ

ส่วนจะได้คะแนนระดับใดนั้น ต้องรอผลการประเมินศูนย์อื่นๆ
ให้ครบถ้วนก่อน จึงจะสามารถประกาศผลอย่างเป็นทางการ

น้ำหลากเข้าเขื่อนลำปาวไม่หยุด - เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2552 14:34 น.
กาฬสินธุ์ - ผลจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องกว่า 1 สัปดาห์
ทำให้มีน้ำกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลหลากเข้ามายังตัวเขื่อน
ถึงแม้จะอยู่ในระหว่างการก่อสร้างปรับปรุงเขื่อนก็ยังยืนยันถึงความแข็งแรง
สามารถที่จะรับน้ำได้
ขณะที่ความเสียหายน้ำป่าไหลหลากทำถนนถูกตัดขาดบ่อกุ้งเสียหายทั้งหมู่บ้าน

จ.ส.ต.อำพน บุตรโพธิ์ หัวหน้า อปพร.เทศบาตำบลบัวบาน อ.ยางตลาด
จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ฝนที่ตกหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์ทำให้ถนนภายในหมู่บ้านของเขตเทศบาลตำบลบัวบาน
ได้รับความเสียหาย ถนนกว่า 5 สายถูกน้ำท่วมการสัญจรไปมาลำบาก
เด็กนักเรียนในหมู่บ้าน ต้องลุยน้ำไป โรงเรียนแต่ที่หนักคือบ้านคำแมด
หมู่ที่ 13 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ติดกกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงระแนง
โดยน้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วมบ่อกุ้งเสียหายทั้งหมู่บ้านบ่อกุ้งเสียหายกว่า
300 บ่อนากว่าอีกกว่า 500 ไร่
และยังมีบ่อเลี้ยงปลาอีกจำนวนหนึ่งที่เสียหายทั้งหมด

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่าสาเหตุที่น้ำป่าไหลหลากสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาว
บ้านครั้งนี้เนื่องมาจากพนังดินกั้นน้ำที่ชาวบ้านร่วมกับทางจังหวัด
กาฬสินธุ์ และเทศบาลฯ
สร้างขึ้นน้ำได้ตัดขาดที่เบื้องต้นได้รายงานให้ทางเทศบาลได้รับทราบและให้มา
ตรวจสอบความเสียหายแล้ว

นอกจากนี้ จากสถิติของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว
จ.กาฬสินธุ์ พบว่า ตั้งแต่ วันที่ 17 ก.ค.จนถึงวันนี้ (23 ก.ค.)
มีปริมาณน้ำกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตรไหลหลากเข้ามายังตัวเขื่อนลำปาว
ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วที่ขณะนี้เขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำ
เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 63 หรือ ประมาณ 758 ล้านลูกบาศก์เมตร

ล่าสุด มีปริมาณน้ำไหลหลากเข้ามายังตัวเขื่อนลำปาวเมื่อคืนที่ผ่านมาประมาณ
16 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทางเขื่อนลำปาวยังทำการระบายน้ำอยู่วันละ 10
ล้านลูกบาศก์เมตร
ถึงแม้ว่าเขื่อนลำปาวที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างยังสามารถรองรับและกักเก็บ
น้ำได้อย่างสบาย