วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
สสจ.กาฬสินธุ์เร่งจัดทีมวิจัยลงพื้นที่ป้องกันโรคฉี่หนู
สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์
เร่งจัดทีมวิจัยลงพื้นที่ที่เกิดการระบาดของโรคฉี่หนู
เพื่อหาแนวทางป้องกัน ซึ่งจากสถิติปี 2551 มีผู้ได้รับโรคฉี่หนู 381 คน
เสียชีวิต 15 คน ส่วนปีนี้ มีแนวโน้มจะมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ ข้อมูลของสำนักงานควบคุมโรคที่ 6 ขอนแก่น ระบุว่า
สถานการณ์การระบาดของโรคฉี่หนูในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตั้งแต่ต้นปีพบผู้ติดเชื้อ 278 คน จังหวัดที่มีผู้ป่วยสูงสุด คือ
จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งขณะนี้มีผู้ป่วย 75 คน รองลงมาคือ จ.ขอนแก่น มีผู้ป่วย
59 คน
วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ไข้เลือดออกระบาดหนัก เมืองน้ำดำป่วยแล้วกว่า160 ราย
ล่าสุดยอดผู้ป่วยสูงถึง 167 ราย ขณะที่เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
รณรงค์พ่นยากำจัดยุงลายพร้อมรณรงค์ป้องกัน
นายภิญโญ รัตนศาสตร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสุขศึกษาสำนักงานเทศบาลนำเจ้าหน้าที่ออกรณรงค์พร้อมกับ
ทำการพ่นหมอกควันกำจัดยุงลาย
ทันทีหลังจากประชาชนแจ้งว่าสภาอากาศแปรปรวนส่งผลให้เกิดยุงลายจำนวนมากและมี
ผู้ป่วยที่เกิดล้มป่วยคล้ายกับโรคไข้เลือดออกเข้าไปรับการตรวจรักษาเป็น
จำนวนมาก
ทั้งนี้การรณรงค์ดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ยังคงทำการแนะนำให้ประชาชนทำลายแหล่งเพาะพันธุ์
โดยเฉพาะในจุดที่มีน้ำท่วมขังไม่ว่าจะเป็นภายในบ้านหรือนอกบ้าน
ขณะที่ข้อมูลการระบาดโรคไข้เลือดออกขณะนี้กาฬสินธุ์
พบผู้ป่วยมากถึง 167 ราย โดยพบมากที่สุดอยู่ที่อำเภอกุฉินารายณ์
รองลงมาจะเป็นอำเภอคำม่วง ซึ่งคาดว่า
เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวนกับพื้นที่ป่าเขา ดังนั้น
ประชาชนจะต้องรัดกุมในเชิงการป้องกัน
และหากพบว่ามีอากาศเป็นไข้ตัวร้อนในช่วงนี้
ควรที่จะไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยเป็นการด่วน
คนหาของป่าโอดเห็ดป่าหายาก ปมเหตุป่าไม้ถูกรุกทำลาย ระบบนิเวศเสื่อม
จังหวัดกาฬสินธุ์อยู่ในปริมาณที่สูง ขณะที่เห็ดป่าในพื้นที่ขาดแคลน
ชาวบ้านหาเก็บไม่ได้
จึงต้องนำเข้าจากต่างจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้านมาจำหน่าย
เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการวันละหลายร้อยกิโลกรัม
ซึ่งทำให้มีราคาสูงถึงกก.ละ 250 บาท จากเดิม กก.ละ 150 บาท ด้าน
สสจ.จังหวัดกาฬสินธุ์ เตือนการบริโภคเห็ดป่าให้ระวังเห็ดพิษ
ที่อาจได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต
นางบุญร่วม ภูผาลาด ชาวบ้านในตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด
จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ทุกๆปีเมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน
ชาวบ้านตามชนบทจะออกไปหาเก็บเห็ดป่าที่เกิดเองตามธรรมชาติ
ตามสวนป่าทั่วๆไป โดยเฉพาะบริเวณป่าสงวนแห่งชาติดงระแนง
ซึ่งเป็นแหล่งอาหารป่าแห่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์
โดยเห็ดที่นิยมนำมาบริโภคได้ เช่น เห็ดโคน เห็ดไค ที่หากหาเก็บได้มาก
ก็จะนำมาจำหน่ายในชุมชน เป็นรายได้เสริมเข้าครัวเรือน
สำหรับปีนี้
เห็ดป่าหายากมากขึ้นเนื่องจากป่าไม้ถูกทำลายลงไปมากและมีความอุดมสมบูรณ์
น้อยลง บางครั้งชาวบ้านเข้าไปเดินหาเก็บเห็ดในป่าตลอดทั้งวัน
ก็ไม่พบเห็ดเลยสักดอกเดียว
จึงจำเป็นต้องควักเงินในกระเป๋าออกมาซื้อตามตลาดประกอบอาหาร
นางบุญร่วมกล่าวอีกว่า
เมื่ออดีตที่ผ่านมาเห็ดป่านั้นหารับประทานได้ไม่ยาก
เพราะหากขยันเข้าไปเก็บในป่าก็สามารถเก็บได้จำนวนมาก
บางวันเก็บได้มากจนเหลือต้องนำไปขาย แต่ปัจจุบันเห็ดหายากจริงๆ
อาจจะเป็นเพราะป่าไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน
ทำให้ขณะนี้เห็ดที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปส่วนใหญ่จะเป็นที่เพาะปลูก
ขึ้นในเรือนเพาะเห็ด
ทั้งนี้ หากเป็นอย่างนี้ต่อไป
เห็ดป่าหลายชนิดอาจจะสูญพันธุ์ไปก็ได้
โดยที่ลูกหลานยังไม่ทันได้เป็นก็เป็นไปได้ ดังนั้น
จึงอยากเรียกร้องให้ภาครัฐและประชาชนทั่วไปเข้ามาให้ความสำคัญกับการช่วยกัน
ทำให้ธรรมชาติป่าไม้ กลับคืนสู่ความอุมดมสมบูรณ์เหมือนอดีต
ด้าน นางรัศมี ภูบุตรตะ
แม่ค้าที่ตลาดสดทุ่งนาทองเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
หน้าฝนทุกปีที่ผ่านมา ตนจะตระเวนหารับซื้อเห็ดป่าจากชาวบ้านหมู่บ้านต่างๆ
ที่หาเก็บตามป่าในพื้นแล้วมาจำหน่ายในท้องตลาด
แต่สำหรับปีนี้เห็ดที่ชาวบ้านเก็บได้มีจำนวนน้อย และหายากมากขึ้น
ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะป่าถูกบุกรุก มีการเผาป่า
ทำให้เชื้อเห็ดป่าถูกทำลาย และทำให้เห็ดขาดตลาด
ตนและเพื่อนแม่ค้าจึงต้องนำเข้าจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น สกลนคร นครพนม
ร้อยเอ็ด มุกดาหาร และ สปป.ลาว เข้ามาจำหน่ายแทน
ทำให้ราคามีการปรับสูงขึ้น จากกก.ละ 150 บาท เป็นกก.ละ 250 บาท
แต่ก็ยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภค แห่ซื้อกันเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ปัจจุบันประชาชนมีความต้องการบริโภคเฉลี่ยที่ต้องสั่งซื้อและจำหน่าย
มากถึงวันละหลายร้อยกิโลกรัมเลยทีเดียว
ขณะที่ นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงษ์กูล
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การบริโภคเห็ดป่า
ต้องระวังให้มาก เนื่องจากเห็ดพิษบางชนิด
มีลักษณะเหมือนเห็ดที่รับประทานได้ ที่เมื่อรับประทานเห็ดพิษเข้าไป
จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ หากรุนแรงถึงแก่เสียชีวิต
ฉะนั้นก่อนที่จะเก็บหรือซื้อมาประทาน ควรสังเกตให้ดี
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตพิษของผู้บริโภคเองด้วย
ชาวกาฬสินธุ์ถือฤกษ์บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองน้ำดำ
พ่อค้า ประชาชาชาวกาฬสินธุ์ทำพิธีบวงสรวงศาลหลักเมือง
หอเจ้าบ้านศาลปู่แฮ่ ปู่หาญ ปู่บุญโฮมและศาลปู่บุญตากุดโง้ง
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองกาฬสินธุ์
เพื่อความเป็นสิริมงคลและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น
รายงานข่าวแจ้งว่า เช้าวันนี้ (27 พ.ค.) นายเดชา ตันติยวรงค์
ผู้ว่าราชการจ.กาฬสินธุ์ นางพิไลลักษณ์ ตันติยวรงค์
นายกเหล่ากาชาดจ.กาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ สุบงกฏ รองผู้ว่าราชการจ.กาฬสินธุ์
นายภิญโญ รัตนศาสตร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นำข้าราชการ
พนักงานเทศบาล พ่อค้า ประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์
ร่วมกันประกอบพิธีถวายเครื่องสักการะบวงสรวงศาลหลักเมือง หอเจ้าบ้าน
ศาลปู่แฮ่ ปู่หาญ ปู่บุญโฮม และศาลปู่บุญตากุดโง้ง
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและคู่ชุมชนของชาวกาฬสินธุ์
เพื่อความเป็นสิริมงคลและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น
นายภิญโญ รัตนศาสตร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
พิธีบวงสรวงดังกล่าวเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ได้ร่วมผู้นำชุมชนและหน่วยงานต่างๆ
จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
เพราะถือเป็นการแสดงออกถึงความเคารพและบูชาสิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาว
กาฬสินธุ์
กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม
ของท้องถิ่นให้อยู่ต่อไป ตลอดจนยังเป็นสร้างความรัก
ความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชนต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียวกันอีกด้วย
ฝนตกทำโรคระบาดลุกลามสวนแตงโมเมืองน้ำดำ
เร่งฉีดยากำจัดโรคและศัตรูทำลายผลแตงโมที่กำลังระบาดรุนแรงในขณะนี้
พร้อมวอนภาครัฐเอาผิดกับร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมีที่มีการกักตุน
และกำหนดมาตรการควบคุมราคาปุ๋ยเคมี ที่แพงถึงถุงละ 1,200 บาท
ทำให้ต้องเสี่ยงกับการขาดทุนซ้ำซาก
นายเศกสันต์ ภูสมศรี อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 22 หมู่ 1 ชาวสวนแตงโม
ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ขณะนี้สวนแตงโมของตนและเพื่อนบ้านที่ปลูกกันเป็นจำนวนมากกว่า 30,000 ไร่
โดยเช่าที่ดินเพาะปลูกกระจายในท้องที่หลายอำเภอในจังหวัดกาฬสินธุ์และ
จังหวัดใกล้เคียง กำลังประสบปัญหาศัตรูทำลายและโรคระบาด
จึงต้องเร่งฉีดยากำจัดและควบคุม ก่อนที่ลผลิตจะเสียหาย
นายเศกสันต์กล่าวอีกว่า อาชีพปลูกแตงโมเพื่อจำหน่ายผล
นับวันจะมีปัญหามาก ไม่เพียงแต่จะถูกศัตรูพืชกัดทำลายเท่านั้น
ยังเกิดโรครากเน่า โรคทางใบ คือ ใบหงิก ที่เกิดจากเพลี้ยไฟ-ไรแดง
ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต โดยเฉพาะเมื่อ เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน
หากฝนตกหนักเกินไปหรือน้ำไหลบ่ารุนแรง หรือน้ำท่วมขัง
จะทำให้เกิดโรคทางรากและทางใบลุกลาม ทำให้ต้นเฉาตาย
หรือทำให้ผลแตงปริแตกและเน่าเสียได้ง่าย
อย่างไรตาม สิ่งที่ชาวสวนแตงโมต้องการให้รัฐบาล
หรือส่วนราชการเข้ามาช่วยเหลือ คือ ควบคุมราคาปุ๋ยเคมี
ที่มีราคาสูงถึงถุงละ 1,200 บาท
และมีแนวโน้มที่จะปรับราคาอย่างไม่มีเพดานจำกัด
ที่หากใช้พื้นที่ปลูกกันเป็นจำนวนมาก ยิ่งจะใช้ต้นทุนสูงขึ้น
ประกอบกับที่แตงโมเกิดโรคระบาด ก็ทำให้ผลิตลดลง
ส่งผลให้ชาวสวนแตงโมประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซาก
จึงอยากเรียกร้องให้ตรวจสอบการกักตุน
และเอาผิดกับร้านจำหน่ายที่กักตุนสินค้าด้วย
พร้อมกันนี้ควรที่จะกำหนดมาตรการควบคุมราคาให้ต่ำลงด้วย
เพราะร้านจำหน่ายทั่วไปจะถือโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค
ด้วยการขึ้นราคาในช่วงฤดูเพาะปลูก
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000058200
ผรท.อีสานจี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหารายชื่อช่วยเหลือตกหล่น-ลั่นไม่ยอมรับคณะกรรมการแก้ปัญหาจอมปลอม
จี้ให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหารายชื่อผู้ตกหล่นที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ
พร้อมออกแถลงการณ์ไม่เอาคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ผรท.ปลอม
วันนี้ (25 พ.ค.) กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคอีสาน หรือ
ผรท.ภาคอีสาน (2) กว่า 200 คน
ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไข้ปัญหารายชื่อ ผรท.ที่ตกหล่น
และยังไม่ไดรับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ตามสัญญา 66/23
พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ไม่เอาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาชุดใหม่
ที่ลานวัดบ้านหนองเสือ ตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์
โดยมีนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์
และตัวแทนจากทหารจากกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กองทัพภาคที่ 1
เข้าร่วมรับฟังปัญหา
นายบุญใส ก้อนดินจี่ แกนนำ ผรท.ภาคอีสาน (2) กล่าวว่า
ปัจจุบันยังมีสมาชิก ผรท.ภาคอีสาน(2) กว่า 800 คน
ที่ยังมีรายชื่อตกหล่นและยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลตามสัญญา66/23
ที่กองทัพภาคที่ 2 ให้ไว้กับกลุ่ม ผรท.ทุกคน
ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้การช่วยเหลือ ผรท.ไปแล้วบางส่วนก็ตาม
แต่ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือทั้งหมด แม้
ผรท.ที่เหลือจะเรียกร้องไปหลายครั้งแต่เรื่องกลับเงียบหายไป ดังนั้น
ในวันนี้จึงมีการชุมนุมและประชุมร่วมกันเพื่อหาแนวทางการแก้ไข้
นายบุญใสกล่าวีอกว่า
ขณะนี้ทราบว่าทางรัฐบาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา
ลงชื่อโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว แต่คณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่สมาชิกของ
ผรท.ภาคอีสาน และไม่ได้รับการยอมรับจากลุ่มสมาชิกผรท.ภาคอีสาน
เนื่องจากคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นไม่มีความเป็นกลางและมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
ดังนั้น กลุ่ม ผรท.ภาคอีสาน (2) จึงได้ออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับ
ในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าว
และพร้อมที่จะเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
จนกว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่หรือให้มีคณะกรรมการที่หลากหลายมาจาก
ทุกกลุ่ม และสมาชิก
ผรท.ภาคอีสานทุกคนได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลตามสัญญา
ด้าน นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์
ในฐานะผู้ประสานงานในการแก้ไขปัญหา กล่าวว่า ตนในฐานะที่เคยเป็น
ผรท.และเคยเข้าป่าเป็นสหายมาก่อน
เบื้องต้นได้ลงพื้นที่ร่วมกับตัวแทนทหารจากกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี
กองทัพภาคที่ 2 เพื่อรับทราบปัญหา และร่วมกันหาแนวทางแก้ไข
ทั้งนี้ พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีสมาชิก ผรท.อีกจำนวนมาก
ที่มีรายชื่อตกหล่นและยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลตามสัญญา
นอกจากนี้ กลุ่ม
ผรท.ดังกล่าวยังไม่ยอมรับการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหา
โดยอ้างว่าคณะกรรมการที่มาจากผรท.เป็นกลุ่มผรท.ที่มาจากกลุ่มเดียวไม่หลาก
หลาย
นางรัชฎาภรณ์กล่าวอีกว่า หลังจากได้รับทราบปัญหาแล้ว
ตนจะนำเรื่องดังกล่าวไปเสนอผู้ที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นแนวทางการแก้ไข
จะต้องมีการตรวจสอบรายชื่อผรท.ทั่วหมดทั่วประเทศว่าใครได้รับการช่วยเหลือไป
แล้ว ใครยังไม่ได้รับการช่วยเหลือบ้าง
และใครยังมีรายชื่อตกหล่นจากเจ้าหน้าที่อยู่ถึงจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ได้
ส่วนกรณีการไม่ยอมรับคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหา
จะนำเสนอไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มจำนวนหรือปรับปรุงคณะกรรมใหม่เพื่อ
ให้หลากหลาย
กาฬสินธุ์มอบทุนสร้างอาชีพช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์
และเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเอดส์
เพื่อสร้างอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต
ให้สามารถอยู่ร่วมสังคมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลยางตลาด อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์
นายเดชา ตันติยวรงค์ ผวจ.กาฬสินธุ์ นางพิไลลักษณ์ ตันติยวรงค์
นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ นางอัจฉรา พุ่มมณีกร
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.กาฬสินธุ์ นำเงินสดและถุงยังชีพ
มอบให้กับครอบครัวผู้ได้รับเชื้อเอดส์ จำนวน 6 ราย โดยมี นายณรงค์ชัย
ทิพกนก นายอำเภอยางตลาด และ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ยางตลาด
พร้อมเจ้าหน้าที่ต้อนรับ
นายณรงค์ชัย ทิพกนก นายอำเภอยางตลาด กล่าวว่า อำเภอยางตลาด
มีผู้ได้รับเชื้อเอชไอวี หรือเชื้อเอดส์ ที่มีการเปิดเผยตัวจำนวน 268 ราย
ซึ่งทางอำเภอฯได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด
เข้าช่วยเหลือดูแล ทั้งด้านการบำบัดรักษา ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ในรูปแบบของเบี้ยยังชีพและสวัสดิการอื่นๆ
สำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้
ได้รับความอนุเคราะห์จากเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์
มอบเงินเพื่อเป็นทุนสำหรับประกอบอาชีพเสริมให้กับครอบครัวผู้ได้รับเชื้อ
เอดส์จำนวน 6 ครอบครัวๆละ 5 พันบาท
ด้าน นายเดชา ตันติยวรงค์ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
การได้รับเชื้อเอดส์ที่โรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง
ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งได้รับเชื้อโดยตั้งใจ
และไม่ได้ตั้งใจ ในอดีตอาจทำให้ผู้ได้รับเชื้อเกิดความท้อแท้ในชีวิต
หรือเป็นปมด้อยของคนในครอบครัว เป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพ
และอาจทำให้สังคมรังเกียจ
ในปัจจุบันนี้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคเอดส์มากขึ้น
ซึ่งผู้ที่ได้รับเชื้อหากปฏิบัติตนถูกต้อง มีการป้องกันที่ดี
ก็ทำให้สามารถดำรงชีวิต และประกอบสัมมาชีพในสังคมอย่างปกติ
ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างเสริมคุณภาพชีวิต
และส่งเสริมผู้ได้รับเชื้อเอดส์ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว
และเพื่อเป็นการสร้างเสริมอาชีพและเกิดรายได้ จึงได้มอบทุนให้ครอบครัวละ
5 พันบาท ทั้งนี้เพื่อเป็นทุนในการประกอบอาชีพ ให้เกิดรายได้ นอกจากนี้
ยังมีการมอบถุงยังชีพ เพื่อบำรุงขวัญกำลังใจ
ให้สามารถดำเนินชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขอีกด้วย
วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ชาวกาฬสินธุ์โวยด่านกักกันเพิกเฉย ปล่อยเป็ดไล่ทุ่งเกลื่อนนาหวั่นแพร่โรคระบาด
ลักลอบเข้ามาหากินในเขตพื้นที่ อ.ยางตลาด
สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
เนื่องจากกลัวการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนก
ชาวบ้านจี้เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้ผ่านเข้ามาโดยไม่มีการตรวจสกัด
กรณีที่มีฝูงเป็ดไล่ทุ่ง โดยกลุ่มนายทุนจากแถบจังหวัดในภาคกลาง
นำขึ้นรถบรรทุกมาหากินในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ยังพบอย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้จะมีการผลักดันออกนอกพื้นที่อ.เมือง และตรวจจับที่
อ.ฆ้องชัยไปจำนวนหลายหมื่นตัวแล้วก็ตาม
ล่าสุดยังพบฝูงเป็ดไล่ทุ่งจำนวนอีกกว่า 1 หมื่นตัว ที่เขตรอยต่อ
ต.ดอนสมบูรณ์เชื่อมกับเขตเทศบาล ต.ยางตลาด และเทศบาล ต.บัวบา น อ.ยางตลาด
ที่ได้สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
เนื่องจากกลัวว่าจะเกิดโรคไข้หวัดนกระบาด
และสงสัยว่าผ่านด่านกักกันสัตว์ปีกเข้ามาได้อย่างไร
ในเมื่อกฎหมายห้ามมีการเคลื่อนย้ายฯโดยเด็ดขาด
นายศักดิ์ ลุนใต้ อายุ 38 ปี เลขที่ 10 ม.1 บ้านโนนสามัคคี
ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ตนเห็นเป็ดไล่ทุ่งฝูงนี้เข้ามาในพื้นที่หลายวันแล้ว โดยที่ไม่เห็นมีเ
จ้าหน้าที่หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ
ในขณะที่ผู้นำชุมชนก็เพิกเฉย ไม่เห็นมาผลักดันออกนอกพื้นที่แต่อย่างใด
คงปล่อยให้เป็ดไล่ทุ่งฝูงดังกล่าวหากินเรื่อยไป
ทำให้ชาวบ้านหลายหมู่บ้านต่างอยู่ในอาการหวาดผวา
เพราะกลัวว่าว่าจะเกิดโรคไข้หวัดนกระบาดครั้งใหญ่
นายศักดิ์กล่าวอีกว่า ตนรวมทั้งชาวบ้านหลายคน
รู้สึกสงสัยในมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่
ของส่วนราชการที่รับผิดชอบในด้านนี้มาก
เนื่องจากทุกๆปีที่ผ่านมารวมทั้งปีนี้ ยังมีคาราวานเป็ดไล่ทุ่ง
จากแถบจังหวัดภาคลาง บุกเข้ามาหากินในเขตจ.กาฬสินธุ์อย่างต่อเนื่อง
โดยสามารถผ่านด่าน กักกันสัตว์ปีกเข้ามาได้ และไม่เข้าใจว่า
รอดหูรอดตาจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้อย่างไร
จึงอยากวอนให้มีการเข้มงวดตรวจตราด้วย หากปล่อยปละละเลยอย่างนี้
และหากเกิดโรคไข้หวัดนกระบาด ใครจะรับผิดชอบ
ฉะนั้นในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่ าว
ควรที่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน
และเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยการป ฏิบัติหน้าที่
เพื่อที่จะไม่เพิกเฉยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เหมือนอย่างที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ช่องทางการเคลื่อนย้ายเป็ดไล่ทุ่ง
ที่สามารถผ่านด่านกักกันฯเข้ามาในพื้นที่จ.กาฬสินธุ์เนื่องจากเป็นช่วงสับ
เปลี่ยนโยกย้ายหัวหน้าและเจ้าหน้าที่ด่านกักกันฯ ที่ อ.ยางตลาด
ที่เป็นประตูเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงอาจเป็นช่วงสูญญากาศ
ให้นายทุนนำเป็ดไ ล่ทุ่ง ผ่านเข้ามาอย่างง่ายดายโดยไม่ถูกตรวจสกัด
สิงห์อมควันเมืองน้ำดำแห่เข้าบำบัดเลิกสูบ หลังบุหรี่ปรับราคาขายเพิ่ม
ทำให้นักดื่มและบรร ดานักเสพบุหรี่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์
ต่างเข้ารับการบำบัดรักษาที่คลินิกอดบุหรี่
เพื่อหาทางเลิกบุหรี่เป็นจำนวนมาก
ที่คลินิกอดบุหรี่ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นางวงมณี อิ่มสนิท
พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
กล่าวว่า นับตั้งแต่รัฐ
บาลประกาศขึ้นภาษีสินค้าประเภทเครื่องดื่มและบุหรี่
ทำให้ร้านจำหน่ายสินค้าดังกล่าวมีการปรับราคาสูงขึ้น
ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มของ นักสูบบุหรี่
ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบในทิศทางที่ดีขึ้น
โดยเข้ามาแจ้งความประสงค์ที่จะขอเลิกสูบโดยสิ้นเชิงถึงวันละ 3 คนทีเดียว
นางวงมณี กล่าวอีกว่า
แต่เดิมโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ได้สนองนโยบายรัฐบาล
ในการรณรงค์บุหรี่ให้ประชาชนเลิกบุหรี่มาตลอด
และได้ดำเนินการจัดตั้งคลินิกอดบุหรี่ที่ แผนกจิตเวชฯในปี 2542 ทั้งนี้
เพื่อเป็นศูนย์บำบัดให้กับผู้ที่เสพบุหรี่ ที่มีความต้องการจะลด ละ
และเลิก ด้วยการให้คำปรึกษา ให้ยาบำบัด และให้เอกสารไปอ่าน
เพื่อศึกษาแนวทางการเลิกบุหรี่ที่บ้าน
เฉลี่ยแล้วมีเข้ามารับการบำบัดปีละประมาณ 15 ราย
จากการประเมินผลพบว่าสามารถได้โดยเด็ดขาดถึง 80%
นางวงมณีกล่าวเพิ่มเติมว่า
หลังจากที่บุหรี่มีการปรับราคาขึ้นซองละ 60 บาท
หรือที่จำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปมวนละ 3-4 บาท
ได้มีผู้สูบบุหรี่เข้ามายื่นความจำนง
เพื่อที่จะเลิกสูบบุหรี่ที่คลินิกอดบุหรี่ถึงวันละ 3 คน
และคาดว่าจะมีแนวโน้มที่สูงขึ้น
สาเหตุคือ มีปัญหาด้านสุขภาพ ครอบครัวและคนใกล้ตัวอยากให้เลิก
และที่สำคัญคือสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย บุหรี่ปรับขึ้นราคา
จึงอยากประหยัดเงิน ดีกว่าที่จะซื้อบุหรี่ที่มีราคาแพงสูบดังกล่าว
สวนป่าสมเด็จกาฬสินธุ์ดึงเยาวชน-ชาวบ้านร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำครู นักเรียน และชาวบ้านกว่า 500
คนปลูกต้นไม้เศรษฐกิจและไม้อนุรักษ์
เพื่อปลูกฝังให้ทุกคนมีจิตสำนึกหวงแหนป่าไม้
และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ
นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์
นำคณะศิษย์เก่านวศาสตร์และคณะนิสิตศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครู
นักเรียน นักศึกษา และประชาชนกว่า 500 คน
ร่วมกันปลูกต้นไม้เศรษฐกิจและต้นไม้อนุรักษ์กว่า 400 ไร่
ในพื้นที่เขตสวนป่าสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อรักษาพื้นที่ป่า
เพิ่มความชุ่มชื้นช่วยลดภาวะโลกร้อน และสร้างจิตสำนึกในการหวงแหนป่าไม้
ตลอดจนเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมีนายธีระพงษ์ โคตะยันต์
หัวหน้าสวนป่าสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วม
นายธีระพงษ์ โคตะยันต์ หัวหน้าสวนป่าสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ปัจจุบันทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลายไปจำนวนมาก เนื่องจากชาวบ้านยังขาดความรู้
ไม่เห็นความสำคัญ และขาดจิตสำนึกในการหวงแหนป่าไม้ ดังนั้น สวนป่าสมเด็จ
จ.กาฬสินธุ์ จึงมีโครงการนำคณะครู นักเรียน เยาวชน
และชาวบ้านเข้าร่วมกันปลูกต้นไม้ขึ้น
โดยมีการปลูกทั้งต้นไม้เศรษฐกิจและต้นไม้อนุรักษ์
เพื่อให้ทุกคนเกิดจิตสำนึก
เกิดความตระหนักในการร่วมกันดูแลรักษาให้พื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้น
และยังทำให้เกิดความชุ่มชื้นช่วยลดภาวะโลกร้อน
และที่สำคัญการปลูกป่าครั้งนี้
ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า
พระบรมราชินีนาถ
สำหรับสวนป่าสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์
เป็นสวนป่าสังกัดสำนักงานอนุรักษ์และพัฒนาสวนป่าขอนแก่น
องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
โดยเริ่มดำเนินการปลูกป่าทดแทนตามเงื่อนไขสัมปทานทำไม้ของบริษัททำไม้ต่างๆ
และดำเนินการปลูกต้นไม้เศรษฐกิจ เช่น ต้นยูคาลิปตัส เลี่ยน ยางนา
มาตั้งแต่ปี 2517
และปัจจุบันได้ปลูกต้นไม้เศรษฐกิจและต้นไม้อนุรักษ์ทั้งหมด 12,501 ไร่
ในพื้นที่ อ.เมือง อ.สมเด็จ และ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์
วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ผวาหวัดนกกาฬสินธุ์ลุยจับเป็ดไล่ทุ่งกว่า 3 หมื่นตัว
สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอฆ้องชัย
ออกลุยจับเป็ดไล่ทุ่งหลายหมื่นตัว ในพื้นที่อำเภอฆ้องชัย และอำเภอยางตลาด
หลังจากนายทุนจากภาคกลางลักลอบนำเป็ดเข้ามาเลี้ยงในนาข้าวชาวบ้านจำนวนมาก
เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (21 พ.ค.) นายฐานวัฒน์ ธนโชคชัยอนันต์
นายอำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ นายคมคิด ชิณบุตร
หัวหน้าด่านกักสัตว์กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม นายประหยัด เรเชียงแสน
ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจทั้งสัตวแพทย์
สารวัตรด่านกักกันสัตว์
และเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ปราบปรามผู้ลักลอบนำเป็ดไล่ทุ่งเข้ามาเลี้ยง
โดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่อำเภอฆ้องชัย และ อำเภอยางตลาด
จังหวัดกาฬสินธุ์
โดยเจ้าหน้าที่แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด หลังจากได้รับรายงานว่า
มีผู้ลักลอบเคลื่อนย้ายนำเป็ดไล่ทุ่งจากภาคกลางเข้ามาเลี้ยงในพื้นที่
ทั้งนี้ผลการปราบปรามในพื้นที่อำเภอฆ้องชัยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้อง
หาได้ 3 ราย ยึดเป็ดไล่ทุ่งได้ 10,500 ตัว และอำเภอยางตลาดอีก 2 ราย
ยึดเป็ดไว้ 12,000 ตัว
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงสุ่มตรวจเป็ดและนำตัวอย่างส่งไปตรวจที่ศูนย์
วิจัยและพัฒนาการสัตว์แพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น
เพื่อตรวจหาโรคไข้หวัดนก
และนำตัวผู้ต้องหาส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก
โดยไม่ได้รับอนุญาต
พร้อมทั้งสั่งกักกันเป็ดไล่ทุ่งทั้งหมดจนกว่าจะรู้ผลตรวจ
นายคมคิด ชิณบุตร หัวหน้าด่านกักสัตว์กาฬสินธุ์และมหาสารคาม
กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้รับรายงานว่า
ขณะนี้มีกลุ่มนายทุนจากจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดพิจิตร
และอีกหลายจังหวัดในภาคกลางได้ว่าจ้างชาวบ้านให้นำเป็ดไล่ทุ่งจำนวนมากเข้า
มาเลี้ยงในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
เนื่องจากพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์มีการปลูกข้าวนาปรังมากที่สุดในภาคอีสาน
และขณะนี้ก็มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตเกือบหมดแล้ว
นายคมคิด กล่าวอีกว่า
หลังได้รับรายงานจึงประสานไปยังสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์นายอำเภอ
ต่างๆ ที่มีพื้นที่ในการเลี้ยงเป็ดสนธิกำลังร่วมกันออกป้องกันและปราบปรามผู้
ลักลอบนำเป็ดไล่ทุ่งเข้ามาเลี้ยงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเมื่อ 2-3
วันที่ผ่านมาที่ผ่านมาสามารถจับกุมเจ้าของเป็ดดำเนินคดีไปแล้ว 7 ราย
พร้อมสั่งกักกันเป็ดไปกว่า 10,000 ตัว
ส่วนในวันนี้สามารถจับกุมผู้ต้องได้ 5 ราย
สั่งกักกันเป็ดไล่ทุ่งไปกว่า 13,000 ตัว
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีสารภาพว่าได้ถูกว่าจ้างจากนายทุนอยู่ที่
ภาคกลางให้นำเป็นมาเลี้ยงเท่านั้น แต่ไม่ใช่เจ้าของเป็ด
อย่างไรก็ตาม
เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งตำรวจในข้อหาเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งหมด และรวมแล้วสามรถจับผู้ต้องหาได้ 12 ราย สั่งกักกัดเป็ดไปแล้วกว่า
45,000 ตัว ส่วนผู้ที่ลักลอบที่เหลือจะมีการเร่งดำเนินการปราบปราม
โดยขั้นต้นจะว่ากล่าวเตือนก่อน
ซึ่งหากไม่เชื่อฟังก็จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
ด้าน นายประหยัด เรเชียงแสน ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
เนื่องจากจังหวัดกาฬสินธุ์นั้นปลูกข้าวนาปรังมากที่สุดในภาคอีสานประกอบกับ
พื้นที่นาข้าวส่วนใหญ่มีความอุดมสมบูรณ์จึงทำให้กลุ่มนายทุนมักจะฉวยโอกาส
ลักลอบนำเป็ดไล่ทุ่งเข้ามาเลี้ยงในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์จำนวนมากซึ่งปศุ
สัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจ เพื่อเฝ้าระวัง
กระทั่งทราบว่า มีการลักลอบนำเป็ดไล่ทุ่งเข้ามาในพื้นที่
จึงได้สนธิกำลังร่วมกันทุกฝ่ายออกปราบปรามผู้กระทำผิด อย่างไรก็ตาม
การนำเป็ดไล่ทุ่งเข้ามาเลี้ยงนั้นหากเป็ดไม่เชื้อโรค หรือโรคไข้หวัดนก
ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีและชาวนาได้ประโยชน์
เพราะเป็ดจะช่วยทำลายแมลงและหอยเชอร์รี่ที่กัดกินต้นข้าวของชาวนา ทั้งนี้
เบื้องต้นไม่พบว่ามีการระบาดของโรคไข้หวัดนกและโรคอื่นๆ
แต่เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน
และเพื่อความไม่ประมาทปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์จึงได้สุ่มตรวจและนำตัวอย่าง
ส่งตรวจศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตว์แพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัดขอนแก่น เพื่อตรวจหาโรคไข้หวัดนกและเชื้อโรคอื่นๆ
ขณะที่ นายฐานวัฒน์ ธนโชคชัยอนันต์ นายอำเภอฆ้องชัย
จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ผ่านมาได้กำชับกำนัน
ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันดูแลสอดส่อง
ผู้ที่ลักลอบนำเป็ดไล่ทุ่งเข้ามาเลี้ยงโดยไม่ได้รับอนุญาต
พร้อมทั้งให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบเห็น อย่างไรก็ตาม
พื้นที่อำเภอฆ้องชัยมีการปลูกข้าวนาปรังกว่า 30,000 ไร่
ปัจจุบันมีการนำเป็นไล่ทุ่งเข้ามาเลี้ยงแต่ก็ถูกจับดำเนินคดีและสั่งกักกัน
ไปจนหมดแล้ว
วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
เรือนจำเมืองน้ำดำเตรียมเปิดให้ผู้ต้องขังพบญาติทุกวันพุธหวังลดความกดดัน
กาฬสินธุ์-เรือน
จำเมืองน้ำดำเตรียมเปิดคุกให้นักโทษพบญาติทุกวันพุธ
หวังลดความกดดันผ่อนคลายความเครียดและเสริมสร้างกำลังใจให้กับนักโทษ
พร้อมดึงญาตินักโทษเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างกำลังใจนักโทษให้ประพฤติดี
ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก
นายสภาพงษ์ อินทรวัชระ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์
กล่าวว่า เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์
ต้องการให้นักโทษที่ถูกคุมขังได้ลดภาวะความเครียด
จึงจัดโครงการวันพบญาติขึ้น
ซึ่งที่เรือนจำจ.กาฬสินธุ์จะแปลกกว่าที่อื่นโดยจะจัดให้นักโทษได้พบญาติได้
ทุกอาทิตย์ในทุกวันพุธตลอดทั้งปี
ซึ่งในเงื่อนไขของนักโทษที่จะได้พบญาติแบบใกล้ชิดจะต้องเป็นผู้ประพฤติดี
ไม่มีประวัติด่างพร้อยหรือก่อปัญหาภายในเรือนจำ
เป้าหมายของการมุ่งมั่นให้นักโทษ ได้มีโอกาสพบญาติทุกวันพุธนั้น
เชื่อว่าน่าจะสามารถลดความตึงเครียด ความกดดันที่ถูกคุมขังได้
นอกจากนี้ยังอาศัยญาติพี่น้อง
ช่วยบำบัดในการกระทำความดีและไม่หวนไปกระทำผิดอีกครั้งเมื่อพ้นโทษ
โดยการพบญาติแต่ละครั้ง นักโทษสามารถที่จะนั่งร่วมกินข้าว สนทนา
พูดคุยกันเหมือนกับชีวิตประจำวันตลอดทั้งวันที่มีการจัดให้พบญาติ
แต่จะมีการควบคุมในการตรวจค้นหาอาวุธยาเสพติดอย่างเข้มงวด
เพื่อป้องกันการแอบแฝงนำยาเสพติด อาวุธเข้าไปในเรือนจำ
วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ทต.บัวบานพบแนวทางกระตุ้นราคาโคตกต่ำให้สูงขึ้น
จัดโครงการรักษาโรคสัตว์ ด้วยการให้ยาบำรุงและยาถ่ายพยาธิที่ถูกสุขลักษณะ
เพื่อดูแลสุขภาพสัตว์ให้ถูกต้อง และเป็นการกระตุ้นราคาสัตว์เลี้ยง
โดยเฉพาะราคาโคที่ตกต่ำให้สูงขึ้น หลังจากที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค
ประสบปัญหาขาดทุนมานาน
นายสมยศ ยนต์ชัย นายกเทศมนตรีตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด
จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
เทศบาลตำบลบัวบาน
ได้จัดหน่วยเคลื่อนที่ออกให้บริการฉีดยาบำรุงสุขภาพและยาถ่ายพยาธิให้กับ
สัตว์เลี้ยงของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ 23 ชุมชน
ตามโครงการรักษาโรคสัตว์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชน
ได้ดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง
ที่จะเป็นแนวทางกระตุ้นให้ราคาสัตว์เลี้ยงที่ราคาตกต่ำ ขยับสูงขึ้น
หลังจากที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ขาดทุน เพราะผลพวงเศรษฐกิจที่ถดถอย
นายสมยศกล่าวว่า
จากการที่สัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะโคที่เคยเป็นสัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจ
มีเกษตรกรนิยมเลี้ยงเป็นจำนวนมาก
ทำให้มีประชากรโคเพิ่มมากขึ้นที่เฉลี่ยแล้วเฉพาะเขตเทศบาลตำบลบัวบานมี
ประมาณ 2,000 ตัว แต่ผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย เป็นสาเหตุทำให้ราคาตกต่ำ
เกษตรกรผู้เลี้ยงประสบปัญหาการขาดทุน
ปัญหาดังกล่าวทำให้เกษตรกรขาดการเอาใจใส่
และในรายที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัว อาจจะดูแลไม่ทั่วถึง
อาจจะทำให้สัตว์เลี้ยงขาดสารอาหาร ร่างกายอ่อนแอ
และเป็นบ่อเกิดทำให้ได้รับเชื้อโรคที่เป็นอันตราย เช่น โรคปากเท้าเปื่อย
โรคผิวหนังและโรคพยาธิ เทศบาลบัวบานตระหนักในปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น
จึงได้จัดโครงการรักษาโรคสัตว์
นำเจ้าหน้าที่ออกบริการฉีดยาบำรุงและยาฆ่าพยาธิ
พร้อมแนะนำการดูแลรักษาสุขภาพสัตว์ที่ถูกต้อง
เพื่อที่สัตว์เลี้ยงจะได้มีร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง
เป็นที่ต้องการของพ่อค้าและผู้บริโภค
ซึ่งจะเป็นแนวทางกระตุ้นให้ราคาจำหน่ายสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม
ในการจัดโครงการรักษาโรคสัตว์ของเทศบาลตำบลบัวบานในครั้งนี้ยังได้เชิญชวน
ประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยงประเภทสุนัข สุกร และแมว เข้าร่วมโครงการ
โดยเป็นการฉีดยา ให้ยา และรักษาสัตว์ที่มีอาการเจ็บป่วยให้ฟรีอีกด้วย
โวยรง.แป้งปล่อยน้ำเสียลงแก่งพฤชัยเหม็นเน่าปลาตายเกลี้ยง
โวยโรงงานแป้งปล่อยน้ำเสียลงสู่แก่งพฤชัย และแหล่งน้ำสาธารณะหลายแห่ง
ส่งผลให้น้ำเน่าเสีย กุ้งหอย ปู ปลาตายเกลี้ยง นาข้าวเสียหาย
จี้ภาครัฐหาทางแก้ไขโดยด่วน
วันนี้( 19 พ.ค.)ชาวบ้านในตำบลหมู่ม่น อำเภอสมเด็จ
จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร้องเรียนและพาผู้สื่อข่าวไปดูแก่งพฤชัย
และบึงพฤชัย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสาธารณะ ที่สำคัญของชาวบ้านในตำบลหมู่ม่น
และชาวอำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์
หลังจากถูกโรงงานผลิตแป้งมันหลายแห่งในพื้นที่ปล่อยน้ำเสียและกากมันลงสูง
แม่น้ำ ส่งผลให้น้ำเน่าเสีย กุ้ง หอย ปู ปลาตาย
และยังทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาทำการเกษตรได้
นอกจากนี้ยังไม่สามารถผลิตน้ำประปาได้
ทำให้ชาวบ้านหลายตำบลเดือดร้อนอย่างมาก
นายบุญทัน ทวิวิญ อายุ 65 ปี ตัวแทนชาวบ้านแก่งพฤชัย หมู่ 5
ตำบลหมู่ม่น อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ขณะนี้ชาวบ้านในตำบลหมู่ม่นและอีกหลายตำบลที่อาศัยน้ำในแก่งพฤชัย
บึงพฤชัย และแหล่งน้ำอีกหลายแห่งที่เชื่อมกับแก่งพฤชัยในการทำการเกษตร
อุปโภคบริโภค กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะน้ำเกิดเน่าเสีย
ไม่สามารถนำไปใช้ในการทำการเกษตรได้ผลเท่าที่ควร และยังส่งผลให้กุ้ง หอย
ปู ปลาที่อาศัยอยู่แหล่งน้ำตายหมดเกลี้ยง
ทั้งนี้สาเหตุเกิดจากโรงงานผลิตแป้งมันในพื้นที่หลายแห่ง
ปล่อยน้ำเสียและกากมันลงสู่แม่น้ำ
นายบุญทัน กล่าวต่อว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นและสะสมมาหลายปีแล้ว
จนขณะนี้นอกจากน้ำจะเน่าเสียแล้ว ยังเกิดการสะสมของตะกอนอยู่ใต้ผิวน้ำ
ทำให้น้ำมีสีดำ ปัจจุบันน้ำในแหล่งน้ำทั้งหมดยังใช้ในการผลิตน้ำประปาไม่ได้
ชาวบ้านต้องใช้น้ำโดยการขุดเจาะน้ำบาดาลแทน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไขและสนใจจากภาครัฐ
หากปล่อยให้เลยไปนานๆ สุขภาพชาวบ้านและธรรมชาติ
รวมทั้งสิ่งมีชีวิตทั้งหมดจะย่ำแย่ลง
ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงมาช่วยเหลือชาวบ้านได้แล้ว
นายบุญทัน กล่าวอีกว่า นอกจากน้ำเน่าเสียแล้ว
ขณะนี้ชาวบ้านยังไม่สามารถลงไปเล่นน้ำหรือหาปลาในแหล่งน้ำได้
เพราะหากลงไปในน้ำจะเกิดอาการผื่นคันตามร่างกาย จึงไม่มีใครกล้าลงไป
ทั้งนี้การปล่อยน้ำเสียและกากมันลงสู่แม่น้ำยังส่งผลให้เกิดเชื้อโรค
เกิดตัวหนอนและไปกัดกินต้นข้าวของชาวนาเสียหายจำนวนมากอีกด้วย
วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
เมืองน้ำดำตั้งศูนย์อำนวยการรับมือไข้หวัดใหญ่มรณะ ย้ำ อสม.ร้านยาจับตาผู้ป่วยจามไอผิดปกติ
จังหวัดกาฬสินธุ์ตั้งศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไข
สถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่H1 N1 A 2009
และโรคไข้หวัดนก พร้อมจัดการฝึกแผนรับมือหากเกิดการแพร่ระบาดขึ้นจริง
ด้านสสจ.กาฬสินธุ์กำชับสถานพยาบาลทุกแห่งจัดเตรียมยา ห้องฉุกเฉิน 24
ชั่วโมง พร้อมขอความร่วมมือ อสม. ร้านขายยา
และคลิกนิกร่วมเฝ้าระวังผู้ป่วยเป็นหวัด ไอ จาม
วันนี้ (18 พ.ค.) นายสุวิทย์ สุบงกฏ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
เป็นประธานการประชุมการเตรียมการฝึกซ้อมแผนรับการแพร่ระบาดใหญ่โรคไข้หวัด
ใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1 N1 A 2009 และโรคไข้หวัดนก
เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์หากเกิดสถานการณ์แพร่ระบาด
ขึ้นจริง โดยมีนายอำเภอทั้ง 18 แห่ง ตัวแทนจากสำนักงานสาธารณสุข
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหัวส่วนราชการเข้าร่วมกว่า 100 คน
ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ชั้น 4
นายสุวิทย์ สุบงกฏ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
เนื่องจากในขณะนี้ได้เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
(สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1) โดยแพร่ติดต่อระหว่างคนสู่คน
ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่
ผู้ป่วยปอดบวมและเสียชีวิตกระจายไปมากในหลายเมืองของประเทศแม็กซิโก
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ได้รับเชื้อและเสียชีวิตกระจายไปในหลายพื้นที่
และจากข้อมูลองค์การอนามัยโลกล่าสุดวันที่ 18 พฤษภาคม 2552
พบยอดผู้ติดเชื้อ 8,451 รายใน 36 ประเทศและเสียชีวิตแล้ว 72 ราย
นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า
จังหวัดกาฬสินธุ์เห็นว่าเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
เกิดความตระหนัก
รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการรองรับสถานการณ์หากเกิดขึ้นจริง
ตลอดจนเป็นแนวทางในการป้องกันและประสานงานกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จึงได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์
การระบาดใหญ่ ของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และโรคไข้หวัดนกขึ้น
เพื่อติดตามสถานการณ์
เฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่
นอก จากนี้ยังจะมีการฝึกซ้อมแผนรับมือการแพร่ระบาด
โดยจะจำลองเหตุการณ์ขึ้นจริงทุกอย่าง
เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เกิดประสิทธิภาพ
ด้าน นายแพทย์สมยศ ศรีจารนัย นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน
ปฏิบัติราชการแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ได้กำชับไปยังสถานพยาบาล
สถานีอนามัยทุกแห่งให้จัดเตรียมห้องฉุกเฉินหรือห้องแยกโรค จัดเตรียมยา
รวมทั้งบุคคลาการไว้ตลอด 24 ชั่วโมง
จัดตั้งจุดคัดกรองผู้ป่วยที่มาใช้บริการด้วยอาการเป็นหวัด ไอ จาม
มีน้ำมูก จัดตั้งทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็วดำเนินการเฝ้าระวังโรค
รวมไปถึง อสม.ให้เฝ้าระวังผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศที่เสี่ยง
เช่น เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา ที่มาพักอาศัยในหมู่บ้าน
ขอความร่วมมือร้านขายยาและคลินิกเฝ้าระวังร่วมกันและให้คำแนะนำผู้ป่วยที่มา
รักษา และซื้อยา หากมีอาการเป็นหวัด ไอจาม
และเดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงให้แจ้งสำนักงานสาธารณสุขทันที
ส่วนการเฝ้าระวังในสถานศึกษาให้ครูคอยสังเกตนักเรียน หากเป็นหวัด
มีไข้สูงก็ให้แจ้งเข้ามาทันทีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม
หากไม่จำเป็นประชาชนควรหลีกเลี่ยงหรือชลอการเดินทางไปยังประเทศที่เป็น
พื้นที่เกิดการระบาดจนกว่าสถานการณ์จะยุติลง
แต่หากจำเป็นต้องเดินทางไปก็ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้มีอาการไอ
หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ
หรือเช็ดมือด้วยเจล แอลกอฮอล์
พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัด
วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
กศน.กมลาไสยแจกหนังสือศูนย์เรียนรู้ชุมชนสนองนโยบายเรียนฟรี
แจกหนังสือให้กับศูนย์การเรียนรู้ชุมชน 8 แห่ง สนองนโยบายรัฐบาลเรียนฟรี
15 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
พร้อมเดินหน้าพัฒนานักศึกษาให้มีคุณภาพออกสู่ตลาดแรงงาน
เน้นการสอดแทรกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
วันนี้ (15 พ.ค.)
ที่หอประชุมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอกมลาไสย
จังหวัดกาฬสินธุ์ นางพรทิพา คาวีวงศ์
รองผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกาฬสินธุ์
(กนศ.จังหวัดกาฬสินธุ์)
นายสมมารถ คล้ายเลี่ยน ผู้อำนวยการกศน.อำเภอกมลาไสย
จังหวัดกาฬสินธุ์
ร่วมกันมอบหนังสือยืมเรียนให้กับตัวแทนศูนย์การเรียนรู้ชุมชนทั้ง 8 แห่ง
ตามนโยบายรัฐบาล เรียนฟรี 15 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
เพื่อนำไปใช้ในการเรียนการสอนและค้นหว้าศึกษาในศูนย์การเรียนรู้ประจำตำบล
และชุมชนของตัวเอง
นางพรทิพา คาวีวงศ์ รอง ผอ.กนศ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ตามนโยบายรัฐบาลต้องการให้ประชาชนทุกระดับได้มีการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน
ให้เรียนฟรี 15 ปี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
โดยเฉพาะการให้ความสำคัญจ่ายค่าเล่าเรียนให้กับนักศึกษากศน.เป็นรายหัวและ
จัดงบประมาณในการเรียนการสอนให้กับกศน.ทุกแห่ง ซึ่ง กศน.กาฬสินธุ์
ได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณให้กับ กศน.ทั้ง 18 อำเภอ
ทั้งนี้ เพื่อนำไปใช้ในการจัดซื้อสื่อการเรียนการสอนให้กับนักศึกษา
และใช้ในการจัดกิจกรรมการศึกษาอื่นๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพนักศึกษาของ
กศน.ให้ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ ปัจจุบัน กศน.กาฬสินธุ์
ยังคงใช้หลักสูตรการเรียนการสอนตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และเน้นการสอดแทรกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดย กศน.ทุกแห่งจะต้องร่วมกันผลักดันให้นักศึกษาใช้ชีวิตอย่างพอเพียงอย่างเป็น
รูปธรรมให้ได้
วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ผวาไข้หวัดนรก! ชาวกาฬสินธุ์แห่เข้าโรงหมอเช็กสุขภาพ
กาฬสินธุ์ - ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ตื่นตัวเข้ารับการตรวจสุขภาพ
กลัวภัยเงียบไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ขณะที่สถานพยาบาลทุกแห่ง
รณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดเชิงรุก ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ด้านการป้องกัน
และแจกหน้ากากป้องกันเชื้อให้แก่ประชาชนที่มาใช้บริการ
ที่โรงพยาบาลยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
ได้มีประชาชนทุกกลุ่มวัย เข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ต่างให้เหตุผลว่ามีความตื่นตัว
และกลัวว่าจะได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ที่กำลังระบาดรุนแรงในหลายประเทศ
จึงทำให้มีผู้มาใช้บริการเฉลี่ยเป็นจำนวนกว่าวันละ 1,000 คน
นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์กล่าวว่า
ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูที่ประเทศเม็กซิโก
ก่อนที่จะกลายพันธุ์มาเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยมีแนวโน้มที่จะแพร่เชื้อในอีกหลายประเทศ
และมีคนไทยอยู่ในข่ายที่ต้องสงสัยและเฝ้าระวังอีกหลายคน
โรงพยาบาลยางตลาดจึงได้รณรงค์ป้องกันเชิงรุก
เชิญชวนประชาชนในเขตบริการเข้ารับการตรวจสุขภาพ
เพื่อคัดกรองอาการเจ็บป่วย
พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำด้านการรักษาสุขภาพ
และมีการแจกหน้ากากให้กับประชาชนที่มาใช้บริการด้วย
นายแพทย์ชาญชัยกล่าวอีกว่า
นอกจากนี้แล้วเพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์
ใหม่ 2009 อย่างมีประสิทธิภาพ
ได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และอสม.
รวมทั้งสถานบริการพยาบาลของรัฐและเอกชนทุกแห่ง
ในการกระจายความรู้และแจ้งเบาะแสการพบคนไข้ที่ต้องสงสัยด้วย
ทั้งนี้ หากตรวจพบว่ามีคนไข้รายใดมีอาการไข้ขึ้นสูงผิดปกติก็จะกักตัวไว้เพื่อเฝ้า
ระวังต่อไป โดยในขณะนี้ยังไม่พบว่ามีคนไข้รายใดเข้าข่ายสงสัย
ค้าปลีกโอดบุหรี่-เหล้าไม่มีขาย - ค้าส่งกักตุนรอฟาดกำไรหลังปรับราคาใหม่
ขาย โดยเฉพาะเหล้าได้ขายหลังผู้ค้ารายใหญ่เริ่มกักตุนสินค้า
ด้านการค้าภายในพร้อมออกตรวจสอบระบุขณะนี้ยังไม่มีปัญหาร้องเรียน
จากการสำรวจร้านขายของชำในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ตามหมู่บ้านต่างๆ
ทั้ง 18 อำเภอ กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักไม่มีบุหรี่ก็มีน้อยบางยี่ห้อไม่มีจำหน่าย
ส่วนยาเส้นห่อละ 5 บาทกลับขายดี ทั้งนี้
เจ้าของร้านขายของชำระบุเป็นปัญหาจากพ่อค้าร้านขายส่งเริ่มกักตุนสินค้าไม่
ยอมนำออกมาจำหน่ายให้ผู้ค้ารายย่อย
ส่วนเหล้าที่มีการปรับราคาทำให้ยอดการซื้อลดลงกว่าเท่าตัว
นายมงคล นันทะประเสริฐ พ่อค้ารายย่อย เทศบาล ต.บัวบาน อ.ยางตลาด
จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยอดการขายสุราในพื้นที่ลดลงมาก
จนทางร้านต้องปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดด้วยการแบ่งขายเป็นแก้วแก้วละ 1
กั๊กแทน ซึ่งทำให้ลูกค้าที่มีรายได้น้อยพอใจ
ส่วนบุหรี่ตอนนี้พอมีจำหน่ายบ้างแต่ไม่มาก
และก็ขายในราคาเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง
เนื่อง จากร้านขายส่งขายให้ทีละน้อยด้วยการแบ่งขายเป็นซองไม่ขายเป็นห่อให้เหมือน
เดิม และที่สำคัญบุหรี่ยี่ห้อต่างประเทศไม่มีจำหน่ายเลย
ด้าน นางทองใบ ก้านขุนทด แม่ค้าร้านของชำในหมู่บ้านอีกรายกล่าวว่า
ตอนนี้บุหรี่ที่เป็นแบบซองไม่มีจำหน่ายซึ่งเป็นอย่างนี้มาหลายวันแล้ว
ไปขอซื้อกับเจ้าใหญ่ๆ
ก็ไม่ยอมขายก่อนหน้านั้นก็ยังแบ่งเป็นซองมาขายให้ตนเองก็ต้องยอมขาดทุนแบ่ง
ขายเป็นมวน พักหลังไม่ยอมขายให้จำต้องนำเอายาเส้นห่อละ 5
บาทมาขายแทนซึ่งก็ขายดีลูกค้าก็นิยมไม่แพ้กัน
นายศิริพงษ์ วิวัฒน์เกษมชัย การค้าภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ ระบุว่า
ในขณะนี้ยังไม่ได้รับการร้องเรียนจากปัญหาการกักตุนบุหรี่
และการขายบุหรี่เกินราคาที่กำหนดโดยตอนนี้ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ
สอบและเก็บข้อมูลในพื้นที่ทั้ง 18 อำเภอแล้ว
วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ชาวนากุ้งยางตลาดบุกศูนย์ดำรงธรรม ร้องสาวใหญ่ปิดถนนเข้าบ่อกุ้ง-นาข้าว
บุกร้องศูนย์ดำรงธรรม
ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปไกล่เกลี่ยเหตุสาวใหญ่ดื้อปิดถนนทางเข้าบ่อกุ้ง
และนาข้าว ทำให้เกษตรกรไม่สามารถสัญจรไปมาได้
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (13 พ.ค.) ตัวแทนชาวบ้านตูม ม.4
ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์กว่า 10
คนเดินทางเข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์
หลังจากได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากถนนที่ใช้สัญจรทางเข้าทุ่งนาและบ่อกุ้ง
ถูกนางดาหวัน โพธิ์ทอง เดิมเป็นราษฎรอำเภอพยุห์ จังหวัดนครสวรรค์
ปัจจุบันเข้ามาอาศัยอยู่บ้านตูมได้ปิดถนนไม่ให้รถสัญจรผ่าน
ทำให้ไม่สามารถเข้าไปพื้นที่นาและนำกุ้งมาจำหน่ายได้ โดยมีนายไกรพจน์
บัวสำราญ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นผู้รับเรื่อง
นางนวล ภูบุตรตะ อายุ 68 ปี ตัวแทนชาวบ้านที่เดือดร้อนกล่าวว่า
ขณะนี้ชาวบ้านที่มีพื้นที่นาข้าวและบ่อกุ้งก้ามกรามจำนวน 11
ครัวเรือนกำลังได้รับความเดือนร้อนอย่างหนัก
เนื่องจากทางเข้าถนนที่เคยสัญจรผ่านไปมากว่า 30 ปี
ระหว่างหมู่บ้านกับทุ่งนาและบ่อกุ้ง ถูกนางดาหวัน
ซึ่งมีชื่อเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ถือครองที่ดินปิดไม่ให้รถผ่านสัญจรได้
โดยหากต้องการใช้ถนนก็ให้นำเงินมาซื้อจำนวน 60,000 บาท
การกระทำดังกล่าวทำให้ตนและชาวบ้านทั้งหมดที่เคยใช้ประโยชน์จากถนน
สายนี้มากว่า 30 ปี ต้องเดือนร้อนไปตามๆ กัน
เนื่องจากไม่สามารถเดินทางผ่านเข้าไปทำนา
เข้าไปดูแลบ่อกุ้งก้ามกรามและขนส่งกุ้งออกมาจำหน่ายได้
โดยเฉพาะช่วงระยะเวลา 2-3 วันที่ผ่านมา เกิดสภาวะอากาศแปรปรวน
ตนและเพื่อนบ้านไม่สามารถเข้าไปดูแลกุ้งได้
ทำให้กุ้งในบ่อน็อคตายคนละกว่า 100 กิโลกรัม เสียหายหลายหมื่นบาท
บางรายสร้างบ้านไว้ที่นาก็ไม่สามารถเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านได้
นางนวลกล่าวต่อว่า
ตนและชาวบ้านที่เดือดร้อนจึงต้องเดินทางมาร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม
เพื่อให้หาทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม
ซึ่งหากปล่อยเวลาผ่านไป กุ้งของเกษตรกรที่เลี้ยงไว้จะน็อคตาย
ชาวบ้านจะขาดทุนกันหมด
ทั้งนี้ ก่อนที่นางดาหวันจะประกาศปิดถนนทางเข้าดังกล่าว
ตนและเพื่อนบ้านพยายามอธิบายข้อเท็จจริงถึงความเป็นมาของถนน
ขอร้องให้นางดาหวันช่วยนึกถึงคุณธรรม ศิลธรรม
ช่วยเปิดถนนให้ทุกคนใช้ร่วมกันเพื่อประโยชน์ส่วนร่วม
แม้จะเป็นที่ดินของตนก็ตาม แต่นางดาหวันก็ไม่ยอม
ยืนยันที่จะปิดถนนอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
รวมถึงนายกอบต.บัวบานได้เข้าไปไกล่เกลี่ยหาทางออกร่วมกันแล้ว
แต่ก็ไม่เป็นผล ตนและชาวบ้านจึงเดินทางเข้ามาขอความช่วยเหลือ
โดยให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปไกล่กล่อมอีกครั้ง
นางนวลกล่าวอีกว่า
สำหรับที่ดินถนนสายดังกล่าวเดิมเคยอยู่ในการครอบครองของตน
โดยได้ยินยอมให้เพื่อนบ้านใช้และบำรุงซ่อมแซมถนนร่วมกันเรื่อยมา
ต่อมามีการมอบเอกสารสิทธิซื้อขายต่อๆ กันมา 4-5 ราย
กระทั่งนางดาหวันเข้ามาซื้อมีชื่อเป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
และปัจจุบันก็ประกาศปิดถนนดังกล่าว
ด้าน นายไกรพจน์ บัวสำราญ
เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
เบื้องต้นได้รับเรื่องไว้
และเท่าที่ตรวจสอบหากเจ้าของที่ดินไม่ยอมให้ใช้ที่ดินดังกล่าว
สามารถทำได้ เพราะมีชื่อเป็นกรรมสิทธิ์
แต่ก็มีเพียงวิธีเดียวคือต้องว่าจ้างทนายฟ้องศาล เพื่อขอใช้ถนนร่วมกัน
ซึ่งจะใช้จ่ายเงินและเวลามากพอสมควร
อย่างไรก็ตาม ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอยางตลาด
จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินการไกล่เกลี่ยเจ้าของที่ดินและชาวบ้าน
ให้หาข้อยุติและข้อตกลงกันให้ได้โดยเร็วที่สุด
from http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000053318
วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ชาวนากุ้งเมืองน้ำดำอ่วม ฝนซัดติดต่อหลายหวันน๊อคตายอื้อ
ส่งผลกระทบให้กุ้งก้ามกรามของชาวนากุ้งจ.กาฬสินธุ์น็อคตายเป็นจำนวนมาก
หลังปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศไม่ได้ เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท
ขณะที่การเปลี่ยนถ่ายน้ำจากก้นคลองหลังจากที่เขื่อนลำปาวปิดการส่งน้ำ
กลับไม่เป็นผล และวอนให้มีการปรับเปลี่ยนฤดูปิดน้ำ
เพื่อป้องกันปัญหากุ้งน็อคตายซ้ำซาก
นายปกครอง นาสมบูรณ์ แกนนำเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งฯ ต.เขาพระนอน
อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้พี่น้องเกษตรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม
กำลังได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากกุ้งก้ามกรามในบ่ออนุบาล
และที่กำลังจะได้อายุจับจำหน่าย โดยลงทุนไปมากกว่าบ่อละ 3 หมื่นบาท
กำลังน็อคตาย เนื่องจากไม่มีน้ำเปลี่ยนถ่าย
เพราะเขื่อนลำปาวที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนได้ปิดการส่งน้ำ
ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในเวลากลางวัน และมีฝนตกในเวลากลางคืน
ทำให้กุ้งปรับสภาพไม่ทัน จึงเกิดการน็อคตาย
สร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล ชาวนากุ้งหลายรายต่างประสบปัญหาขาดทุน
เฉลี่ยแล้วในปีนี้หลังจากที่เขื่อนลำปาวเริ่มปิดน้ำ
มีกุ้งน็อคตายไม่น้อยกว่าครึ่งตัน มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท
บางคนต้องรีบจับกุ้งขนาดเล็กจำหน่ายในราคาถูก เพราะกลัวน็อคตายเสียก่อน
ขณะที่นายเคน ภูนาชัย แกนนำเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งฯ ต.บัวบาน
อ.ยางตลาด กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาซ้ำซาก
ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ทำให้ชาวนากุ้งฯประสบปัญหาขาดทุนตลอดมา
ที่นอกจากจะต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูง
ทั้งค่าอาหารและค่าพันธุ์กุ้ง ที่ขึ้นราคาจากปีที่ผ่านมาเกือบ 10% แล้ว
ยิ่งมาเกิดปัญหาน็อคตายในช่วงที่กำลังจะจับจำหน่าย
ก็ยิ่งซ้ำเติมให้ต้องขาดทุนย่อยยับลงไปอีก
สร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล จากที่จำหน่ายกุ้งสดในราคากก.ละ 160
บาท จำเป็นต้องจำหน่ายกุ้งตายให้พ่อค้าในราคาถูกเพียงกก.ละ 70 บาท
"ชาวนา กุ้งฯ เคยทำหนังสือถึงโครงการบำรุงและรักษาเขื่อนลำปาว
เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนฤดูปิดน้ำ
ที่จะปิดซ่อมบำรุงเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนปลายเดือนเม.ย.-ต้นเดือนมิ.ย.
ที่เป็นช่วงที่อากาศวิปริต ประเดี๋ยวร้อนประเดี๋ยวฝนตก
ซึ่งเป็นสภาพอากาศที่เลวร้ายเป็นอันตรายต่อกุ้ง
ที่ชอบอากาศเย็นและมีน้ำเปลี่ยนถ่ายทุกสัปดาห์
จึงอยากวอนให้โครงการเขื่อนลำปาวฯ พิจารณาปรับย้ายช่วงปิดน้ำเป็นฤดูหนาว
หรือช่วงเดือนธ.ค-ม.ค.
ที่อากาศเย็นและจะไม่สร้างความเสียหายให้กับกุ้งก้ามกรามอย่างที่ผ่านมา
โดยทุกวันนี้เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าว
ชาวนากุ้งต้องสูบน้ำจากก้นคลองเพื่อบรรเทาปัญหา
บางครั้งถึงกับเกิดข้อพิพาทเพราะแย่งน้ำกันใช้" นายเคนกล่าว
อย่างไรก็ตาม
จากการสำรวจพื้นที่การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่จ.กาฬสินธุ์
ที่เคยเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงกุ้งฯที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พบว่าในฤดูกาลผลิตปีนี้พื้นที่ลดลงไปมากกว่า 50% ทั้งนี้
เนื่องจากประสบปัญหาค่าพันธุ์กุ้งและค่าอาหาร
ที่ปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทำให้เกษตรกรสู้ราคาต้นทุนการผลิตไม่ไหว จึงล้มเลิกกิจการไป
ในขณะที่กลุ่มที่ยังเลี้ยงอยู่ ต้องประสบปัญหากุ้งน็อคตาย
จากการปิดน้ำของเขื่อนลำปาว สร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล
โดยความสูญเสียเฉลี่ยกว่าปีละ 20 ล้านบาท ซึ่งปัญหาดังกล่าว
ที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานใดจะเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง
จึงยังเป็นปัญหาที่ชาวนากุ้งต้องแบกรับกันต่อไป
ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000052833
วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
สตรียางตลาดร่วมรณรงค์ยุติความรุนแรงหยุดทำร้ายแผ่นดินเกิด
จังหวัดกาฬสินธุ์ รวมพลังประชุมเชิงรุก เพื่อความสมานฉันท์
และร่วมรณรงค์โครงการหยุดทำร้ายประเทศไทย
เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง
ที่หอประชุมเทศบาลตำบลบัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายสมยศ
ยนต์ชัย นายกเทศมนตรีตำบลบัวบาน
เป็นประธานประชุมกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอยางตลาด โดยมีนางจงกลนี
เกียรติดำเนินงาม ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรี จ.กาฬสินธุ์ (กพสจ.)
ร่วมงานด้วย และมีนางจารุวรรณ ดอนมิ่งคุณ
ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอยางตลาด นำกลุ่มสตรีฯ
เข้าร่วมโครงการจำนวน 500 คน
นางจงกลนี เกียรติดำเนินงาม ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรี
จ.กาฬสินธุ์ (กพสจ.) กล่าวว่า ปัจจุบันสตรีเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก
เป็นผู้ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนทุกกิจกรรมในสังคมชุมชน
ที่ไม่เพียงแต่จะทำหน้าที่เป็นแม่บ้านหรือการดูแลกิจการต่างๆในครอบครัวเท่า
นั้น ยังมีส่วนช่วยให้ทุกกิจกรรมดำเนินไปด้วยความสำเร็จลุล่วงเรียบร้อย
ที่ผ่านมาจะเห็นว่าสตรีมีบทบาทสำคัญ ต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาในทุกๆด้าน
เพื่อให้ภารกิจของคณะกรรมการพัฒนาสตรี จ.กาฬสินธุ์
ที่บูรการร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำเร็จตามวัตถุประสงค์ จึงได้จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาสตรีฯเชิงรุก
เพื่อระดมความคิดเห็น เชื่อมความสัมพันธ์ และกำหนดทิศทางการขับเคลื่อน
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมต่อไป
นางจงกลนีกล่าวอีกว่า ใน
โอกาสที่ทางราชการได้รณรงค์ให้ร่วมโครงการหยุดทำร้ายประเทศไทย
เชิญชวนให้ทุกฝ่ายยุติการชุมนุมประท้วง ปลุกปั่นให้แบ่งแยกสี
ก่อความวุ่นวาย และสร้างปัญหาในบ้านเมืองฯ คณะกรรมการพัฒนาสตรีฯ
จ.กาฬสินธุ์ ทุกคน
จึงต่างพร้อมใจสนองนโยบาย
และตั้งปฏิญาณแน่วแน่ในการสร้างความสมานฉันท์ รู้รักสามัคคี
ยึดมั่นเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และช่วยกันดูแลสังคม
ให้เกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืนด้วย
ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050673
ชาวกาฬสินธุ์ร่วมใจถวายพรชัยมงคลในหลวง
ถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล
ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาจังหวัดกาฬสินธุ์
ค่ำคืนที่ผ่านมา (5 พ.ค.) นายสุวิทย์ สุบงกฏ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดกาฬสินธุ์ นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ
ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ลูกเสือชาวบ้าน กลุ่มพลังมวลชน
และภาคเอกชน กว่า 500 คน
ร่วมประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล และการก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 ของการบรมราชาภิเษก
โอกาสนี้ นายสุวิทย์ สุบงกฎ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
ได้กล่าวคำถวายพระพรชัยมงคลราชสดุดี พร้อมกับนำคณะข้าราชการ
และกลุ่มพลังมวลชนทุกหมู่เหล่าร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีกล่าวคำถวาย
สัตย์ปฏิญาณ และจุดเทียนชัยเฉลิมพระเกียรติ
ที่เหล่าพสกนิกรจังหวัดกาฬสินธุ์จะจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา
และพระมหากษัตริย์ โดยจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต
สร้างความสันติสุขให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง
วันฉัตรมงคล
เป็นวันที่ระลึกในการครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงรับพระบรมราชาภิเษก
เป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยโดยสมบูรณ์ ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์
ด้วยความผาสุก และทรงพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ
ตามพระราชปณิธาน "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
ทีมา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050481
ชาวนากุ้งเมืองน้ำดำโอดลำปาวหยุดปล่อยน้ำทำกุ้งน็อกตาย
กำลังได้รับความเดือดร้อนจากการปิดน้ำของเขื่อนลำปาว
เพราะทำให้กุ้งน็อกตายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีน้ำเปลี่ยนถ่าย
และเมื่อไม่มีกุ้งก้ามกรามจำหน่าย ต้องหันไปจับกุ้งฝอยจำหน่าย
หารายได้เลี้ยงครอบครัวพอประทัง
นายปรีชา ภูใบบัง อายุ 57 ปี ชาวนากุ้งบ้านตูมเหนือ ต.บัวบาน
อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์กล่าวว่า หลังจากเขื่อนลำปาวงดการส่งน้ำ
โดยจะทำการซ่อมแซมตามปฏิทินการปฏิบัติงาน
ส่งผลกระทบโดยตรงกับชาวนากุ้งเป็นอย่างมาก
เพราะไม่มีน้ำเปลี่ยนถ่ายทำให้น้ำเสีย
ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดเป็นเหตุให้กุ้งน็อกตาย
และทำให้ขาดทุนเป็นจำนวนมาก
ชาวนากุ้งหลายรายต้องเลิกเลี้ยงเพราะกุ้งน็อกตาย
และไม่มีเงินลงทุนที่จะเลี้ยงต่อไป
"เมื่อ ไม่มีกุ้งก้ามกราม จึงต้องหันมาจับกุ้งฝอยหรือกุ้งนา
และปลาเล็กปลาน้อยจำหน่าย เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวพอประทัง
โดยจะนำไปจำหน่ายในชุมชนในราคากิโลกรัมละ 70 บาท
หากเป็นกุ้งก้ามกรามจะจำหน่ายกิโลกรัมละ 160 บาท
ทำให้ช่วงนี้ตนขาดรายได้ไปมาก ขณะที่กุ้งก้ามกรามก็ขาดตลาดแล้วเช่นกัน"
ขณะที่ นายพรเทพ เหม็งประมูล ผอ.โครงการบำรุงและรักษาเขื่อนลำปาว
แจ้งว่า โครงการฯ ได้งดส่งน้ำตั้งแต่วันที่วันที่ 21 เมษายน
และจะเริ่มปล่อยน้ำในวันที่ 22 มิถุนายน
2552โดยมีปริมาณน้ำที่เขื่อนลำปาวจำนวน 366 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ
26 แต่ระดับน้ำใช้การอยู่ที่ร้อยละ 20
ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณน้ำที่เหลือน้อยที่สุดในรอบหลายปี
"ชาวอำเภอสมเด็จ" พบกำไรสัมฤทธิ์โบราณ - นำกลับบ้านไม่ทันข้ามคืนถูกวิญญาณทวงถึงบ้าน
พบกำไรสัมฤทธิ์บรรจุในไหโบราณ อุตริแบ่งกันเป็นสมบัติส่วนตัว
โดยไม่แจ้งทางราชการ กลับบ้านเจออาถรรพ์ ถูกปู่โสมตามทวงคืนถึงบ้าน
ต้องนำกลับมาคืน ด้านพ่อเมืองกาฬสินธุ์
แจ้งเตือนประชาชนให้เอาวัตถุโบราณมาคืน
เพราะหากเก็บไว้ไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่า ชาวบ้านตำบลศรีสมเด็จ
อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ตกอยู่ในอาการหวาดผวาอย่างหนัก หลังจากพบไหโบราณ
กำไรทองสัมฤทธิ์ จำนวนมาก โผล่กลางท้องนา
แต่เกิดอุตริชาวนาที่พบด้วยกันกลับพากันไปเก็บเอาไว้เป็นของตัวเอง
จนเกิดเหตุอาถรรพ์ โดยชาวบ้านอ้างว่า
มีวิญญาณเจ้าของสมบัติตามไปทวงของถึงที่บ้าน
จนเกิดกระแสร่ำลือถึงความเฮี้ยนสุดสยอง จึงเข้าไปพิสูจน์
โดยวัตถุโบราณดังกล่าวได้ถูกรวบรวมเอาไว้ที่บ้านของ นายสุวรรณ
วรรณรัตน์ อายุ 31 ปี เลขที่ 70 หมู่ที่ 4 ต.ศรีสมเด็จ อ.สมเด็จ
ที่ได้ถูกนำไปรวบรวมไว้ในกระจาด ที่มีลักษณะเป็นกำไร สร้อย แหวน ทวน
และหอกเป็นลักษณะทองสัมฤทธิ์ กับไหโบราณ 2 ใบ
นายสุวรรณ วรรณรัตน์ กล่าวว่า วัตถุโบราณดังกล่าว
ได้พบโดยบังเอิญเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2552
ระหว่างที่ตนเองและครอบครัวกำลังทำการปรับสภาพพื้นที่นา
เพื่อเตรียมการทำนาปีตามปกติ
โดยระหว่างที่กำลังขับรถไถนาเดินตามไปตามทุ่งนาของตนเอง
คันไถได้ไปสะดุดกับวัตถุบางอย่าง จนคันไถไม่สามารถเดินต่อไปได้
จึงได้หยุดรถไถเข้าไปสังเกต พบว่า
ปลายคันไถไปไถเข้ากับวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกับไหโบราณ
จึงได้ไปเรียกเพื่อนบ้านมาดู
จากนั้นตนกับเพื่อนบ้านจึงได้ลงมือขุด ก็พบไหจำนวน 2 ใบ
ซึ่งภายในไหดังกล่าว มีโครงกระดูก หอก ทวน
และเครื่องสัมฤทธิ์ที่เมื่อนำออกมาแล้วมีมากถึง 2 หาบ
และเนื่องจากทุกคนคิดว่าไม่มีอะไร
ชาวบ้านที่ไปร่วมขุดด้วยกันจึงได้แบ่งเครื่องสัมฤทธิ์ กำไร
ที่พบไปเก็บเอาไว้และตกลงกันว่าจะปิดเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ
นายสุวรรณ กล่าวต่อไปว่า แต่หลังจากที่ได้แบ่งสิ่งของที่พบไปแล้ว
ในวันเดียวกัน ก็เกิดท้องฟ้าเป็นสีแดง ส่วนตัวเองไม่ได้คิดอะไร
จนมาในช่วงเช้า ชาวบ้านที่เอาของสัมฤทธิ์ดังกล่าวไป
ก็ต่างพากันนำเอาสัมฤทธิ์ที่พบมาคืน จากนั้นก็ได้เล่าถึงความเฮี้ยน ว่า
มีผีจะตามไปหักคอบ้างบางคนก็บอกว่า ฝันเห็นมนุษย์โบราณไปตามทวงเอาของคืน
ชาวบ้านตำบลศรีสมเด็จรายหนึ่ง (ขอสงวนชื่อจริงและนามสกุล) เล่าว่า
ตนเป็นคนหนึ่งที่ได้เอาวัตถุโบราณในไหไป โดยได้เอากำไรสัมฤทธิ์
ที่คิดเอาไว้ว่าจะนำไปขาย แต่แล้ว 2 วันถัดมา
ที่บ้านมีเสียงหมาหอนตลอดทั้งวันทั้งคืน จนมาในช่วงค่ำ จู่ๆ
ก็มีลมพัดแรงเข้าไปในบ้าน
จนเมื่อเวลานอนก็ฝันเห็นกลุ่มคนโบราณตาแดงตัวใหญ่
เหมือนกับในหนังเรื่องปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ไปตามทวงเอาสมบัติ
ทั้งในฝันยังแสดงท่าร่ายรำ เหมือนจะตามมาตัดคอ จนไม่สามารถนอนหลับได้
จึงได้ตัดสินใจนำเอาสมบัติไปคืน เพราะเกรงว่า
วัตถุที่พบนั้นอาจจะต้องคำสาปก็เป็นได้
ด้าน นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
เบื้องต้นด้านความเชื่อคงต้องเป็นไปตามความเชื่อของชาวบ้าน
แต่ในส่วนของการค้นพบ จะเป็นซากฟอสซิสไดโนเสาร์
หรือวัตถุโบราณจะมีกฎหมายคุ้มครอง ขณะนี้ กรมศิลปากร
มีกฎหมายที่จะคุ้มครองวัตถุโบราณเหล่านี้
หากค้นพบแล้วเอาไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตามกฎหมาย
ส่วนการดูแลวัตถุดังกล่าวจึงได้สั่งการให้ นายอำเภอสมเด็จ และ
องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
ทำการตรวจสอบและกันเขตแดนในการป้องกันทรัพย์สมบัติ คาดกันว่า
จะมีอายุประมาณ 200 ปี เพราะพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
นับเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050779
ชาวกาฬสินธุ์แห่ทำบุญวันวิสาขบูชาคึกคัก
เป็นไปอย่างคึกคัก วัดหลายแห่งมีพุทธศาสนิกชนไปทำบุญตักบาตร
ถวายเข้าสารอาหารแห้งอย่างหนาแน่น
ขณะที่ยอดการจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์กลับขายไม่ออก
เพราะผลพวงของเศรษฐกิจที่ตกต่ำ
บรรยากาศการทำบุญในวันวิสาขบูชาที่จังหวัดกาฬสินธุ์
เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ โดยเฉพาะที่วัดประชานิยม
บริเวณหน้าวิหารพรมรังสี ประชาชนกว่า 1,000 คน ได้นำอาหาร
และข้าวสารอาหารแห้งร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป โดยพระเทพสารเมธี
เจ้าคณะจังหวัด (ฝ่ายธรรมยุติ)
ได้แสดงธรรมเทศนาแด่ประชาชนที่ร่วมทำบุญด้วย
กิจกรรมนอกเหนือจากการทำบุญตักบาตรแล้ว
ตลอดทั้งวันทางวัดประชานิยมได้ร่วมกับพุทธสมาคม จ.กาฬสินธุ์
จัดการประกวดกิจกรรมในสัปดาห์วันวิสาขบูชาด้วย
โดยมีทั้งการประกวดไหว้พระสวยงาม การประกวดขับร้องสรภัญญะ
โดยเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปและนักเรียน
นักศึกษาจากทุกสถาบันเข้าร่วมแข่งขัน
พร้อมกับจัดนิทรรศการถึงประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชา
เพื่อเสริมสร้างความรู้แก่พุทธศาสนิกชน
จากนั้นในเวลา 18.00 น.วันเดียวกันนี้
จะมีการเวียนเทียนรอบอุโบสถตามธรรมเนียมปฏิบัติ
เพื่อระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย
ขณะที่บรรยากาศตามร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์
ตามร้านค้าหลายแห่งในจังหวัดกาฬสินธุ์กลับเงียบเหงา ประชาชนส่วนใหญ่
หันไปสนใจการซื้อสินค้าตามซุปเปอร์มาเก็ตห่อชุดสังฆทานเองโดยอ้างราคา
ถูกกว่า
ด้านการค้าภายในเตือนร้านค้าทุกแห่งต้องแสดงรายละเอียดสินค้าในชุดถวายสังฆทานให้ชัดเจน
พร้อมเปิดสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์
จากการสำรวจบรรยากาศการจำหน่ายชุดถวายสังฆทาน
ตามร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ ในวันวิสาขบูชา
ที่จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นไปด้วยความเงียบเหงาชุดสังฆทานที่หลายร้านเตรียมไว้
จำนวนมากขายไม่ออก โดยผู้ประกอบการระบุน่าจะเป็นจากสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ
อีกทั้งในปัจจุบันร้านจำหน่ายเพิ่มจำนวนมากขึ้นทำให้มีการแข่งขันราคากัน
ด้วยการลดราคาตัดหน้าผู้ค้ารายเก่า
นายเตียวชุน แซ่โค้ว
เจ้าของร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
ในทุก ๆ ปีที่ผ่านมาการจำหน่ายเครื่องถวายสังฆทาน ธูปเทียน
และเครื่องสังฆภัณฑ์ของพระภิกษุสงฆ์ต่าง ๆ ในวันวิสาขบูชาจะขายดีมาก
แต่ในปีนี้แตกต่างจากปีก่อนมาก
เพราะสินค้าที่เตรียมไว้โดยเฉพาะชุดสังฆทานตั้งแต่ราคา 50 - 1,000
บาทขายไม่ได้เลย ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์น่าจะมาจากสภาพเศรษฐกิจ
รวมทั้งการลดราคาตัดหน้าของผู้ค้ารายใหม่ที่ลดราคาอย่างเห็นลดราคา
5 บาทต่อชุด ประชาชนก็จะแห่ไปซื้อร้านที่ถูกกว่า
นอกจากนี้ยังพบว่าประชาชนที่มาซื้อส่วนใหญ่ก็จะซื้อเฉพาะพลาสติกห่อหรือ
บรรจุถัง ส่วนสินค้าข้างในก็จะไปเลือกซื้อเองตามซุปเปอร์มาเก็ต
อย่างไรก็ตาม นายศิริพงษ์ วิวัฒน์เกษมชัย การค้าภายในจ.กาฬสินธุ์
กล่าวว่า ในชุดเครื่องสังฆภัณฑ์ประชาชนต้องสำรวจสลากที่ติดไว้ข้างกล่องสินค้า
ที่จะต้องมีรายการสินค้าพร้อมราคาติดแสดงไว้อย่างชัดเจน
แต่หากพบว่าเกิดความไม่เป็นธรรมหรือถูกเอารัดเอาเปรียบสามารถร้องทุกข์มาได้
ที่สายด่วน 1569 ทันที
"อบต.ลำพาน" เดินหน้าโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว
ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์
จัดเวทีประชาคมเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว
เพื่อสร้างความรักความผูกพัน นำสังคมสู่ความสมานฉันท์
และเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ
ที่ศาลาประชาคมบ้านดงเมือง หมู่ 10 ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
ด.ต.สมคิด นันทสมบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ลำพาน
เป็นประธานอบรมขับเคลื่อนโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว
โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฯ สำนักงานเกษตรฯ
ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นวิทยากร
โดยมีประชาชนเข้ารับการอบรมจำนวน 100 คน
ด.ต.สมคิด นันทสมบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ลำพาน
กล่าวว่า จากการที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์
ได้ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ เกษตรจังหวัด ประมงจังหวัด
ปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด
น้อมนำโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว
อันเป็นโครงการที่เกิดจากน้ำพระทัยของพระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
สยามมกุฏราชกุมาร ที่มีพระประสงค์ให้ทุกครอบครัว
ที่เป็นสถาบันพื้นฐานทางสังคม มีความรักความผูกพัน
มีการทำกิจกรรมร่วมกันของทุกคนในครอบครัว มีส่วนราชการกำกับดูแล
และดำเนินโครงการมาแล้วกว่า 3 ปี
โดยในพื้นที่ ต.ลำพาน ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน
เป็นสังคมที่อบอุ่น ทุกคนมีความเอื้ออาทรต่อกัน
ทำให้เกิดความสมานฉันท์ในชุมชนอย่างดียิ่ง
ด.ต.สมคิด กล่าวอีกว่า เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ
พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ (29 เม.ย.) สำนักงานพัฒนาชุมชน
และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และ อบต.ลำพาน
จึงได้จัดอบรมโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว มีการจัดเวทีประชาคม
ระดมความคิด ร่วมกันกำหนดทิศทางที่จะดำเนินการขับเคลื่อนต่อไป
ทั้งนี้ เพื่อที่จะเดินหน้าโครงการให้เกิดความต่อเนื่อง
สร้างความสัมพันธ์ของทุกคนทุกครอบครัว ให้มีความอบอุ่น
เกิดความรักสมัครสมานสามัคคี และเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าหลานเธอ
พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติดังกล่าว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 พฤษภาคม 2552 15:13 น.